รมต.ลูกเทพเฮ!หนูยกนิ้วชม

"อนุทิน" เปิดบ้านทำบุญฉลองแซยิด ปลื้ม "บิ๊กตู่-คุณหญิงอ้อ" ส่งแจกันดอกไม้อวยพร นายกฯ ย้ำทำหน้าที่เพื่อประเทศและ  ปชช. ชี้ตัวเลขเศรษฐกิจหลายด้านขยับดีขึ้น ยันยังไร้สัญญาณปรับ ครม. ชมเปาะ “รมต.ลูกเทพ”  ทำงานเข้ารูปเข้ารอย แบ่งเบาภาระได้ ปัดสัญญาใจ “กล้าธรรม” โหวตหนุนงบ 70 "อ้วน"  เดือด! ซัดส้มหยุดจุ้นพรรคอื่น เย้ยหนุน พท. คดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. จบไปแล้ว สวนดุสิตโพลชี้  "ปากท้อง-ฮั้ว สว." หัวเชื้อม็อบ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน เวลา 09.00 น. ที่บ้านพักส่วนตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีการจัดงานทำบุญวันคล้ายวันเกิดปีที่ 60 เป็นการภายในกับครอบครัว และมีบรรดารัฐมนตรีที่ทราบข่าวเดินทางมาร่วมงานด้วย อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เข้าอวยพรวันเกิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบุคคลสำคัญทางการเมืองส่งแจกันหรือกระเช้าดอกไม้พร้อมการ์ดอวยพรมาให้นายกฯ อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี โดยนายอนุทินได้เปิดเอกสารอ่านคำอวยพรของ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมสั่งให้นำแจกันดอกไม้ไปไว้ในบ้าน อีกทั้งยังมีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย นำทีมโดย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีทุกกรมร่วมกันเข้ามาอวยพรวันเกิด นอกจากนี้ยังมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมอวยพรด้วย

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอนุทินกล่าวภายหลังทำบุญวันเกิดครบ 60 ปีว่า ขณะนี้ยังไม่อายุ 60 ปี ต้องรอเวลา 22.00 น.ก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า อายุครบ 60 ปี ในฐานะนายกฯ อยากส่งสัญญาณการทำงานให้กับประชาชนรับทราบอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า  ตนก็ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี จากการที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามา และได้รับความไว้วางใจจากสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตราบใดที่อยู่ในตำแหน่งนี้ ก็ทำหน้าที่ทุกอย่างเพื่อประเทศและเพื่อประชาชน ไม่มีหน้าที่อื่น นอกจากสองเป้าหมายหลัก

เมื่อถามว่า ประชาชนบางส่วนรู้สึกยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาในบางเรื่องได้ นายอนุทินกล่าวว่า เราต้องดูตัวเลขจีดีพีต่างๆ ที่เป็นตัวชี้วัด ที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา มีตัวชี้วัดที่มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องการส่งออก เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ เม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศ และการจ้างงาน ซึ่งตัวชี้วัดต่างๆ ก็ขยับขึ้น แต่เมื่อมีสิ่งที่ดี ก็ต้องมีสิ่งที่ยังไม่ดี ดังนั้นต้องแก้ไขกันไป ถือเป็นเรื่องปกติ ในประเทศอำนาจหรือในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็มีคนตกงาน คนจน

นายกฯ ยังกล่าวถึงสมการทางการเมืองหลังการลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านร่วมโหวตให้ด้วยว่า การเมืองเป็นพลวัตแบบนี้โดยตลอด ต้องดูว่าหากรัฐบาลนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวมแล้ว แม้กระทั่งฝ่ายค้านบางพรรคเห็นชอบด้วย หมายความว่าจากที่มี สส.กว่า 290 เสียงในฝั่งรัฐบาล หากทำในสิ่งที่ดีคนที่เป็นผู้แทนราษฎรให้การสนับสนุน แสดงว่ารัฐบาลมาถูกทาง แม้กระทั่ง สส.พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคกล้าธรรมก็ให้การสนับสนุนเห็นชอบ ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลมีกำลังใจ  การปฏิบัติก็จะยิ่งมั่นใจมากขึ้น คนที่นำไปปฏิบัติก็จะหมดห่วงหมดกังวล

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสัญญาใจร่วมรัฐบาลกันในอนาคตหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้ แต่ก็เป็นท่าทีที่เขาเห็นแก่ประเทศชาติ เห็นกับประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ความร่วมมือทั้งหลายเกิดขึ้น

ส่วนสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี ภายหลังการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไร รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ รัฐมนตรีหลายคนเริ่มเข้ารูปเข้ารอย มีความมั่นใจในภารกิจของแต่ละคน รัฐมนตรีทุกคนไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคแกนนำทำงานอย่างเต็มที่ ออกมาทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในประเด็นที่มีข้อกังขาหรือข้อสงสัยได้ทุกเรื่อง

เมื่อถามว่า การทำงานของรัฐมนตรีลูกเทพ ตรงตามใจหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า "ไม่มีหรอกครับรัฐมนตรีลูกเทพ ใครบัญญัติก็ไม่รู้ รัฐมนตรีทุกคนผมคัดเลือกมาด้วยตัวเอง ทุกคนจะมีภารกิจมีตัวชี้วัดในการปฏิบัติหน้าที่ หากยังทำงานได้อย่างเต็มที่ เกิดประโยชน์กับส่วนรวมก็ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้เรื่อยๆ"

เมื่อถามย้ำว่า การทำงานของรัฐมนตรีลูกเทพเป็นที่น่าประทับใจหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขยันทุกคน เริ่มเข้าใจในระบบราชการ แสวงหาความร่วมมือกับฝ่ายข้าราชการประจำในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน ตอนนี้เห็นอย่างชัดเจนว่างานของแต่ละคนขับเคลื่อนงานของตนเอง ด้วยความมั่นใจ มีการสนับสนุนการทำงานเป็นทีมร่วมกับทุกฝ่ายได้มากขึ้น และแบ่งเบาภาระของตนได้เยอะ

ทางด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X  ว่า “ส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องพรรคเพื่อไทย ตอนคุยตั้งรัฐบาลถ้าให้นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยยุบสภาทันที ไม่รอ 4 เดือน คดีเขากระโดงจะจบใน 1 เดือน ฮั้ว สว.ก็จะทำให้จบ แต่ “ส้ม” ไม่ไยดียกให้ “น้ำเงิน” เป็นรัฐบาล ทั้งๆ ที่เตือนแล้ว เขากระโดงและ ฮั้ว สว.จะหายไป เราทำแล้วแต่คุณไม่ร่วมทำ จะเรียกร้องเราอีกทำไม"

จากนั้น นายภูมิธรรมยังโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ระบุว่า "พรรคประชาชนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้พยายามที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน หากพรรคเพื่อไทยยังคงเห็นว่าทั้งเรื่องเขากระโดงและฮั้ว สว.เป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมืองนี้สำคัญ ต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อทั้งสองกรณีนี้ ความผิดพลาดของพรรคประชาชน ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้พรรคเพื่อไทย ละทิ้งหลักการที่ตัวเองเคยยืนยันว่าเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมือง"

โดยนายภูมิธรรมระบุว่า ไม่ต้องการโต้ตอบทางการเมืองแบบ “ตีลูกปิงปอง” พรรคการเมืองใดทำอะไรไว้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง อย่าใช้ลีลาทางการเมืองที่แสดงตัวเป็นคนดีย์ เป็นคนคิดดี แล้วชี้ความผิดมาที่พรรคเพื่อไทย ว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยก็เท่ากับเพื่อไทยนั้นผิดมหันต์ โดยกลบเกลื่อนความผิดที่เป็นต้นเหตุของปัญหา ซึ่งพรรคตัวเองได้ทำไว้ เพียงแค่เอ่ยคำว่าขอโทษแล้วคิดว่าจะจบปัญหาทุกอย่าง หยุดเถิด ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ไม่ต้องมายุ่งก้าวก่ายการตัดสินใจภายในของคนอื่นพรรคอื่น

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวในประเด็นดังกล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่า ทุกวันนี้สิ่งที่พวกเรากำลังส่งเสียงเรียกร้อง ไม่ได้ออกมาเรียกร้องในฐานะตัวแทนพรรคการเมือง และไม่ได้เรียกร้องต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การชุมนุมทางการเมือง  ณ วันนี้” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,149 คน ระหว่างวันที่ 8-11 ก.ย.2569 ผลการสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ติดตามรายละเอียด ร้อยละ 44.65 รองลงมาคือ สนใจและติดตามอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 30.02 โดยเห็นว่าปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การชุมนุมทางการเมือง คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ร้อยละ 69.54 รองลงมาคือ คดีทางการเมือง ฮั้ว สว. ร้อยละ 68.76 ทั้งนี้ มองว่าการชุมนุมทางการเมือง ช่วยสะท้อนปัญหาที่สังคมควรให้ความสำคัญ ร้อยละ 47.95 โดยเห็นว่าการชุมนุมจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ร้อยละ 41.86 สุดท้ายคิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาเหมาะสมที่จะชุมนุมทางการเมือง ร้อยละ 40.56

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า บรรยากาศการเมืองที่มีแรงกดดันสะสมจากทั้งปัญหาปากท้อง และความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง ผลโพลจึงสะท้อนว่าการชุมนุมอาจจะยังไม่ใช่คำตอบในขณะนี้ โดยกังวลว่าสถานการณ์อาจนำไปสู่ความไม่ชัดเจนหรือขัดแย้งมากกว่าเป็นทางออก สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ทุกฝ่ายต้องเร่งแก้ปัญหาที่เป็นต้นเหตุและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน.              

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พาเหรดจี้‘รัฐ’ ใช้กม.คุมเข้ม ชาวยิวในไทย

อบต.เสม็ดใต้เผยมีแค่รายเดียวมาติดต่อร่างที่ฝังอยู่ในสุสานยิว “สว.” จี้รัฐเร่งจัดการปัญหาก่อนลามใหญ่ “นิด้าโพล” เผยคนส่วนใหญ่รับรู้ความกร่างของชาวอิสราเอล เสนอ รบ.ใช้กฎหมายให้เข้มงวด

คลังวางไทม์ไลน์3เดือน ต่ออายุเกษียณบิ๊ก‘รสก.’

“คลัง” จ่อแก้กฎหมายขยับเพดานอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุจาก 65 ปีเป็น 70 ปี ส่วนซีอีโอ-เอ็มดีจ่อขยับจาก 60 เป็น 65 ปี   อ้างเอกชน ดึงผู้มีความรู้-ประสบการณ์ คาด 3 เดือนชง ครม.พิจารณาได้

ลุ้น!ชี้ขาดคดีฮั้วสว. ‘กกต.’แถลงมติบ่ายสาม ม็อบบี้ส่ง229ชื่อให้ศาล

จับตา กกต.นัดแถลงมติปิดคดีฮั้ว  สว.บ่ายสามโมง 229 ชื่อ-บิ๊กเนมการเมืองวัดใจ ลุ้น 7 อรหันต์ เอาผิดยกแผง-ปล่อยผียกพวงหรือฟันแต่น้ำเงินอ่อน ขณะที่ภาค ปชช.เคลื่อนไหวหนัก

‘อนุทิน’สั่ง‘เอกนิติ’ ต่ออายุ‘ไทยพลัส’

“อนุทิน” สั่ง “เอกนิติ” ขยาย “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อ 1 หรือ 2 เดือน ตามงบที่เหลือ พ่อค้า-แม่ค้าเชียร์ลั่น อยากให้ขยายไปถึงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เผยถ้าโครงการจบตลาดเงียบแน่นอน

สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน

รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย

14ก.ย.คุมเข้มกกต. เตรียมตร.1กองร้อยอารักขาแถลงเย็นไม่ระบุมติ-ชื่อ

“อนุทิน” มั่นใจ ปชช.ยังเชื่อมั่นรัฐบาลนี้บริหารประเทศ ย้อน “สนธิ” ทำเพื่อความสะใจ ผลที่ได้ประชาชนเดือดร้อน กับ “เนวิน” มองตาก็รู้ใจ ขณะที่ กกต.คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตำรวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน จ่อแถลงผลช่วงเย็น คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด “ไอติม” ลั่นหากไม่ส่งฟ้องศาล 229 คน ไม่จบแน่