โหมโรงซัดระบอบน. ปชป.ขู่กระชากหน้ากาก ‘พท.’ฟุ้งเหตุรอดซักฟอก

นายกฯ เปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ปลื้มเจ้าคณะจังหวัดให้พร  อธิษฐานขอให้แผ่นดินไทยสงบสุขร่มเย็น ประธานวิปรัฐบาลเบรกซักฟอก 5 วันมากไป ให้ 3 วันน่าจะพอ อ้างประเด็นซ้ำกัน โฆษก ภท.เย้ยญัตตินามธรรมเป็นบทละครสมฉายาบันเทิงธิปไตย "สุทิน" ชี้ไม่มี รมต.เพื่อไทยเพราะหลักฐานไม่ถึง "เท้ง"  ลั่นให้รอของจริง ท้า รมต.ลุกตอบทันที อย่านั่งรอให้คนเตรียมข้อมูลให้ตอบ "สาทิตย์" โต้กลับการทำผิด กม.-เบียดบังสมบัติชาติไม่ใช่เรื่องบันเทิง แต่คือความเจ็บปวดของ ปชช. พร้อมเปิดโปง “ระบอบ น." รวบอำนาจ หน้ากากความรักชาติอันเน่าเฟะ

เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569 ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ต.สะเดียง   อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีนางธนนนท์  ชาญวีรกูล ภริยา, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข, นายสันติ พร้อมพัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย, นายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ รวมถึง สส.เพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย ร่วมงานด้วย

นายอนุทินกล่าวเปิดงานตอนหนึ่้งว่า "เมื่อสักครู่ได้รับคำให้พรจากพระคุณเจ้าเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า ผมมีบุญวาสนามากที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ท่านบอกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ได้มีโอกาสมาร่วมประเพณีนี้ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณพี่น้องชาว จ.เพชรบูรณ์  และทุกท่านที่เป็นสะพานบุญให้ผม เป็นใบบุญให้แก่ผมและภรรยา ซึ่งต้องถือว่าเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์จริง และหวังว่ากุศลที่เราจะได้รับจากการทำบุญร่วมกันครั้งนี้ จะยังผลให้แผ่นดินไทยมีความสงบสุข มีความร่มเย็น พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนพ้นทุกข์ พ้นโศก และมีความสุขในการที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป ขอให้งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จ.เพชรบูรณ์ประจำปีนี้ เป็นงานที่สร้างความสุข ความภาคภูมิใจ และสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับประชาชน ขอให้งานนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สำเร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ”

ส่วนความคืบหน้ากรณีฝ่ายค้านในการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกำหนดวันอภิปรายว่า หลังพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติมา จากนี้คงต้องรอให้ทางสภาตรวจสอบญัตติของฝ่ายค้าน จากนั้นประธานสภาฯ คงนัดหารือวิป 3 ฝ่าย คุยทั้งช่วงเวลาการประชุม กำหนดกรอบเวลา ว่าแต่ละฝ่ายจะใช้เวลาแค่ไหน และกำหนดวันลงมติ พอเห็นกรอบการอภิปรายว่าจะเป็นอย่างไรแล้วแต่ละฝ่ายจะได้ไปทำข้อมูลผู้อภิปรายได้อย่างเต็มที่ เชื่อว่าวันอภิปรายไม่ไว้วางใจคงไม่นาน   คาดว่าสัปดาห์หน้าทางสภาคงตรวจร่างญัตติ  สัปดาห์ถัดไปคงมีการคุยกันของวิป 3 ฝ่าย จากนั้นคงไปขอวันจากรัฐบาลโดยเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดวันแล้วตอบกลับมายังสภา

วิปรบ.ให้ซักฟอก 3 วันพอ

เมื่อถามว่า การอภิปรายน่าจะเป็นช่วงไหน  นายกรวีร์กล่าวว่า เท่าที่คาดการณ์ตอนนี้หากไม่ใช่สัปดาห์สุดท้าย ต.ค. ก็คงเป็นสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. และเท่าที่ดูจากญัตติที่วางเช่นนี้ รัฐบาลคงใช้เวลาในการเตรียมตัวไม่มาก คงพร้อมสำหรับการอภิปราย ส่วนที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย 5 วัน ส่วนตัวคิดว่ามากเกินไป มองว่า 3 วันน่าจะเพียงพอแล้ว เพราะประเด็นที่ยื่นจะซ้ำกันเสียส่วนใหญ่  อย่างเรื่องฮั้ว สว. ก็พูดกันมาจนช้ำแล้ว คงหาประเด็นใหม่ยาก แต่สุดท้ายอยู่ประธานสภาฯ ที่จะควบคุมการประชุม

  นายกรวีร์กล่าวด้วยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนอยากให้ประชาชนได้ประโยชน์ ให้เขาได้ทราบว่ารัฐมนตรีที่บริหารอยู่ตอนนี้ทำอะไรผิดพลาดล้มเหลว ทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร ที่มีหลักฐานอะไรชี้ชัดว่าไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี เพราะการอภิปรายตามมาตรา 151 ต้องลงมติไม่ไว้วางใจให้รัฐมนตรีทำงานต่อ หลักฐานอยากให้เกี่ยวกับการบริหารงานว่าบกพร่องในการบริหารงานอย่างไร ถ้ามีแบบนี้ประชาชนที่ติดตามการอภิปรายจะได้เห็นว่าบริหารงานผิดพลาดอย่างไร แต่ญัตติที่ออกมามันกว้างจนไม่รู้ว่าใครทำผิดอะไรตรงไหน  สุดท้ายการอภิปรายอยากให้ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ใช่พรรคประชาชน

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรค ภท.  กล่าวว่า คงต้องบอกเหมือนกับที่หลายคนแสดงความคิดเห็นก่อนหน้านี้ ว่าญัตติไม่ไว้วางใจเป็นเหมือนบทละครบันเทิงธิปไตยจริงๆ เนื้อหาญัตติเป็นนามธรรมมากๆ ตามปกติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน แต่ครั้งนี้ข้อความเป็นบทละครสมกับฉายาบันเทิงธิปไตย ไม่กังวลและมั่นใจมากว่ารัฐมนตรีทุกท่านที่มีชื่อในญัตติไม่กังวลเช่นเดียวกัน  เพราะเนื้อหาญัตติเป็นเรื่องนามธรรม ใช้สำนวนโวหาร

เมื่อถามว่า ทาง ภท.ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง น.ส.แนน บุญย์ธิดากล่าวว่า คงต้องให้ สส.ของพรรคอ่านญัตติว่าที่ฝ่ายค้านยื่นมีเรื่องอะไรบ้าง  เมื่อมีการอภิปรายพวกเราจะต้องดูแลให้การอภิปรายอยู่ในญัตติตามที่ยื่นไว้ แต่จะไม่ทำอะไรที่ที่เป็นการขวางการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน และฝ่ายค้านก็ต้องอยู่ในญัตติที่ยื่นไว้เช่นกัน

นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะรัฐมนตรี ภท. ไม่มีรัฐมนตรี พท. มีวัตถุประสงค์ต้องการสร้างความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่าหากคิดเป็นเกมการเมืองก็มองได้หลายแบบ จะมองว่าต้องการสร้างความแตกแยกก็ได้ แต่อีกมุมหนึ่งถ้าเขาต้องการล้มรัฐบาลก็ต้องเล่นงานพรรคแกนนำ  ส่วนพรรคร่วมอื่นๆ ก็เป็นเพียงเป้าหมายรอง และอาจต้องสงวนไว้เป็นพันธมิตรในวันหน้า

"แต่หากมองด้วยความบริสุทธิ์ใจ เขาอาจมองว่าพรรคร่วมรัฐบาลอาจยังไม่มีแผลหรือข้อมูลหลักฐานพอถึงขั้นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากเปิดอภิปรายไปอาจจะเสียหายเอง ในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านมาก่อน ถ้ารัฐมนตรีไม่มีความผิดที่ชัดเจน หาหลักฐานได้ไม่หนาแน่นพอ ก็คงไม่อยากเสี่ยงอภิปราย เพราะคนอภิปรายจะเสียหายเอง ดังนั้นจึงคิดว่าเหตุที่ไม่อภิปรายพรรคร่วมรัฐบาลอื่น เพราะคงไม่มีประเด็นและหลักฐานเพียงพอที่จะอภิปราย ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ได้มองเป็นประเด็นการเมือง"

เมื่อถามถึงการโหวตในการอภิปราย นายสุทินกล่าวว่า พรรคร่วมฯ คงต้องฟังการอภิปรายทั้งข้อมูลของฝ่ายค้านและการตอบชี้แจงของรัฐมนตรี  หากมีหลักฐานชัดเจน รัฐมนตรีชี้แจงไม่ได้ แล้วประชาชนที่รับฟังการอภิปรายติดใจ เราก็คงไม่ฝืนความรู้สึกประชาชน

ท้า 18 รมต.ลุกขึ้นตอบทันที

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ ภท.เย้ยเรื่องบันเทิงธิปไตย และไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า งดประเด็นโต้ตอบกันในช่วงเวลานี้ดีกว่า รอของจริงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหากรัฐบาลมั่นใจจริง ก็ขอให้อยู่ฟังตลอดการอภิปรายทุกคน ไม่จำเป็นต้องรอให้อภิปรายเสร็จแล้วลุกขึ้นตอบ อยากเห็นการอภิปรายในสภาที่เป็นการแลกเปลี่ยนโต้ตอบกันเลยทันท่วงที เพื่อจะได้ไม่เป็นการนั่งรอแล้วให้ใครมาเตรียมข้อมูลให้ตอบ หากรัฐมนตรีมีความพร้อม มีข้อมูลในหัวอยู่แล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็สามารถลุกขึ้นตอบได้ตลอดเวลา ซึ่งตนอยากเห็นบรรยากาศแบบนี้ในวันจริง

เมื่อถามว่า มีโอกาสได้เห็นข้อมูลพยานหลักฐานที่จะเอาผิดแบบโรยเกลือหลังอภิปรายหรือไม่  นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีโอกาสได้เห็นอยู่แล้ว แต่คณะทำงานที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เป็นหัวเรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ซึ่งตนมีโอกาสได้คุยกับนายรังสิมันต์ตลอด  แต่ต้องบอกว่าเนื้อหารายละเอียดนายรังสิมันต์ค่อนข้างรู้มากกว่าตน แม้ว่าตนจะรู้อยู่บ้างว่าใครมีประเด็นอะไร

"อย่างแรกคือต้องใช้เสียงในสภา ซึ่งอาจจะมีโอกาสได้น้อย แต่สิ่งที่เรายืนยันคือบรรดาทุกพรรคที่ไม่ว่าจะอยู่ในฝั่งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็อยากให้ใช้อำนาจของตัวเองในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติในการลงคะแนน โดยดูจากฐานความผิดในข้อมูลที่พวกเราได้นำเสนอ แต่อีกช่องทางหนึ่งคือการที่เราได้นำพยานหลักฐาน ใบเสร็จต่างๆ มาตีแผ่ในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งหากมีช่องทางอื่นที่เราสามารถไปร้องกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ปชน.ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่  เราพร้อมจะนำข้อมูลไปยื่นกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป" นายณัฐพงษ์กล่าวเมื่อถามว่า จากหลักฐานที่ดูมีรัฐมนตรีที่สามารถหลุดจากตำแหน่งหลังอภิปรายได้หรือไม่

ถามถึงการไม่อภิปรายรัฐมนตรีจาก พท. เพราะอยากวัดใจ พท.เรื่องคดีฮั้ว สว.ใช่หรือไม่  นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แม้กระบวนการได้มาซึ่งรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายเราดูตามพยานหลักฐาน ดูตามรายชื่อที่พรรคการเมืองลงชื่อในญัตติ ว่ามีใครเสนอชื่อใครบ้าง ทั้ง 18 รายชื่อเป็นรายชื่อสรุปที่แต่ละพรรคการเมืองส่งมา ดังนั้นคงไม่ได้ไปพุ่งเป้าบอกว่าต้องการล็อกเป้าใครหรือไม่ล็อกเป้าใครหรือไม่ แต่สุดท้ายอยากให้พรรคการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านลงมติในญัตตินี้ โดยดูตามเนื้อหาที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายจริง

เมื่อถามว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลด้านการเกษตร  และตอนนี้มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทำไมจึงไม่อภิปราย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อย่างที่ได้บอก เราดูตามพยานหลักฐานและรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองส่งมา ขอให้รอดูการอภิปราย การทำหน้าที่ของเราในวันจริงดีกว่า รับรองว่า 18 รายชื่อไม่ได้มีการเสนอไว้เผื่อแน่นอน ทุกคนเข้าเป้าหมดแน่นอน

ส่วนเรื่องบันเทิงธิปไตย ที่ขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลหยิบมาพูดสวนฝ่ายค้าน จนทำให้ผู้สนับสนุน ปชน.ออกมาถล่มนายปิยบุตร แสงกนกกุล  เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายณัฐพงษ์กล่าวว่า  ประเด็นนี้ตอบไปหลายครั้งแล้ว ไม่อยากให้เป็นประเด็นที่ยืดเยื้อออกไป การแสดงความเห็นของนายปิยบุตร คงไตร่ตรองมาแล้วระดับหนึ่ง การที่จะมีเสียงสะท้อนออกมา ทุกคนก็ต้องยอมรับ ก็ต้องมีเสียงที่ไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องปกติ อาจจะเร็วเกินไปหากจะบอกว่าประโยคนั้นประโยคนี้เหมาะหรือไม่อย่างไร

เปิดโปงหน้ากากระบอบ น.หนู

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชป. แถลงประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงนายเอกภพ เพียรวิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีท่าทีของการเหยียดหยาม-ดูแคลนญัตติและการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ตอกย้ำให้เห็นว่าญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นข้อเท็จจริงเป็นความจำเป็น ระบอบ น.หนู เป็นเสมือนธีม อภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ในส่วน ปชป. มีความหมายถึงการที่นายอนุทินกับพวกใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องและความถูกผิด ใช้กลยุทธ์กลวิธีต่างๆ รวมถึงการลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อได้มาซึ่งอำนาจ เห็นให้ชัดจากการรวบรวมบรรดาบ้านใหญ่ทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้งปี 2569 แล้วมีกระบวนการเข้าสู่อำนาจ และเชื่อมโยงความพยายามครอบงำที่มาของ สว. ทำให้ สว.มีความแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัวระบอบ น.หนู

นายสาทิตย์กล่าวต่อ สว.มีอำนาจสำคัญคือการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหาร เห็นได้ชัดจาก สว.ที่เกี่ยวพันกับพรรค ภท.หรือสีน้ำเงิน จึงไม่น่าแปลกใจว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครอบคลุมถึง 18 รัฐมนตรี คนทั้งหมดที่ถูกอภิปราย มีการกระทำในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายกัน เชื่อมกันเป็นขบวนการของการใช้อำนาจ และมีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่น่าไว้วางใจ จึงเป็นที่มาของการยื่นญัตติ

ส่วนรัฐมนตรีที่อยู่ในเครือข่ายข้อกล่าวหาของ  ปชป. ประกอบไปด้วย ส่วนที่ 1 เข้าไปในทางส่อทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งมีความชัดเจนที่เกี่ยวพันไปยังรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย 2.ส่อไปในทางกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จะเป็นข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีอีกหลายคน 3.มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 4.ข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้คนใกล้ชิดและพวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ 5.แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จะชี้เห็นว่าคนในระบอบ น.หนู นอกจากครอบงำกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลแล้ว เมื่อมีคดีความใดที่เกี่ยวพันถึงคนพวกพ้องจะใช้อำนาจก็ไปแทรกแซง เข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

นายสาทิตย์กล่าวด้วยว่า แม้มีความพยายามจะบอกว่าเป็นบันเทิงอธิปไตยก็แล้วแต่ แต่ไม่เห็นว่าการทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องบันเทิง และไม่เห็นว่าความเสียหายจากการเบียดบังสมบัติชาติเป็นเรื่องบันเทิง ไม่เห็นว่าการที่คนต้องเสียหายหมดตัวจากความผิดพลาดเหตุภัยพิบัติน้ำท่วม และการจัดการน้ำท่วมที่ล้มเหลวเป็นความบันเทิง การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่ความบันเทิง แต่เป็นความเจ็บปวดของคนในประเทศชาติบ้านเมืองนี้ ที่ต้องให้คนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลมาเปิดโปงข้อเท็จจริง และการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้จบลงด้วยเสียงใครมากกว่าในสภาเท่านั้น

"เชื่อว่าข้อมูลข้อเท็จจริงนำไปสู่การเปิดโปงความจริงให้สังคมได้เห็นว่า เบื้องหลังหน้ากากความรักชาติคือความเน่าเฟะอย่างไรของคนในระบอบ น.หนู ยืนยันเวลาขอ 5 วันอภิปรายเป็นเวลาที่เหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรี 18 คนที่ถูกยื่นญัตติ เฉลี่ยอภิปรายวันละ 4 คน หวังว่าจะไม่เจอขบวนการถ่วงรั้งการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านจากรัฐบาลที่มีท่าทีเหยียดหยามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เปรียบเป็นการเหยียดหยามประชาชนเช่นกัน"   นายสาทิตย์กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ-รัฐบาล คะแนนรั้งท้าย! แก้ปัญหา‘ท่วม’

“นายกฯ-รัฐบาล” รั้งบ๊วยคะแนนแก้น้ำท่วม ส่วน “มูลนิธิ-ทหาร” คะแนนนำในการเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน 75% เห็นพ้องแจ้งเตือนล่าช้าทำให้เกิดอุทกภัย

นายกฯ เปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ‘วัดโบสถ์ชนะมาร’อธิษฐานขอให้แผ่นดินไทยสงบสุข

นายกฯ เปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ท่าน้ำ “วัดโบสถ์ชนะมาร” ปลื้มเจ้าคณะจังหวัดให้พร ขอบคุณชาวเพชรบูรณ์ เป็นสะพานบุญให้ตัวเอง-ภริยา อธิษฐานขอให้แผ่นดินไทยสงบสุข ร่มเย็น 

อนุทินยันผ่านฉลุย มั่นใจในเสียงรัฐบาลไม่คิดปรับครม.ไร้ดีล‘กล้าธรรม’

"อนุทิน” มั่นใจเสียงพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้า “กล้าธรรม” ยกมือให้ก็สาธุ เผยยังไม่คิดปรับ ครม.หลังจบอภิปราย หยอก “พลพีร์” คนกลัวโดนปรับคือคนรอดซักฟอก