โกงสอบไล่ออก-บัญชีดำ ยธ.ยังไม่เด้ง‘อธิบดีDSI’

รัฐบาลเด็ดขาด "โกงสอบเข้า ขรก.-ไล่ออกสถานเดียว" พร้อมทำแบล็กลิสต์กลางห้ามเข้าสอบอีกต่อไป และปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับสกัดทุจริต คุมเข้มปืนและจัดซื้อรัฐ ด้าน รมว.ยุติธรรมตอบไม่ชัดปมโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอและข่าวลือให้ "ร.ต.อ.ปิยะ" นั่งแทน เผยเตรียมออกหมายเรียกรอบ 3 "สส.ภูเก็ต" ปชน. ปมถือหุ้นนอมินีต่างชาติ เตือนหากเบี้ยวจ่อผิดมาตรา  24 และเตรียมสั่งฟ้อง "ภาวุธ-ฟิล์ม" คดี Forex-3D ต่ออัยการภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

 เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่รัฐสภา น.ส.ลลิดา  เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบและรับทราบตามที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอ  เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการให้เข้มข้นและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ หลังสำนักงาน ก.พ.ตรวจพบการทุจริตในการสอบภาค ก.  ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน รวม 114  กรณี โดยเฉพาะการสวมตัวสอบ ซึ่งบางกรณีมีผู้เข้าสอบแทนบุคคลอื่นหลายราย และพบว่าช่องว่างของระบบเดิมยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยทุจริตในหน่วยงานหนึ่งสามารถเวียนไปสมัครสอบในหน่วยงานอื่นได้

ก.พ.จึงเสนอมาตรการสำคัญ ทั้งการกำหนดมาตรฐานทางวินัย การจัดทำฐานข้อมูลกลางผู้เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือ Blacklist รวมถึงแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบเดิม และป้องกันไม่ให้ผู้ทุจริตสามารถเข้าสู่ระบบราชการได้อีก

"มาตรการสำคัญคือการกำหนดให้ข้าราชการที่ทุจริตในการสอบเข้ารับราชการภายหลังได้รับการบรรจุแล้ว ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และกำหนดโทษไล่ออกจากราชการสถานเดียว เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้มาตรฐานเดียวกัน ขณะที่หากตรวจพบว่าการทุจริตเกิดขึ้นก่อนการบรรจุ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดำเนินการให้ออกจากราชการโดยพลัน" น.ส.ลลิดาระบุ

พร้อมกันนี้ จะให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของแต่ละประเภทจัดทำบัญชีผู้เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการตามกฎหมายของตน  และส่งรายชื่อให้สำนักงาน ก.พ.รวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้ทุกหน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบลักษณะต้องห้ามก่อนรับบุคคลเข้ารับราชการ ปิดช่องโหว่ที่ผู้เคยทุจริตจากหน่วยงานหนึ่งสามารถย้ายไปสมัครสอบในอีกหน่วยงานหนึ่งได้

สำนักงาน ก.พ.ยังได้กำหนดให้ผู้ที่ทุจริตในการสอบภาค ก. เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการ และมีอำนาจดำเนินการเพิกถอนหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. โดยปัจจุบันได้มีการกำหนดผู้ทุจริตในการสอบภาค ก. เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามแล้ว 24 ราย ณ วันที่ 22 ก.ค.2569

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอร่างกฎหมายสำคัญ 5 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ..... 2.ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 พ.ศ..... 3.ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน (ฉบับที่..) พ.ศ..... 4.ร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่..) พ.ศ..... และ 5.ร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน (ฉบับที่..) พ.ศ.....

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับ 1.กฎหมายความรับผิดในการสอบบรรจุฯ กำหนดกฎหมายเฉพาะเพื่อป้องกันและแก้ไขการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ 2.กฎหมายควบคุมอาวุธปืน เพิ่มความเข้มงวดในการครอบครองและใช้อาวุธปืน โดยผู้ขอใบอนุญาตต้องผ่านการอบรม ทดสอบ และตรวจสุขภาพจิต ปรับลดอายุใบอนุญาต ยกเลิกใบอนุญาตตลอดชีพ และเพิ่มโทษผู้กระทำผิด พร้อมเปิดทางให้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน  หรือวัตถุระเบิดที่ไม่มีใบอนุญาตมอบต่อนายทะเบียนภายใน 90 วัน โดยไม่ต้องรับโทษ

3.กฎหมายการประกอบกิจการพลังงาน ให้นำเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้ามาใช้เป็นค่าไฟฟ้าสาธารณะสำหรับแสงสว่างในพื้นที่หรือทางสาธารณะ พร้อมปรับหน้าที่และคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับ กกพ.ให้ชัดเจน 4.กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปรับหลักเกณฑ์คัดเลือกคู่สัญญา โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์ของราชการ  วัตถุประสงค์การใช้งาน และความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญา มากกว่าข้อเสนอด้านราคา พร้อมเพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญาและขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานในกรณีทำงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง 5.กฎหมายป่าชุมชน กำหนดให้รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตของป่าชุมชนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน โดยให้จัดสรรแก่สมาชิกป่าชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรม

วันเดียวกัน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เรื่องนี้ยังไม่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการใดๆ เลย ซึ่งปลัดกระทรวงยุติธรรมเพิ่งมาดำรงตำแหน่ง จึงได้ให้นโยบายไปว่า ต้องดูผลงานตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกอง อย่างน้อยให้ไปดูผลงานย้อนหลัง 2 ปี ว่าที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติอะไรบ้างที่เป็นรูปธรรม

เมื่อถามว่า ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการล้างบางทางการเมือง พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะเรื่องคดีต่างๆ ได้ผ่านขั้นตอนของดีเอสไอไปหมดแล้ว 

​ส่วนที่มีความกังวลว่ามีชื่อของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเป็น 1 ใน 5 เสียงข้างมากที่โหวตยกคำร้องคดีฮั้ว สว.ทั้ง 229 คน ไม่มีใครมีความผิด มาเป็นอธิบดีเอสไอนั้น รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเป็นข่าวที่ตนสงสัยว่า บางข่าวก็ว่าย้าย บางข่าวก็ว่าไม่ย้าย  ซึ่งความจริงแล้วทางกระทรวงยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้เลย

พล.ต.ท.รุทธพลยังกล่าวถึงกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ขอเลื่อนการให้ปากคำเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ในฐานะพยานต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  ครั้งที่ 2 ในคดีตรวจสอบการถือหุ้นบริษัทเอกชน ในฐานะเป็นกรรมการถือหุ้นบริษัทเอกชน ซึ่งถูกมองว่าเป็นนอมินีร่วมกับชาวต่างชาติว่า   พนักงานสอบสวนนัดอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ย. ถือเป็นการเรียกครั้งที่ 3 เพราะต้องเร่งดำเนินการนิดหนึ่ง เนื่องจากในพื้นที่ได้รายงานมาว่า ขณะนี้มีการปิดบริษัทแล้วหลายบริษัท และมีการนำที่ดินออกไปขายในราคาผิดปกติไม่สมจริง ซึ่งต่ำกว่าราคาจริงอย่างมากๆ และเจ้าหน้าที่ก็ได้สืบสวนพบว่ามีที่ดินอีกหลายแปลงในภาคอีสาน จึงอยากให้นายสมชาติรีบเข้ามาชี้แจง เพราะถ้าหากไม่มา ก็จะมีเรื่องของข้อกฎหมายตาม  พ.ร.บ.กรมสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 24 ในเรื่องของการขัดหมายเรียก 

พล.ต.ท.รุทธพลยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับคดีฟอเร็กซ์ว่า   กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รายงานตนมาว่าในปลายเดือนกันยายนนี้จะมีการสั่งฟ้องต่ออัยการ ซึ่งนอกจากนายภาวุธแล้ว ก็ยังมีอีกหลายคนที่ถูกฟ้อง รวมถึงนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตนักร้องและนักการเมืองรวมอยู่ด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซัด‘กรรโชกเสียง’แลกเทงบ

ถกงบ 70 วันที่สองสุดอืด ปชน.พาเหรดถล่มกระทรวงเกษตรฯ เละ จวกกรมประมงเป็นกรมอควาเรียม-ศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี “มนพร” รีบแจงโครงการยุค “เศรษฐา”

อนุทินลั่นรู้ที่สูงที่ตํ่า โต้แอบอ้างเอื้อการเมือง เท้งปลุก13ก.ย.บีบ‘กกต.’

“นายกฯ” แจงถูกกล่าวหาแอบอ้างสถาบันฯ หลังออกงานร่วมองคมนตรีบ่อย ยันรู้ที่สูงที่ต่ำ-รู้มากกว่าคนอื่น ทำทุกอย่างตามขั้นตอน  โผล่คอมเมนต์ตอก "วิโรจน์”

เปิดชื่อ3มือโปร ดาต้าเซ็นเตอร์ เสริมทีม21คน

นายกฯ ไม่อยากให้ไทยแค่ตั้งโรงงาน "ดาต้าเซ็นเตอร์" แต่อยากดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง เห็นบริษัทไทยเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชน เปิดโฉม 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ “โชติ-สุพจน์-ธีร”