สัมพันธ์จีนดุจครอบครัว ฝันดัน‘ไทย’สู่เรดาร์โลก!

นายกฯ เป็นประธานครบรอบ 60 ปี  9 สมาคมจีน ย้ำสัมพันธ์ไทย-จีนแน่นแฟ้นเหมือนครอบครัว ฝากคนรุ่นใหม่ผลักดันให้เดินไปได้ไกลกว่านี้ เปิดหลังฉากพบ 76 ทูต 9 ภูมิภาค  “รัฐบาล” หวังจัดทัพพาไทยกลับเข้าเรดาร์โลก

เมื่อเวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนในประเทศไทย ประกอบด้วย สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย, สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย, สมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย, สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย, สมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย, สมาคมเจียงเจ้อ (เซี่ยงไฮ้) แห่งประเทศไทย, สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย,  สมาคมหยูนหนาน (ประเทศไทย) และสมาคมกวางสี (ประเทศไทย) ณ หอประชุมจือปึงตึ๊ง  สมาคมแต้จิ๋วฯ ถนนจันทน์ ซอย 24 (เย็นจิตร) เขตสาทร

โดยเมื่อนายกฯ มาถึง มีคณะเชิดสิงโตจากสมาคมกว๋องสิวฯ และตัวแทน 9 สมาคมรอต้อนรับ จากนั้นนายกฯ ถ่ายภาพร่วมกับตัวแทน 9 สมาคม และนายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยม โดยนายกฯ เขียนเซ็นชื่อตัวเอง และเขียนชื่อเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึกดีใจและยินดี รวมถึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปีการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีน ซึ่ง 9 สมาคมจีนไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นเครือข่ายของคนที่สร้างโอกาส สร้างธุรกิจสร้างรายได้ช่วยเหลือสังคม และเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์กับประชาชนชาวจีนและพี่น้องชาวไทยมาโดยตลอด

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า เมื่อเดือน ก.ค.ได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงสายสัมพันธ์เราด้วยคำว่า ไทย-จีนครอบครัวเดียวกัน และกล่าวว่าจีนเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่พึ่งพาได้ของไทย และอีกคำที่มีความจริงใจมากก็คือ ขอให้ประเทศไทยคิดว่าประเทศจีนคือเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิด ซึ่งประโยคเหล่านี้มีความหมายมาก เพราะคำว่าครอบครัว คำว่าเพื่อน คำว่ามิตร ล้วนแล้วแต่ย้ำถึงความผูกพันที่พวกเราสร้างร่วมกันมาในอดีต  ส่วนคำว่าหุ้นส่วน คือข้อสัญญาที่บอกว่าเราจะเดินไปด้วยกันอย่างใกล้ชิดในอนาคต และในอนาคตที่จะพูดถึงนี้คือการเจริญเติบโตในโลกยุคเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน เทคโนโลยี AI

จากนั้นไมโครโฟนดับ เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนไมค์ให้ นายอนุทินจึงกล่าวติดตลกว่า ไมค์นี้ไม่ได้ทำจากไทยและจีน ทำจากที่ไหนไม่รู้จึงไม่ค่อยดี

นายกฯ ยังได้ฝากชมรม 9 สมาคมจีนในอีก 60 ปีข้างหน้าว่า ต้องการให้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์นี้ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้เยาวชนไทยมองจีนเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของโลก ไม่ใช่แค่พื้นที่ของบรรพบุรุษ ขณะเดียวกันอยากให้คนจีนรุ่นใหม่มองไทยเป็นประเทศที่สามารถเข้ามาลงทุนและสร้างนวัตกรรมร่วมกันได้ รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เปิดประตู และสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ และแน่นอนว่าเราต้องการพลังจากคนในที่นี้ให้มาร่วมกันประสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทยและจีน

 “ขอบคุณคนรุ่นก่อนที่สร้างสะพานแห่งนี้ให้กับเรา และฝากคนรุ่นปัจจุบันทำให้สะพานแห่งนี้กว้างขึ้น แข็งแรงขึ้น และไปได้ไกลขึ้น เพื่อพาสองประเทศไปได้ไกลมากกว่าเดิม คำว่า จีน-ไทยไม่ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน เป็นความจริงที่เราได้พิสูจน์แล้วหลายชั่วอายุคน และอยากให้เราเพิ่มอีกความหมายหนึ่งไปด้วยว่า เราไม่ได้เป็นเพียงพี่น้องที่มีอดีตร่วมกัน มีบรรพบุรุษมาจากแผ่นดินนั้น แต่ ณ ปัจจุบัน เราเป็นหุ้นส่วนที่สร้างอนาคตร่วมกัน ปีนี้ 9 สมาคมจีนครบรอบ 60 ปี เป็นตัวเลขที่ดี ปีนี้ผมก็ 60 ปี สัปดาห์หน้าก็แซยิดแล้ว นึกไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเร็วเช่นนี้ 60 ปีเราบอกว่าแก่ บอกว่าอายุมาก บอกว่าวัยเกษียณเราจะไม่คิดอะไรต่อ แต่สำหรับผมคิดว่า 60 ปีชีวิตเพิ่งเริ่มต้น เราต้องคิดทุกอย่างให้กับลูกหลานของเรา”  ก่อนกล่าวจบนายกฯ ได้พูดเป็นภาษาจีนว่า “จง ไท้ อี้ เจีย ซิน เจีย หยู จง กั๋ว” แปลเป็นภาษาไทย ว่า ไทย-จีนครอบครัวเดียวกันตลอดไป ขอให้เจริญๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ

ด้านนายอู๋ จื้ออู่ กล่าวย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีนว่า เหมือนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวว่าจีน-ไทยครอบครัวเดียวกัน ทั้งชาวไทยและชาวจีนได้ร่วมกันด้วยความสามัคคี และร่วมกันสร้างความเจริญก้าวหน้าไป และช่วงท้ายได้กล่าวอวยพรนายกฯ ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และประสบความสําเร็จในภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินเป็นคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง มีชื่อแซ่ในภาษาจีนกวางตุ้งว่า ฉั่น เส็กหยิ่ว แซ่นี้คือแซ่เดียวกับ เฉิน ในภาษาจีนกลาง หรือ ตั๊ง ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แต่พอเป็นภาษาจีนกวางตุ้งจะออกเสียงว่า ฉั่น ซึ่งคนไทยมักอ่านว่า ชาน อีกทั้งนายอนุทินยังเป็นกรรมการสมาคมกว๋องสิวฯ ด้วย

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเผยถึงการพบคณะเอกอัครราชทูต กงสุลต่างประเทศ และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย รวม 76 คน ของนายอนุทินเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ว่า ไม่ได้เป็นเพียงพิธีรับรองทางการทูตตามวาระ แต่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการทูตเชิงรุกที่รัฐบาลประกาศไปก่อนหน้านี้และการจัดแผนที่การทูตเศรษฐกิจใหม่ของไทย

 “แกนหลักสำคัญของรัฐบาลคือการพาไทยกลับมายืนในสายตาโลกอีกครั้ง ในฐานะประเทศเปิดกว้าง เชื่อถือได้ และเป็นจุดเชื่อมอาเซียน ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน วิกฤตพลังงาน อาหาร และการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกใหม่” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า อาเซียนเป็นภูมิภาคแรกที่ไทยต้องกลับมามีบทบาทให้ได้ โดยที่ผ่านมานายอนุทินเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการแล้ว 5 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว, สิงคโปร์, เวียดนาม, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยหลังจากนี้เตรียมเดินทางต่อไปยังฟิลิปปินส์ บรูไน และติมอร์-เลสเต

แหล่งข่าวกล่าวว่า รัฐบาลของนายอนุทินกำลังใช้เขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นเครื่องมือดึงไทยกลับเข้าสู่เรดาร์นักลงทุน โดยเร่งรัดความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป, ไทย-แคนาดา, ไทย-เกาหลีใต้ และผลักดันไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป (เอฟตา) ที่บรรลุผลแล้ว รวมถึงเปิดทางตลาดใหม่ผ่านเปรู, ศรีลังกา, ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (บิมสเทค) และอาเซียน-แคนาดา. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รับพลทหารอาสา เปิด1.8หมื่นอัตรา

ทบ.รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด-หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ

ทรงช่วยชาวเนปาล

"ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือชาวเนปาลในเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยกองทัพอากาศดำเนินการจัดส่ง