โทรโข่งรัฐบาลยอมรับคะแนนนิยม "รัฐบาลหนู" จมน้ำท่วม ขณะที่นายกฯ นั่งคุมหัวโต๊ะ บกปภ.ช. ชมเปาะเมืองเพชรบริหารจัดการน้ำดี-แห้งเร็ว ชูโมเดลภาคใต้เดินตาม สั่งโฟกัสพื้นที่เสี่ยงซ้ำรอย ลั่นคลอง ร.1 ต้องพร้อมทันฤดูน้ำหลาก “ปภ.” โอนเยียวยาล็อตที่ 5 จำนวน 50,718 ครัวเรือน 378 ล้านบาท ส่วน 2,258 ครัวเรือนติดปัญหาพร้อมเพย์-ใช้ชื่อผู้เสียชีวิตลงทะเบียน "ลูกท็อป" เกาะวิกฤตสารเคมีรั่วปราจีนบุรี ลุยเชือดโรงงานชุ่ย-นอมินี ง้างกฎหมายเอาผิด-ยึดทรัพย์
เมื่อวันจันทร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคะแนนผลโพลของสวนดุสิตโพลและนิด้าโพล เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีคะแนนรั้งท้ายว่า สิ่งที่เราเห็นสถานการณ์ของความนิยมหรือความชื่นชอบ อาจรู้สึกว่าประชาชนยังไม่รู้สึกดีเท่าไหร่นัก หรือลดลงจากช่วงครั้งก่อนมาเรื่อยๆ ตรงนี้เองแม้เราทำงานหนักอยู่แล้ว ก็เป็นหน้าที่หนึ่งของโฆษกรัฐบาล
"ถือเป็นงานความรับผิดชอบของโฆษกรัฐบาลที่ต้องสื่อสารให้มากขึ้น คิดว่าในการสำรวจรอบหน้า หวังว่าโพลจะเห็นในสิ่งที่เราขับเคลื่อน ทำให้เห็นว่ามันเริ่มดีขึ้น" นายเอกภพกล่าว
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยนายกฯ กล่าวช่วงต้นว่า ถือว่าจังหวัดเพชรบุรีดำเนินการได้ดี เพราะตอนที่รายงานเข้ามาค่อนข้างที่จะเลยระดับหัวเข่าแล้ว ฉะนั้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเราสามารถพลิกสถานการณ์ได้ อันนี้ขอให้ผู้ว่าฯ ตั้งแต่ภาคใต้ตอนบนไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส ขอให้เตรียมรับมือเช่นนี้เอาไว้ การระดมการช่วยเหลือความพร้อม
“ทราบมาว่าเราได้มีการระดมความช่วยเหลือเรื่องของการวางแผน เรื่องของการอพยพกลุ่มเปราะบางผู้ป่วยได้ทันท่วงทีมีประสิทธิภาพ และระดมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าไปอย่างเต็มที่ แต่ว่าโชคดีที่ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มกำลัง ด้วยการระบายน้ำมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติด้วยความรวดเร็ว ขอให้มีการเตรียมพร้อมในรูปแบบเช่นนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้”
นายกฯ กล่าวว่า การแจ้งเตือนภัยต่างๆ ขอให้ ปภ.ได้อัปเดตทั้งโปรแกรมและรูปแบบการแจ้งเตือนตลอดเวลา ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีสถานการณ์แจ้งถี่หน่อยในช่วงเวลาสั้นลง ให้ชาวบ้านได้รับรู้รับทราบสถานการณ์ เพื่อที่ประชาชนจะได้มีเวลาในการเตรียมการต่างๆ ได้ทัน สำหรับพื้นที่จังหวัดที่คลี่คลายแล้ว ให้ปรับเข้าสู่โหมดฟื้นฟูเยียวยาอย่างเร่งด่วน ดำเนินการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บูรณาการลงพื้นที่ทำความสะอาดบ้านเรือนของประชาชน ฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม ให้สามารถสัญจรด้วยความปกติได้และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันขอให้เร่งรัดกระบวนการที่ตนได้กล่าวมาแล้ว สำรวจประเมินความเสียหายและลดขั้นตอนทางเอกสาร เพื่อเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ให้ส่งตรงถึงมือประชาชนอย่างถูกต้องด้วยความรวดเร็ว เอารูปแบบที่ตนบอกให้ ปภ., สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และธนาคารออมสินต้องคิกออฟกัน เพราะช่วงนี้อยู่ภายใต้ระบบการจ่ายเงินของกรมธรรม์ประกันภัย ที่รัฐบาลได้ทำกรมธรรม์ประกันภัย 30 ล้านครัวเรือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เงินเยียวยาทั้งหลายเหล่านี้เป็นเงินที่จะออกมาจาก ปภ.
“เพราะฉะนั้นภัยที่เกิดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นเงินที่ต้องออกมาจากกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเราได้จัดทำแต่มันเป็นเคสแรกๆ ฉะนั้น ปภ., คปภ.และผู้ประกัน ซึ่งเขาเข้ามาในรูปของสมาคมด้วยในหลายบริษัท ต้องเร่งเรื่องตั้งหลักเกณฑ์และติดตามเพื่อให้มีการโอนชำระเงิน หากเข้าเกณฑ์ครัวเรือนละ 10,000 บาท ซึ่งจะได้มากกว่าหลักที่รัฐบาลและราชการได้ให้ไว้ ฉะนั้นต้องทำงานแข่งกับเวลาและสร้างโครงสร้างและแนวทางที่สามารถทำให้เงินเหล่านี้ไปถึงมือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที” นายกฯ ระบุ
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ตนคิดว่าการโฟกัสต่างๆ ก็น่าจะลงไปจังหวัดภาคใต้ แต่ ปภ.ขอให้ประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เมื่อไปถึงภาคใต้แล้วอาจจะมีเรื่องของส่วนหน้าในพื้นที่ ซึ่งก็คงจะปรับรูปแบบของการประชุมให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป สิ่งที่เราควรจะทำคือการเพิ่มช่องทางการเดินทางของน้ำ บริหารจัดการน้ำให้ได้ตามที่เราคาดกาณ์ ซึ่งเราก็เริ่มดำเนินการเรื่องของแหล่งพักน้ำ แหล่งเก็บน้ำ แม้กระทั่งการที่รัฐบาลตัดสินใจอนุมัติโครงการระบายน้ำ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งติดการอนุมัติมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เราก็ดำเนินการให้มันผ่านพ้นไปแล้ว เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 นี้เป็นต้นไป ขอให้ทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือเช่นนี้อย่างเต็มที่ เรามีทั้งแผนสั้น แผนกลาง และแผนยาวการดำเนินการต่างๆ
เมื่อถามว่า พื้นที่ภาคใต้มีจังหวัดไหนที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นจังหวัดเดิมๆ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาสก็มีเรื่องของน้ำหลาก สงขลา พัทลุง สตูล ตรัง ก็มีเหตุอยู่ประจำ ก็ต้องเร่งแก้ไข ส่วนสงขลามีการยกระดับการป้องกันหลายอย่าง การขุดลอกคูคลองเพิ่มแหล่งรับน้ำให้มีเส้นทางน้ำออกไปสู่ทะเลสาบสงขลาเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการปรับปรุงคลอง ร.1 ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางไปกว่า 700-800 ล้านบาท ซึ่งความคืบหน้าเป็นไปได้ด้วยดี
เมื่อถามย้ำว่า คลอง ร.1 (คลองภูมินาถดำริ) จะเสร็จทันในฤดูน้ำหลากนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าต้องทัน เพราะถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไข แต่ตอนนี้ทราบมาว่าการดำเนินการคืบหน้าไปมาก กรมชลประทานติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ปภ. แถลงว่า ในวันที่ 12 ต.ค.จะเป็นการโอนเงินครั้งที่ 5 ซึ่งจะโอนเงินให้แก่ 50,718 ครัวเรือน รวมเป็นงบประมาณ 378,000,000 ล้านบาท ตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป ทั้งนี้ยังมีประชาชนที่ธนาคารออมสินไม่สามารถโอนเงินได้ เนื่องจากยังไม่ได้ผูกบัตรประจำตัวประชาชนกับพร้อมเพย์ และมีการใช้ชื่อบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วมาใช้ยื่นลงทะเบียนแทนประมาณ 2,258 ครัวเรือน ซึ่งระบบจะส่งข้อมูลนี้กลับไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครเพื่อไปตรวจสอบ ก่อนส่งกลับเข้ามาในกระบวนการอีกครั้ง ในส่วน กทม.นั้น ปภ.ได้โอนเงินเยียวยาไปแล้วจำนวน 30,492 ครัวเรือน เป็นวงเงินกว่า 221 ล้านบาท ซึ่งเขตที่ทำการโอนเงินไปแล้วประกอบด้วย เขตห้วยขวาง, ประเวศ, บางเขน, พญาไท, บึ่งกุ่ม, วัฒนา และสายไหม
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรงงานอุตสาหกรรมใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เกิดเหตุสารเคมีจากกากขยะรั่วไหล พร้อมกับปัญหาอุทกภัยว่า กระทรวงได้รับเรื่องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา และมีการส่งทีมงานลงไปประสานงานในพื้นที่ ซึ่งในบางโรงงานที่มีการพิสูจน์แน่ชัดแล้วว่ามีการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย ได้มีการติดประกาศตามมาตรา 39 ให้หยุดดำเนินการ หยุดนำวัตถุดิบเข้าโรงงาน รวมถึงหยุดดำเนินการเอาของออกจากพื้นที่ของโรงงานด้วย นอกจากนี้ยังได้สั่งกำชับให้โรงงานที่มีบ่อ หรือกองของเอาไว้แล้วทำให้มีน้ำไหลออกมา ต้องนำผ้าใบมาคลุมทุกอย่าง
“ล่าสุดได้มอบหมายให้ว่าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งการไปยังอุตสาหกรรมจังหวัด และสนธิกำลังกับหลายฝ่ายเพื่อเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเข้มงวดในทุกๆ โรงงาน เพราะได้รับรายงานมาทั้งเรื่องของโรงงานที่มีนอมินี หรือโรงงานที่มีปัญหาต่างๆ ก็ได้สนธิกำลังกับหลายฝ่าย ซึ่งภายในวันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ทีมงานไปลาดตระเวน ซึ่งหากตรงไหนสามารถพิสูจน์ได้ตามกฎหมายต่างๆ และเห็นชัดเจนก็จะสั่งปิดโรงงานทันที” รมว.อุตสาหกรรมระบุ
นายวราวุธระบุด้วยว่า ขณะนี้กระทรวงฯ กำลังอยู่ในขั้นตอนการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการ ในส่วนของพระราชบัญญัติโรงงาน เกี่ยวกับการทำให้เรื่องการรั่วไหลของสารพิษเหล่านี้เป็นคดีทางการเงิน โดยจะมีการขอความร่วมมือจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ในการยึดทรัพย์ผู้ประกอบการด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปปช.ยันต้นพย.แจ้งข้อหาโกงท้องถิ่น
"ป.ป.ช.” แจงยิบหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงข้อสอบท้องถิ่นถูกปล่อยตัว
ส้มแลนด์สไลด์ ยึด‘บอร์ดสปส.’ แห่ใช้สิทธิ์1ล้าน
เครือข่ายส้มแลนด์สไลด์! สำนักงานประกันสังคมเปิดผลคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ
ไทยกลับสู่จอเรดาร์ เวทีIMF-World BankดันAIพลิกโฉม/นายกฯชูศก.พอเพียง
"ไอเอ็มเอฟ" ระบุ AI เหมือนคลื่นสึนามิเศรษฐกิจ
ฝ่ายค้านโวยให้3วันซักฟอกไม่พอ
"อนุทิน" ไฟเขียว ต.ค.ซักฟอกได้ ใช้เวลา 5 วันมากไป มั่นใจพุ่งเป้า
รัฐบาลตั้งทีมรับมือซักฟอก 18 รมต. คอยสรุปประเด็นโต้ข้อมูลเท็จ
'เอกภพ' เผยรัฐบาลเตรียมทีมติดตามศึกซักฟอกประสานรัฐมนตรีใกล้ชิด พร้อมสรุปเนื้อหาให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น ย้ำไม่เล่นสงครามวาทกรรม เน้นชี้แจงข้อเท็จจริง
รัฐบาลลุยเยียวยา 'ผู้ประสบอุทกภัย' ทุกมิติ โอนแล้ว 7.5 หมื่นครัวเรือน
'เอกภพ' ชี้รัฐบาลมีมาตรการช่วยน้ำท่วมครบทุกมิติ ทั้งเงินเยียวยา ประกันภัยพิบัติ เกษตรกร พักหนี้–เติมทุนผู้ประกอบการ เผย 'ปภ.–ออมสิน' โอนแล้วกว่า 7.5 หมื่นครัวเรือนใน 31 จังหวัด

