“กรมควบคุมมลพิษ” จับมือสำนักงานเขตห้วยขวาง ลุยกำจัดน้ำเสีย-ตะกอนดินเปื้อนน้ำมันจากดาต้าเซ็นเตอร์ย่านพระราม 9 “ฝ่ายค้าน-สภาสูง” ประสานเสียงเร่งควบคุม พร้อมจัดโซนนิง ผวาสต๊อกน้ำมันเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันกระทบพื้นที่รอบข้าง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ให้สัมภาษณ์ว่า คพ.ได้ร่วมกับสำนักงานเขตห้วยขวาง ติดตามการดำเนินการบำบัดและกำจัดน้ำเสียและตะกอนดินที่ปนเปื้อนน้ำมัน บริเวณศูนย์ข้อมูล DAMAC Digital Thailand (BKK 01) ย่านถนนพระราม 9 หลังพบการปนเปื้อนบริเวณบ่อพักน้ำทิ้งภายในบริษัทและท่อระบายน้ำสาธารณะภายนอก ซึ่งมีความเสี่ยงไหลลงสู่คลอง ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลดังกล่าวได้ว่าจ้างบริษัท เจนโก้ จำกัด ดำเนินการบำบัดและกำจัดของเสียที่ปนเปื้อนน้ำมันทั้งหมด
“ภายหลังการดำเนินการแล้วเสร็จ คพ.จะเข้าตรวจวัดสภาพแวดล้อมซ้ำบริเวณบ่อพักน้ำทิ้งภายในบริษัทและท่อระบายน้ำภายนอก โดยตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S) และค่าการลุกติดไฟ (LEL) เพื่อประเมินความปลอดภัยและยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม พร้อมกับติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม” อธิบดี คพ.กล่าว
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ต้องกำกับอย่างมียุทธศาสตร์ จะปล่อยให้เข้ามาลงทุนอย่างไร้ทิศทางไร้การจัดระเบียบไม่ได้ การใช้ช่องโหว่ของกฎหมายและความอ่อนแอของการบังคับใช้กฎหมายเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมอาจสร้างผลกระทบต่อสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง การลงทุนในอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ก็จะไม่คุ้มค่า
“ประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของอาเซียน เม็ดเงินลงทุนพุ่งจากราว 1 แสนล้านบาทในปี 2567 เป็น 7.3 แสนล้านบาทในปี 2568 โดยศูนย์ข้อมูลกระจุกตัวในกรุงเทพมหานครถึง 35 แห่ง จากทั้งหมดอย่างน้อย 65 แห่งทั่วประเทศ ปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของการลงทุนในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่ปริมาณเงินที่ดึงได้ แต่คือการมียุทธศาสตร์ชัดเจน กำกับดูแลและการเตรียมความพร้อม ตลอดจนการตั้งกติกาก่อนที่อำนาจต่อรองจะหมดไปหลังสัญญาการลงทุนเดินหน้า”
รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า การที่หน่วยงานของรัฐไทยในช่วงที่ผ่านมาปล่อยปละละเลยให้มีการลงทุนโดยไม่มีการกำกับดูแล ไม่จัดโซนนิงให้ดี ไม่ประเมินผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้า พลังงานและน้ำว่าเป็นอย่างไร อาจเกิดความขัดแย้งและผลกระทบขึ้นมาจนยากจะควบคุมได้ ตัวอย่างกรณีแรก รัฐเวอร์จิเนียและเคาน์ตีพรินซ์วิลเลียมในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น Data Center Alley ของโลก ซึ่งความขัดแย้งพุ่งถึงขีดสุด ส่งผลให้การอนุมัติโครงการต้องสะดุด ถูกยื้อเวลาด้วยข้อต่อสู้ทางกฎหมายหลายคดี กรณีที่สอง กรณีโครงการ Meta ที่เมืองเซโวล์เดอในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีการประท้วงและในท้ายที่สุด Meta ต้องประกาศยกเลิกโครงการ กรณีที่สาม วิกฤตพลังงานดาต้าเซ็นเตอร์ในเขตมหานครดับลินในไอร์แลนด์ ที่ไอร์แลนด์ต้องออกนโยบายฉุกเฉินในการจำกัดและชะลอการอนุมัติการเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมด
“ต้องยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรองของดาต้าเซ็นเตอร์ในเขตชุมชน การยกระดับนี้มีความจำเป็น เนื่องจากมีการเก็บสต๊อกน้ำมันสำรองไว้ในอาคารดาต้าเซ็นเตอร์บางแห่งกว่า 4 แสนลิตรนั้น อาคารเหล่านี้ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินและสวัสดิภาพของประชาชน มาตรฐานความปลอดภัยการเก็บสำรองไว้ในอาคารแบบนี้ต้องสูงกว่าหรืออย่างน้อยเทียบเท่าสถานีบริการน้ำมันในเมือง หากเป็นศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่มากๆ ต้องย้ายออก ไม่ควรอยู่ใจกลางเมือง ควรจัดระเบียบโซนนิงให้ไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมจะดีกว่า กำกับควบคุมความปลอดภัยได้ดีกว่า การบริหารจัดการเรื่องน้ำและไฟฟ้าก็จะมีประสิทธิภาพมากกว่า”
นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สว. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวเช่นกันว่า โครงการลักษณะนี้มีการสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งแม้จะอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 500,000 ลิตร แต่สิ่งที่เป็นข้อสังเกตสำคัญคือมาตรฐานการควบคุมอาคาร เพราะถ้าสต๊อกน้ำมันกว่า 4 แสนลิตร มันใหญ่พอๆ กับปั๊มน้ำมันเลย ซึ่งธรรมดาแล้วกฎของปั๊มน้ำมันต้องมีการควบคุมตั้งแต่การก่อสร้าง พื้นที่โดยรอบ แต่อาคารเหล่านี้ไม่ได้ถูกควบคุมแบบนั้น แค่จดทะเบียนเป็นโกดังสำหรับนำสินค้ามาวาง
“ผมเป็นสถาปนิก เวลาออกแบบเขาจะออกแบบแท็งก์น้ำมันไว้ใต้ดินตั้งแต่แรกเหมือนกับตามปั๊มน้ำมันเลย และปริมาณน้ำมันก็ไม่ได้เยอะแบบดาต้าเซ็นเตอร์ เขาสำรองเผื่อเวลาไฟดับแค่สัก 2-3 ชั่วโมงแค่นั้นเอง แต่ดาต้าเซ็นเตอร์นี้เขาสำรองเผื่อไฟดับไป 2 วัน ฉะนั้นมันต่างกันเยอะมากเป็น 10 เท่า มันเหมือนเรามีคลังน้ำมันย่อยๆ อยู่ตรงกลางชุมชน แล้วในนั้นก็มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ สายไฟต่างๆ เต็มไปหมด ซึ่งเวลาเกิดเพลิงไหม้ เหตุผลหลักอันดับแรกมักมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะฉะนั้นถ้ามีทั้งระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีทั้งน้ำมัน ก็น่าเป็นห่วง” นายสุนทรกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บี้นายกฯจริงใจปราบโกง! ‘ชัชชาติ’ชูใช้เทคโนโลยีสู้
ACT ปลุกสังคมต้านโกง "ไม่รับ ไม่จ่าย ไม่โกง ไม่เงียบ" บี้นายกฯ จริงใจปราบทุจริตให้เข้มข้นเด็ดขาด "พจน์"
สัมพันธ์จีนดุจครอบครัว ฝันดัน‘ไทย’สู่เรดาร์โลก!
นายกฯ เป็นประธานครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน ย้ำสัมพันธ์ไทย-จีนแน่นแฟ้นเหมือนครอบครัว ฝากคนรุ่นใหม่ผลักดันให้เดินไปได้ไกลกว่านี้
จับตาอภิปรายงบปี70เดือด!
จับตาถกงบประมาณปี 2570 วาระ 2-3 “มาร์ค-ไหม” จ้องถล่มงบกลาง 1.2 หมื่นล้านบาท
รุมสกรัมอนุฯชุด36 ส้มขนทีมขุดรากเหง้าชำแหละ/หนูย้อนอดีตใครผิดMOA
"พรรคส้ม" ชำแหละคณะอนุฯ ชุดที่ 36 "พริษฐ์" เปิด 4 พิรุธ ที่มาความจำเป็นไม่ชัดเจน
รับพลทหารอาสา เปิด1.8หมื่นอัตรา
ทบ.รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด-หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ
ทรงช่วยชาวเนปาล
"ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือชาวเนปาลในเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยกองทัพอากาศดำเนินการจัดส่ง

