ตร.บุกยิงครูดับกลางรร. มท.3บี้ล้อมคอกเยียวยา

ช็อก! ร.ต.ต.บุกยิงครูดับกลาง รร.อนุบาล ท่ามกลางความตกใจของเด็กนักเรียน พบทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน "มท.3" ลงพื้นที่ทันที สั่งเร่งช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ จ่อยกระดับ รปภ.โรงเรียนเข้มงวดขึ้น "ปชน." จ่อยื่น กม.คุมเข้มความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุรุนแรงถี่ขึ้น

เมื่อวันที่ 9 กันยายน เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อมีผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงบุคลากรครูเสียชีวิต 1 ราย บริเวณทางเดินชั้น 1 ของอาคารเรียน ท่ามกลางความตื่นตกใจของครูและเด็กนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่

โดยเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง รับแจ้งเหตุยิงกันภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางไพลิน ทองธัช อายุ 48 ปี หรือ “ครูเปิ้ล” มีบาดแผลถูกยิงบริเวณกกหูด้านซ้าย ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

หลังได้รับแจ้งเหตุ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง ได้รุดลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที โดยเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์และประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความปลอดภัยสูงสุดในพื้นที่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำเด็กนักเรียนทั้ง 44 คน พร้อมด้วยครูที่เหลืออีก 3 คน และบุคลากรโรงเรียนอีก 3 คน ออกจากพื้นที่เกิดเหตุไปยังจุดปลอดภัยทันที ทั้งนี้ เด็กนักเรียนและครูทุกคนปลอดภัยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่หลายคนอยู่ในอาการหวาดกลัวและร้องไห้

จากนั้น ผู้ว่าฯ ชลบุรีมีคำสั่งให้ปิดการเรียนการสอนของโรงเรียนอนุบาลทันที พร้อมจัดทีมเยียวยาสภาพจิตใจเด็กและบุคลากรที่อยู่ในเหตุการณ์

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียน พบว่า ก่อนเกิดเหตุ  ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองธัช สามีของผู้เสียชีวิต ขับรถเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าโรงเรียน ก่อนเดินเข้าไปภายในโรงเรียน โดยช่วงเวลา 10.27 น. กล้องวงจรปิดบันทึกภาพครูภายในโรงเรียนพยายามนำเด็กนักเรียนเข้าไปอยู่ภายในห้อง ขณะที่ชายคนหนึ่งปรากฏตัวอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งชายสวมเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้น เดินเข้ามา โดยมือขวามีลักษณะถือวัตถุคล้ายอาวุธปืน ก่อนที่ครูเปิ้ลจะเดินออกมาจากห้อง จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และครูเปิ้ลล้มลงกับพื้น ขณะที่ชายคนดังกล่าวยังยืนอยู่บริเวณนั้นประมาณ 10 วินาที ก่อนเดินออกจากโรงเรียน กลับขึ้นรถและขับออกจากพื้นที่

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ติดตามไปยังบ้านพักภายในหมู่บ้านฟลาวเวอร์ ปาร์ค วิลล่า 2 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจึงวางกำลังปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ พร้อมใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อมให้บุคคลภายในบ้านออกมามอบตัว โดยประสานญาติและลูกชายเข้ามาช่วยพูดคุย เพื่อหวังให้สถานการณ์ยุติลงโดยไม่มีการสูญเสียเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุดังกล่าวความสะเทือนใจให้กับคนใกล้ชิด เนื่องจากไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.ต.ทัศพงษ์และนางไพลินเพิ่งร่วมกันจัดพิธีมงคลสมรสให้กับลูกชาย ซึ่งรับราชการตำรวจ โดยมีญาติและแขกผู้ใหญ่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

ต่อมา เวลา 13.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ตลอดจนดูแลเด็ก ครู และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างเต็มที่ ซึ่งหลังจากนี้ต้องยกระดับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่โรงเรียนให้เข้มงวดขึ้น

กระทั่งเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรึงกำลังโดยรอบจุดเกิดเหตุ พร้อมอาวุธครบมือ ขณะที่มีการเรียกช่างไฟฟ้าเข้าดำเนินการตัดกระแสไฟ และจัดเตรียมรถดับเพลิงเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่บางส่วนเคลื่อนกำลังพร้อมรถเข้าไปยังบริเวณบ้านเกิดเหตุ เพื่อพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว  แต่ภายในบ้านยังคงเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับหรือสัญญาณใดๆ ทำให้การเจรจายังไม่เป็นผล

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานเรียกญาติสนิทของผู้ก่อเหตุ ซึ่งกำลังเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ เพื่อช่วยเกลี้ยกล่อมให้ยอมมอบตัว โดยขณะนี้มีหลานของผู้ก่อเหตุเข้าไปพยายามพูดคุยแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

จากการเฝ้าสังเกต เจ้าหน้าที่ยังพบว่าผู้ก่อเหตุเดินวนเวียนอยู่ภายในบ้านในลักษณะคล้ายคนปกติ แต่ยังไม่มีสัญญาณตอบรับหรือการเคาะกระจกแต่อย่างใด ขณะที่ประตูและหน้าต่างรอบบ้านถูกล็อกทั้งหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถมองเห็นภายในหรือเข้าตรวจสอบได้

ทั้งนี้ ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมให้ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ออกมามอบตัว พร้อมทั้งประสานลูกสะใภ้,  ผู้ใหญ่บ้าน, นายกนายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล ให้ร่วมเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ แต่เจ้าตัวปฏิเสธจะพูดคุย โดยมีเสียงเอะอะโวยวายออกจากบ้านเป็นระยะ ต่อมาตำรวจจึงมีการกั้นพื้นที่หมู่บ้าน พร้อมทั้งประสานตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษของกองบังคับการสืบสวนจังหวัดชลบุรี นำกำลังตำรวจชุดคอมมานโดเข้าทำการเคลียร์พื้นที่ พร้อมทั้งมีการพาชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ร.ต.ต.ทัศพงษ์ออกจากบ้านทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย และเตรียมปฏิบัติการตามแผนยุทธวิธีของตำรวจ เนื่องจากหมวดพงษ์ไม่มีท่าทีจะมอบตัว

นอกจากนี้ พยายามจะให้ลูกชายซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจเหมือนกัน ปัจจุบันประจำการอยู่ที่พื้นที่ภาคใต้ มาช่วยเกลี้ยกล่อมให้ผู้เป็นพ่อออกมามอบตัว แต่ในขณะนี้ผู้เป็นลูกยังยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากเสียใจที่พ่อไปทำกับแม่

ขณะที่ นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล ได้ออกประกาศเรื่องปิดสถานศึกษาเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเหตุฉุกเฉินและเพื่อความปลอดภัย โดยสั่งปิดโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ระหว่างวันที่ 10-11  ก.ย. ให้ครูและบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ และจัดรูปแบบการเรียนการสอนหรือมอบหมายงานให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อพัฒนาการของนักเรียน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้นักเรียน ผู้ปกครอง  และเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ที่รัฐสภา สส.พรรคประชาชน นำโดย น.ส.ณัฐยา บุญภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนายธีรศักดิ์ จิระตราชู, น.ส.ภัสริน รามวงศ์ สส.กทม. และนางนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี แถลงแสดงความเสียใจกรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงภายในโรงเรียน โดยระบุว่า ความรุนแรงในโรงเรียนไทยไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เกิดซ้ำรอยต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งการโยนภาระให้ครูและโรงเรียนแบกรับเพียงลำพังเป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรง ดังนั้น กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ พรรคกำลังยกร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อดูแลความปลอดภัยในองค์รวม ไปจนถึงบริบทแวดล้อมของนักเรียน ซึ่งจะยื่นเข้าสู่สภาโดยเร็ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภท.รุมฟาด‘เท้ง’ปลุกม็อบ

"พิพัฒน์” โยนถามนายกฯ ปม "ธรรมนัส" ขอผสมน้ำเงิน ขณะที่ "ภท.” โวยพรรคส้มปลุกม็อบกดดัน กกต.คดีฮั้ว สว.

ยื้องบแลกดีลกกต. รบ.ท้าปชน.โชว์หลักฐาน สภาวุ่น!DSIรับใช้นํ้าเงิน

ลากถกงบ 70 เพิ่มอีกวันถึง 10 ก.ย.  หลัง สส.ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลลงชื่ออภิปรายอื้อ  "โสภณ" สั่งงดประชุมสภาฯ ปกติ ลุยถกงบฯ 70 นัดพิเศษต่อ