ถกงบ 70 วันที่สองสุดอืด ปชน.พาเหรดถล่มกระทรวงเกษตรฯ เละ จวกกรมประมงเป็นกรมอควาเรียม-ศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี “มนพร” รีบแจงโครงการยุค “เศรษฐา” เด็กส้มอัด กษ.ครอบครองอาคารสุดอื้อซ่า “สุรเชษฐ์” ซัดคมนาคมตั้งงบแบบหาทำไปเรื่อย “มาร์ค” ติดใจงบศึกษาแลนด์บริดจ์ยังค้างท่อทั้งที่พับโครงการ อัดตีกินผลงานยุคเก่าแล้วยังทำตัวกรรโชกเสียง “ชวน” ขอเพิ่มงบดูแลต้นไม้ริมทางหลวง
เมื่อวันอังคารที่ 8 ก.ย.2569 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว 41 มาตรา ในวาระ 2 และ 3 เป็นวันที่สอง ขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ย้ายการประชุมจากทำเนียบรัฐบาลมายังอาคารรัฐสภา โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์ เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ได้สั่งไว้ เพื่อให้รัฐมนตรีอยู่เพื่อชี้แจง หาก สส.มีข้อสงสัยระหว่างการพิจารณา
และเวลา 09.25 น. ได้เริ่มประชุมต่อในมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสกรณ์และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 53,050,306,600 บาท โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณสูงถึง 20% เพราะการชี้แจงงบประมาณในชั้น กมธ.ของหลายกรมดูแล้วผิดทิศผิดทาง ไม่รู้ภารกิจหน้าที่ เช่น งบกรมประมง 4,800 ล้านบาท ครึ่งหนึ่งคือ 2,400 ล้านบาท เป็นงบบุคลากร เหลืออีกครึ่งหนึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิดกลับไปทำในสิ่งที่ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน เช่น ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ที่อดีตรัฐมนตรีบ้านอยู่ทางภาคเหนือ วันนี้รัฐมนตรีคนใหม่ก็มีความพยายามตั้งงบผูกพันปี 70 ปีแรกงบกว่า 200 ล้านบาท ไปสร้างที่อุดรธานีบ้านเกิดรัฐมนตรี จึงถามว่านี่คือศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หรือศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรีกันแน่ เพราะต้องมีในทุกจังหวัดของรัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีช่วยทุกยุคทุกสมัย ทำไปเพื่ออะไร
ต่อมา นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรค ปชน. ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายเช่นกันว่า เกิดคำถามเรื่องศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งการท่องเที่ยวอาจเป็นประเด็นที่ทำได้ แต่กรมประมงในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ที่ต้องแก้ไขปัญหาประมงในขณะนี้ กรมได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแล้วหรือไม่ ถึงไปส่งเสริมการท่องเที่ยว
“เรื่องกุ้ง กรมประมงของบก่อสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ อยากทราบว่าอัจฉริยะอะไร จะเห็นผลผลิตหรือลดต้นทุนได้อย่างไร ไม่อยากรู้ว่าจะมีเซ็นเซอร์กี่ตัวมีแผงโซลาร์เซลล์เท่าไหร่ แต่อยากรู้ว่าเกษตรกรพี่น้องชาวประมงหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะมีชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร”
ซัดกรมอควาเรียม
ต่อมาเวลา 11.05 น. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรค ปชน. อภิปรายว่า ได้ติดตามงบกรมประมง พบว่าสร้างในสิ่งไม่ควรสร้าง โดยเฉพาะสร้างอควาเรียมที่อยู่ในการดูแลของกรมประมง 16 แห่ง และยังไม่มีท่าทีจะหยุดสร้าง ทำให้มีงบประมาณผูกพันการสร้างอควาเรียมจำนวนมาก จึงไม่แน่ใจว่านี่คือกรมประมงหรือกรมอควาเรียม แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งที่เรื่องเหล่านี้ควรทำร่วมกับเอกชนในการดำเนินการ ไม่ใช่ภาครัฐทำเอง หน่วยราชการชอบจัดซื้อจัดสร้างเอง ให้งบประมาณผ่านมือตัวเอง
นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า ยังพบว่ากระทรวงเกษตรฯ สร้างอาคารของตัวเองเยอะมาก 13 หน่วยงาน มีอาคาร 17,000 อาคาร เฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรมี 3,800 อาคาร, กรมการข้าว 2,100 อาคาร, กรมปศุสัตว์ 2,000 อาคาร ขณะที่ราชการไทยมีอาคารทั้งหมด 100,000 อาคาร เป็นระเบิดเวลาชั้นดี เพราะสัดส่วนงบก่อสร้างในอนาคตจะเป็นงบซ่อมบำรุง ยิ่งภาครัฐมีอาคารที่มากเกินจำเป็นจะเป็นภาระในอนาคตสูงขึ้น ทั้งค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำค่าไฟ นับ 1,000 ล้านบาท
“หากกระทรวงเกษตรฯ ยังดำเนินนโยบายเช่นนี้ คงไม่มีโอกาสเห็นเกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น จึงขอตัดงบ 1.1% หรือ 600 ล้านบาท เทียบเท่าวงเงินรวมของอควาเรียมแห่งใหม่ที่ จ.อุดรธานีและระยอง” นายศุภณัฐกล่าว
ในเวลา 11.10 น. นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรค ปชน. อภิปรายว่า โครงการการจัดซื้อเรดาร์อากาศโครงการใหม่ของกรมฝนหลวงฯ ในปี 2570 มีการขอมาทั้งหมด 2 สถานี สถานีละประมาณ 480 ล้านบาท เป็นการใช้งบที่มีประสิทธิภาพหรือซับซ้อนเกินไปหรือไม่ เพราะเรดาร์ของอุตุนิยมวิทยามีอยู่แล้ว 12 สถานี ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศไทยแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าด้วยเหตุใดกรมฝนหลวงฯ จึงต้องมีการขอสร้างเรดาร์ของตัวเองเพิ่มขึ้น
“ยังมีเรดาร์ของกองทัพอากาศ กองทัพเรือ วิทยุการบิน และท่าอากาศยานต่างๆ ก็มีเรดาร์ของตัวเอง ทุกอย่างทับซ้อนกันหมด โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ ขอถามว่าสรุปแล้วนี่คือปัญหาของอุปกรณ์หรือปัญหาการบริหารกันแน่”
นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ (ปช.) อภิปรายว่า ขอปรับลดงบประมาณลง 2% และอยากเสนอข้อสังเกต 3 ประเด็น 1.เรื่องตัวชี้วัดงบกระทรวงเกษตรฯ เป็นอย่างไรบ้าง หรือว่ายังเป็นเช่นเดิม 2.เหตุผลที่ต้องปรับลดงบครั้งนี้ ที่สำคัญที่สุดคือมีหลายหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนกันอยู่ และ 3.ประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหาของภาคเกษตรกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เห็นโครงการที่เมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลที่จะส่งเสริมให้ประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการก่อสร้างอาหารฮาลาล
อ้างเกิดยุค 'เศรษฐา”
จากนั้นเวลา 12.40 น. นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธาน กมธ. ชี้แจงว่า ภาพรวมตั้งงบ 53,000 ล้านบาท มีการปรับลด 1.86% ซึ่งมีการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มั่นคง และการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมงานวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ส่วนเรื่องการก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำใน จ.อุดรธานี รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ปี 2568 ได้ริเริ่มโครงการพืชสวนโลก หนึ่งในองค์ประกอบดังกล่าวคือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด หากจะไปโทษว่าจังหวัดนี้มี รมช.เกษตรฯ ก็ไม่เป็นธรรม เพราะโครงการตั้งมาก่อน รมช.เกษตรฯ เข้ามา
“การจัดซื้อเรดาร์ของกรมฝนหลวงฯ เป็นการทดแทนเรดาร์อากาศเดิมที่ใช้มาแต่ปี 2555 อายุใช้งานเกิน 10 ปี และเหตุผลที่ไม่ใช้ของกรมอุตุฯ เพราะการใช้ต่างกัน แต่กรมฝนหลวงฯ ก็มีการบูรณาการร่วมกับกรมอุตุฯ” นางมนพรกล่าว
จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 14 ด้วยคะแนน 409 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 51 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง
ต่อมาเข้าสู่มาตรา 15 งบประมาณกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 166,014,611,700 บาท โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า ขอปรับลดงบ 3% เพราะตั้งงบแบบหาทำไปเรื่อย และยังไม่ได้รับความชัดเจนในส่วนของตึกคมนาคมแห่งใหม่ ซึ่งปีที่แล้วตั้งงบไว้ 4,000 ล้านบาท แต่โดนตัดไปแล้ว และปีนี้ตั้งเพียงแค่งบเช่าตึกใหม่ ซึ่งมีแหล่งข่าวระบุว่าสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมจะเลี่ยงบาลี เพราะแม้ว่างบถูกตัดไปแล้ว แต่ยังอยู่ในระบบ สิ่งที่เขาจะทำคือให้บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปสร้างตึกนี้แทน และกระทรวงคมนาคมจะไปเช่าอยู่ ซึ่งจะได้ของเดิมตามเจตนารมณ์เดิม จึงอยากได้ความชัดเจนว่าจะไปเช่าที่ไหน อย่างไร และพื้นที่ทำเลทองที่ติดสถานีกลางบางซื่อจะกลายร่างไปสู่อะไร
“งบประจำปีปกติโดยมากจะลงกับกรมทางหลวงโดยหาซ่อมหาสร้างไปเรื่อย เพราะนี่คือขุมทองหลักของข้าราชการและนักการเมืองในเรื่องค่าต๋ง สิ่งที่น่าเกลียดที่สุดในปีนี้ คือจงใจปั้นโครงการมาให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษมีมากเพียงพอต่อการแบ่ง ทั้งที่ชนชั้นอื่นๆ ใกล้ตายกันหมดแล้ว เพราะงบลงทุนมีเพียง 13% แต่โครงการสำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษเท่านั้น คือโครงการที่มีมูลค่า 600 ล้านบาทขึ้นไป กลับมีเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา” นายสุรเชษฐ์กล่าว
นายสุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า ยังมีเรื่องการขออนุมัติ ครม.เพื่อเบี้ยวเกณฑ์สำหรับโครงการก่อสร้างผูกพันที่ควรตั้งมาในปีแรก 15% ตามกฎ แต่สำนักงบประมาณและหน่วยงานไม่รู้ว่ารัฐมนตรีร่วมหัวด้วยหรือไม่ แอบตั้งเพียง 10% เพื่อให้มีพื้นที่งบประมาณเหลือเพียงพอยัดโครงการเพิ่ม เพื่อให้มีจำนวนโครงการมากพอต่อการแบ่งฮั้ว ซึ่งต้องคอยจับตาดูกันว่ามติ ครม.หลังผ่านงบประมาณ 3 วาระไปแล้ว จะมีการชงเรื่องเพื่อใช้มติ ครม.แก้มติ ครม.ทำให้การเบี้ยวเกณฑ์ถูกต้องตามกฎหมายตามที่ทำนายไว้หรือไม่ เพราะนี่คือระบอบสีน้ำเงิน อะไรที่ผิดก็ทำให้ถูกได้
ติดใจงบศึกษาแลนด์บริดจ์
จากนั้น เวลา 14.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชป. อภิปรายมาตรา 15 ว่า ได้แปรญัตติขอปรับลดงบ 10% เพราะเป็นกระทรวงที่ประกาศนโยบายโครงการต่างๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อตัวรัฐมนตรีเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ แต่ไม่ได้สอดคล้องกับการจัดสรรงบที่เราพบเห็นอยู่ในฉบับนี้ อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งได้พับโครงการแล้ว แต่ก็แปลกที่งบศึกษาแลนด์บริดจ์ก็ยังปรากฏอยู่ แม้เป็นจำนวนเงินไม่มาก แต่สงสัยว่าทิ้งค้างไว้เพราะอะไร
“โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีไปโฆษณา บางครั้งใช้วิธีในการพาดพิงให้เสียหายกับพรรคการเมืองในพื้นที่ที่เคยมี สส. แต่ความจริงท่านไม่ได้ชี้แจงว่าหลายโครงการที่ท่านพูดขณะนี้เป็นการสานต่อสิ่งที่รัฐบาลก่อนๆ ได้อนุมัติไว้ เรื่องคมนาคม โลจิสติกส์ เป็นหัวใจของขีดความสามารถการแข่งขัน ผมอยากให้รัฐบาลไทยมีแผนที่ชัดเจน จัดสรรงบให้สอดคล้องกับแผนนั้น ไม่ใช่จัดเงินเพื่อเอื้อกลุ่มทุนและโฆษณาหาเสียงโครงการโลจิสติกส์ไปวันๆ ผมว่าการซื้อเสียงแย่แล้ว กำลังมีปรากฏการณ์กรรโชกเสียงอีก ในเรื่องของการไปพูดถึงว่าต้องเลือก สส.ทั้งจังหวัดจึงจะได้โครงการนั้นโครงการนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ด้านนายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรค พท. ได้อภิปรายแปรญัตติตัดงบในมาตรา 15 ลง 2% โดยระบุว่า โครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ยกตัวอย่างถนนพระราม 2 ที่เราเรียกว่าถนน 7 ชั่วโคตร และถนน M6 กำลังกลายเป็นถนน 1 โคตร ทำไมการก่อสร้างที่ล่าช้า ทั้งที่เรามีการจัดจ้าง ที่ปรึกษาใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาล เราถึงไม่ดำเนินการ ในเมื่อสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ลงทุนไปแล้วเป็นเงินมูลค่ามหาศาล ที่จะต้องระดมความคิดเห็น และทำอย่างไรให้แล้วเสร็จ
เมื่อเวลา 13.50 น. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายว่า ขอถือโอกาสมาเป็นปากเป็นเสียงให้กับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าสมบัติของชาติ ซึ่งเกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งจึงไม่มีปากมีเสียง โดยภาพต้นไม้ริมทางทั่วประเทศที่ปรากฏ เป็นการตัดทอนทำลายจนเสียหาย ไม่ใช่การตัดเพื่อบำรุงรักษา แต่เหมือนเป็นการประหารชีวิต ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร และกำลังเผชิญภาวะโลกร้อน ต้นไม้ใหญ่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยคายออกซิเจน สร้างภูมิทัศน์ และช่วยลดฝุ่น PM 2.5
“เข้าใจดีว่าแขวงทางหลวง ทางหลวงชนบท หรือชลประทาน ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ บางแห่งจึงปล่อยให้ชาวบ้านมาตัดฟันไม้ไปใช้เอง จนต้นไม้ไม่เหลือกิ่งก้าน จึงขอเสนอให้จัดสรรงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาและอนุรักษ์ต้นไม้ทั่วประเทศอย่างถูกต้องตามหลักรุกขกรรม ให้แก่หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เพราะต้นไม้เหล่านี้คือสมบัติของชาติที่มีคุณค่าเกินกว่าจะประเมินมูลค่าได้” นายชวนกล่าว
ในเวลา 16.13 น. ที่ประชุมลงมติในมาตรา 15 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 280 คน ไม่เห็นด้วย 143 คน งดออกเสียง 51 คน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เด็ก ภท.ชี้สภาอืด
ทั้งนี้ ในระหว่างประชุม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลุกขึ้นหารือว่า ข้อตกลงของวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านที่ได้หารือกันก่อนประชุมวันที่ 7 ก.ย. จะพิจารณาถึงมาตราที่ 15 และวันนี้จะพยายามพิจารณาให้จบถึงมาตรา 26 แต่ขณะนี้เพิ่งอภิปรายจบในมาตรา 15 ซึ่งเราตั้งใจว่าจะพิจารณาให้จบในวาระ 2 และ 3 ภายใน 3 วัน จึงขอให้พยายามใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด หากสมาชิกท่านใดที่ไม่ติดใจในมาตราใด ก็ขอให้ถอนหรืออภิปรายอย่างกระชับมากขึ้น
จากนั้นที่ประชุมจะนำเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 16 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 5,511,003,000 บาท โดยนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายว่า นโยบาย Cloud First ของรัฐบาล จากข้อมูลพบว่าสภาวะการงบประมาณของโครงการคลาวด์อยู่ในลักษณะยิ่งรวมก็ยิ่งบวม แม้ว่าการเช่าใช้คลาวด์ของแต่ละหน่วยงานโดยตรงจะลดลงประมาณ 10% จาก 1,523 ล้านบาท เหลือ 1,359 ล้านบาท แต่เมื่อนำมารวมกับงบระบบคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) จำนวน 4,980 ล้านบาท กลับพบว่ารายจ่ายรวมด้านคลาวด์สูงขึ้นเกินกว่า 50% โดยเฉพาะงบ GDCC เพียงอย่างเดียวพุ่งสูงขึ้นถึง 120% หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว นอกจากนี้ยังพบปัญหาความซ้ำซ้อนเนื่องจากมี 45 หน่วยงานยังคงเช่าคลาวด์แยกต่างหากรวมมูลค่ากว่าพันล้านบาท และอีกกว่า 40 หน่วยงานเสนอจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของตนเองเป็นเงินเกือบ 1,000 ล้านบาท
หลังอภิปรายครบที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กมธ. 413 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 53 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง
ต่อมาในมาตรา 17 งบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 14,375,820,000 บาท นายณัฐชาอภิปรายว่า ปีนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีการของบทั้งหมดกว่า 1,501 ล้านบาทเศษ ในเงินกว่า 1,500 ล้านบาท มี 281 โครงการเป็นโครงการบ่อบาดาลในพรรคภูมิใจไทยถึง 141 โครงการ หรือกินสัดส่วนงบไป 861 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 57.39%
"นี่คือสิ่งที่ไม่สามารถกดเห็นชอบได้จริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัดส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่ทำผลงานตั้งแต่งบกลางจนมาถึงงบประมาณปี 70 ได้บรรทัดฐานเท่าเดิม เพิ่มเติมคือ ณ วันนี้ปาไป 57% แล้ว ที่เอาภาษีพี่น้องประชาชนไปใช้กับวิธีการแบบนี้" นายณัฐชากล่าว
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า สะดุดตากับโครงการโมเดลทะเลสาบสงขลาเพื่อเศรษฐกิจสีน้ำเงิน งบประมาณผูกพัน 3 ปี 190 ล้านบาท ดูในปี 2570 ตั้งไว้ 28.5 ล้านบาท ปี 71 ตั้งไว้ 80.7 ล้านบาท และปี 72 เท่ากัน 80.7 ล้านบาท เห็นชื่อโครงการแล้วชวนมันเขี้ยวว่าภายในใช้กับอะไร กังวลและสงสัยว่ามีทีโออาร์แล้วหรือไม่ ก่อนจะอนุมัติเงินรัฐบาลพิสูจน์แล้วหรือไม่ว่าเฟสแรกได้ผลจริง และใครจะเป็นเจ้าภาพบ้างในโครงการนี้ สร้างเสร็จแล้วใครจะบริหารระบบ จะอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานใด ถ้าตอบไม่ได้ สุดท้ายจะกลายเป็นโครงการสร้างเศรษฐกิจให้เครือข่ายสีน้ำเงินเท่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศุภจีแย้มข่าวดี ใกล้ปิดดีลภาษี หนูจ่อคุยทรัมป์
“ศุภจี” เผยเจรจาภาษีสหรัฐเป็นไปด้วยดี อีก 1 สัปดาห์ชัดเจน มั่นใจได้ตามดีลเดิม ชี้หากลงตัวพร้อมต่อสาย
เคาะ‘Hanwha’เรือฟริเกต แนะไทยรับมือวิกฤตใหม่
ทร.ประกาศผล "บ.Hanwha" ได้รับเลือกต่อเรือ "ฟริเกต" 1 ลำ เสนอราคา 16,730 ล้านบาท
โกงสอบไล่ออก-บัญชีดำ ยธ.ยังไม่เด้ง‘อธิบดีDSI’
รัฐบาลเด็ดขาด "โกงสอบเข้า ขรก.-ไล่ออกสถานเดียว" พร้อมทำแบล็กลิสต์กลางห้ามเข้าสอบอีกต่อไป และปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ
อนุทินลั่นรู้ที่สูงที่ตํ่า โต้แอบอ้างเอื้อการเมือง เท้งปลุก13ก.ย.บีบ‘กกต.’
“นายกฯ” แจงถูกกล่าวหาแอบอ้างสถาบันฯ หลังออกงานร่วมองคมนตรีบ่อย ยันรู้ที่สูงที่ต่ำ-รู้มากกว่าคนอื่น ทำทุกอย่างตามขั้นตอน โผล่คอมเมนต์ตอก "วิโรจน์”
'ศุภณัฐ' เฉ่งกรมประมง ละเลงงบสร้างอควาเรียมหลายแห่ง ชี้ควรร่วมเอกชน กลับทำเองหวังงบผ่านมือ
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ตนได้ติดตามงบกรมประมง พบว่า สร้างในสิ่งไม่ควรสร้าง โดยเฉพาะสร้างอควอเรียมที่อยู่ในการดูแลของกรมประมง 16 แห่ง และยังไม่มีท่าทีจะหยุดสร้าง
นายกฯชูศก.กว่าซื้ออาวุธ JICแฉเขมรมี‘ทหารผี’อื้อ
"อนุทิน" ฟังข้อเสนอ วปอ.68 "Resilient Thailand" ชี้การทุ่มเทงบมหาศาลไปเพื่อเตรียมความพร้อมยุทโธปกรณ์ต่างๆ

