จับตาอภิปรายงบปี70เดือด!

จับตาถกงบประมาณปี 2570 วาระ  2-3 “มาร์ค-ไหม” จ้องถล่มงบกลาง 1.2 หมื่นล้านบาท อ้างซ้ำซ้อน พ.ร.ก.กู้เงิน “กรวีร์” มั่นใจสภาไม่ป่วน เพราะตกลงวิปฝ่ายค้านลงตัว "อนุทิน" ลั่นเป็นหน้าที่ สส. รัฐบาลไม่ต้องกำชับ ชี้เวทีเป็นเรื่อง กมธ.-สส. ไม่เกี่ยวรัฐมนตรี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.2569 มีรายงานข่าวจากสภาผู้แทนราษฎรว่า ในวันที่ 7-9 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)  วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว 41 มาตราในวาระ 2 และ 3 โดย กมธ.พิจารณาตัดลดงบประมาณจากวาระแรกลง 11,162 ล้านบาท นำไปจัดสรรให้ส่วนราชการตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอตามความเหมาะสมและจำเป็น 10,891 ล้านบาท และจัดสรรให้หน่วยงานของรัฐ รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ  271 ล้านบาท ทั้งนี้ งบประมาณที่ตัดลดลง 11,162 ล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งถูกนำไปจัดสรรเพิ่มให้งบกลาง 6,044 ล้านบาท เพื่อนำไปอยู่ในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ทำให้งบกลางมีงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 699,924,956,400 บาท จากเดิม 693,880,000,000 บาท

สำหรับกระทรวงที่ถูกตัดลดงบประมาณ 5 สูงสุด 5 อันดับแรก คือ 1.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากเดิม 17,505,388,300 ล้านบาท ปรับลดเหลือ 14,375,820,000 บาท หรือลดลง 3,129.5 ล้านบาท โดยเป็นของกรมควบคุมมลพิษ 3,000 ล้านบาท ที่เสนอของบเพื่อนำไปชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดกรณีคลองด่าน แต่ กมธ.ลงมติตัดทิ้งทั้งหมด 2.กระทรวงกลาโหม เดิม 91,957,182,500 ล้านบาท ปรับลดเหลือ 90,728, 227,800 บาท หรือลดลง 1,228 ล้านบาท 3.กระทรวงมหาดไทย เดิม 227,842,668,000 บาท ปรับลดเหลือ 226,929,855,500 บาท หรือลดลง 912.8 ล้านบาท 4.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดิม 53,732,557,700 บาท ปรับลดเหลือ  53,050,306,600 บาท หรือลดลง 682.2 ล้านบาท และ 5.กระทรวงคมนาคม เดิม 166,641, 605,800 บาท ปรับลดเหลือ 166,014,611,700 บาท หรือลดลง 626.2 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในมาตรา 6 งบกลาง มี กมธ.และ สส.เข้าชื่อขออภิปรายแสดงความเห็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะการขอตัดงบโครงการค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โดยมองว่า มีความซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนดเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ที่มีวัตถุประสงค์นำมาใช้ในการปรับเปลี่ยนพลังงานอยู่แล้ว

ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง  พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จากการหารือกับวิปฝ่ายค้านแล้วจะใช้กรอบการพิจารณาเป็นจำนวนมาตราแทนการกำหนดเวลา โดยวันที่ 7 ก.ย.จะพิจารณาตั้งแต่มาตราแรกถึงมาตรา 15 งบกระทรวงคมนาคม ในวันที่ 8 ก.ย. พิจารณาตั้งแต่มาตรา 16 งบกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จนถึงมาตรา 26 งบกระทรวงอุตสาหกรรม และวันที่ 9 ก.ย. พิจารณาตั้งแต่มาตรา 27 งบของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกฯ จนถึงมาตราสุดท้าย ส่วนการลงมติในวาระสามนั้น คาดว่าจะอยู่ในช่วงเวลา 19.00-20.00 น.

 “เชื่อการบริหารจัดการเวลาการประชุมนั้นจะไม่มีปัญหา และเป็นไปตามกรอบเวลา ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาภายใต้งบประมาณที่  กมธ.เสนอ โดยผู้ที่สงวนความเห็นและเสนอคำแปรญัตติมีสิทธิที่จะอภิปรายตามประเด็นได้ จึงไม่สามารถใช้กรอบระยะเวลาเป็นตัวกำหนด อีกทั้งการพิจารณางบประมาณเป็นเรื่องที่ สส.ต้องซักถามกับ กมธ.ที่มีทั้ง สส.ฝ่ายค้านและ สส.ฝ่ายรัฐบาล ดังนั้นจึงไม่กังวลว่าจะมีเหตุปั่นป่วนในสภาเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา” นายกรวีร์กล่าว

นายกรวีร์กล่าวต่อว่า ในวันที่ 10 ก.ย. จะมีการประชุมสภาฯ ตามระเบียบวาระปกติ คือกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ทั่วไป และหลังจากนั้นจะพิจารณาเรื่องค้างคือ การอภิปรายในญัตติด่วนเรื่องแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ต่อด้วยพิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเรื่องรับทราบ

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า สส.ฝ่ายรัฐบาลต้องเข้าประชุม เพื่อให้ผ่านทุกวาระด้วยความเรียบร้อย โดยไม่ต้องกำชับอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของ สส.อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า กรณีฝ่ายค้านเตรียมใช้เวทีนี้เป็นการซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องงบประมาณก็เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของราชการทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน  สส.ทุกคนมีสิทธิ์ซักถาม และแสดงความเห็น กมธ.ก็มีหน้าที่ชี้แจง

เมื่อถามว่า สามารถซักถามนอกประเด็นเช่นเรื่องฮั้ว สว.ได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะพูดอะไร อะไรที่ตอบได้เราก็ต้องพร้อมตอบ แต่เรื่องงบประมาณเป็นเรื่องของ กมธ.กับ สส.

วันเดียวกัน ดร.ชาญวิชย์ อริยาวรนันต์  รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง ความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วยไทยพลัส จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,128 ตัวอย่าง โดยพบว่า  63.8% พึงพอใจต่อมาตรการไทยช่วยไทย 60/40 ในระดับมากถึงมากที่สุด, 24.7% พึงพอใจในระดับปานกลาง และ 11.5% พึงพอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย 

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลจากมาตรการนี้ พบว่า 56.6% มองว่ามาตรการช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อความสามารถของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ ขณะที่ 32.8% ไม่เปลี่ยนแปลง และ 10.6% ความเชื่อมั่นลดลง สุดท้ายเมื่อถามว่าหลังจบมาตรการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลควรทำอะไรต่อ พบว่า 33.4% ต้องการให้ทำมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ลดค่าครองชีพต่อ, 17.9% ต้องการลดค่าไฟฟ้า น้ำมัน และพลังงาน, 15.5% ต้องการให้ช่วยเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย, 11.2% ต้องการให้แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และ 10.8% ต้องการให้สร้างงาน เพิ่มโอกาสให้คนไทยมีอาชีพและรายได้เสริม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รับพลทหารอาสา เปิด1.8หมื่นอัตรา

ทบ.รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด-หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ

ทรงช่วยชาวเนปาล

"ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือชาวเนปาลในเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยกองทัพอากาศดำเนินการจัดส่ง