ทร.ประกาศผล "บ.Hanwha" ได้รับเลือกต่อเรือ "ฟริเกต" 1 ลำ เสนอราคา 16,730 ล้านบาท รมว.กลาโหมเป็นประธานแถลงผลการศึกษา นศ.วปอ.68 ย้ำไทยต้องฝ่าวิกฤตพร้อมกลับมายืนอย่างเข้มแข็งรับมือวิกฤตใหม่ๆ ยกสู้รบกัมพูชารอบ 3 รูปแบบอาจเปลี่ยน "รัฐบาล" เพิ่มกรอบเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชาอีก 240.75 ล้านบาท เร่งช่วย ปชช.-จนท.ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง
เมื่อวันที่ 8 กันยายน พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต ได้ลงนามประกาศกองทัพเรือ เรื่องผู้ได้รับการคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกต จำนวน 1 ลำ พร้อมทั้งระบบและอุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การฝึกอบรม การตรวจรับ การรับประกัน และพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd โดยเสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 16,730,000,000 บาท เป็นราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว ซึ่งราคานี้เป็นราคาคงที่และตายตัว (Firm & Fixed Price) ในราคา DAP (INCOTERMS 2020) รวมการขนส่งและประกันภัย จนกระทั่งส่งมอบงาน ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หรือพื้นที่ที่กองทัพเรือจะกำหนด
ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานงานแถลงผลการศึกษาของนักเรียน วปอ.รุ่น 68 ว่า วันนี้ความมั่นคงของชาติ ไม่ได้หมายถึงขีดความสามารถทางทหารที่เข้มแข็งอย่างเดียวแล้ว ตนรบกับกัมพูชาเมื่อปี 54 เมื่อเทียบกับ 2 ครั้งปี 68 มีการเปลี่ยนแปลง และไม่รู้ว่าครั้งที่ 3 จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ดังนั้นประเทศไทยต้องมีความสามารถในการป้องกันควบคู่การฟื้นตัวและการก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคง เมื่อเราเผชิญวิกฤตการณ์รูปแบบใหม่ๆ
รมว.กลาโหมยอมรับว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยพิบัติ โรคระบาด ไซเบอร์ และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นการสร้างประเทศไทย ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ในฐานะ รมว.กลาโหม เห็นด้วยกับแนวคิด การระเบิดจากภายในเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ต้องทําให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และรับมือกับวิกฤตได้ทุกๆ แบบ ในขณะที่ภาครัฐก็ต้องมีระบบการทํางานที่เชื่อมโยง เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
"การกลับคืนสู่สภาพเดิมหลังวิกฤต หมายถึง การเรียนรู้การปรับตัวและกลับมาเข้มแข็ง ประเทศไทยที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ไม่เคยเผชิญวิกฤต แต่เมื่อเผชิญวิกฤตแล้วพร้อมจะเรียนรู้ปรับตัว และเข้มแข็งมากกว่าเดิม" พล.ท.อดุลย์กล่าว
ที่รัฐสภา น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเพิ่มกรอบวงเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อีก 240.75 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมในช่วงวันที่ 26 ธันวาคม 2568-23 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง และสอดคล้องกับสิทธิที่พึงได้รับ
กรอบวงเงินเพิ่มเติมดังกล่าวจะใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยแบ่งให้กระทรวงมหาดไทย 65 ล้านบาท, กระทรวงกลาโหม 166.25 ล้านบาท และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 9.5 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานจะเป็นผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
น.ส.ลลิดากล่าวว่า การจัดสรรครั้งนี้เป็นการต่อเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ซึ่งได้เห็นชอบหลักเกณฑ์และกรอบวงเงินเยียวยาเดิมจำนวน 577.3 ล้านบาท สำหรับผู้ได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 3 สิงหาคม-25 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดว่า หากมีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมและวงเงินเดิมไม่เพียงพอ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอขอรับการจัดสรรเพิ่มเติมตามขั้นตอน
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มกรอบวงเงินครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ที่มีสิทธิได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม ทั่วถึง และไม่ตกหล่น พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งตรวจสอบข้อมูลและเบิกจ่ายให้ถึงมือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว” น.ส.ลลิดากล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘นายกฯ’มั่นใจ GDPเกิน2.1% ยกระดับลงทุน
“อนุทิน” มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน ไทยวางตำแหน่งไม่แข่งขันด้วยค่าแรงราคาถูก ค่าไฟราคาถูก หรือรับงานประกอบสินค้าเพื่อรับเพียงค่าจ้าง
ส่อแห้ว‘ซักฟอก’! ‘อนุทิน’ยันหาวันอภิปรายใหม่ยาก/แบไต๋‘กล้าธรรม’
"อนุทิน" เผยเป็นเรื่องยากเคาะหาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าเหมาะสมสะดวกที่สุดแล้ว โยน "ปธ.สภาฯ" ตัดสินใจกำหนดวัน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศประชาชนได้ประโยชน์ บอกการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ยันพรรคร่วมฯ ไร้คลื่นใต้น้ำ
ติงเขมรปลุกแค้น
รั้วความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา เฟส 2 พื้นที่จังหวัดจันทบุรี คืบหน้ากว่า 70% แล้ว ไร้เขมรป่วน "ผอ.JIC" เตือนอย่าใช้ประวัติศาสตร์ปลุกแค้น ปมหนังเขมรพาดพิงทหารไทย
สต๊อกนํ้ามันล้น จนต้องส่งออก!
นายกฯ อนุทินแจงสถานการณ์พลังงาน ไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต๊อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก ชี้ผลกระทบมีเพียงเรื่องราคาผันผวนตามตลาดโลก พร้อมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนหันพึ่งไฟฟ้า-โซลาร์รูฟท็อป เตรียมถกลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 ลดการพึ่งพาให้น้อยที่สุด
ทหาร‘กัมพูชา’ เกาะติดฝั่งไทย ผุดถนนยุทธวิธี
“ทหารกัมพูชา” เฝ้าจับตาไทยสร้างถนนยุทธวิธีช่องพราน ก่อนโชว์แผนที่-พิกัดยืนยันอยู่ในเขตไทย
‘กกต.’ร่ายยิบ หลักเกณฑ์ยุบ พรรคการเมือง
“กกต.” แจงยิบขั้นตอนสั่งยุบพรรคการเมือง เผยมี 6 ขั้นตอนสำคัญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิด 5 รายชื่อผ่านเกณฑ์รอบแรก นั่งเก้าอี้แทน “ฐิติเชฏฐ์”

