"ป.ป.ช.” แจงยิบหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงข้อสอบท้องถิ่นถูกปล่อยตัว อ้างต้องไต่สวนทั้งกระดาน มี 6 พันคนโดนสอบทั้งยุ่งยากและซับซ้อน ต้องไม่กระทบสิทธิเสรีภาพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ผู้ถูกกล่าวหาเกินสมควร ไม่หวั่นหลบหนีมีมาตรการเฝ้าระวังแล้ว ยันไม่ล่าช้าคาดต้น พ.ย.แจ้งข้อหาได้ คอนเฟิร์มยังไม่ถึง “นักการเมือง-สส.-รมต.” สุดแค่ “อธิบดี” พบเส้นเงินโยง 2 อดีตอธิบดี สถ.ด้วย ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 12 ตุลาคม นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (สถ.) ภายหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นถูกปล่อยตัวจากการคุมขังระหว่างไต่สวน เนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช.ยังทำสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการสูงสุดไม่ทัน ว่าคดีนี้เราทำอย่างเต็มที่ โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในเรื่องติดตามเส้นทางการเงินต่างๆ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่วนตัวความเป็นข้าราชการเราก็รับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ การเข้ามาเป็นข้าราชการแล้วมีการทุจริต หรือต้องให้สินบนตั้งแต่แรกเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะฉะนั้นเราตั้งใจอยู่แล้วต้องทำคดีนี้ให้สำเร็จ
"คดีของ ป.ป.ช.แน่นหนาและรอบคอบในการทำสำนวน สำนวนที่ ป.ป.ช.เสนอสู่ศาล 90% ศาลพิพากษาลงโทษ ขอให้เชื่อมั่นในการทำงาน ป.ป.ช. ให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน เราจะทำอย่างดีที่สุด" นายนิติพันธุ์กล่าว
ขณะที่นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า กรณีที่มีคำถามว่า ป.ป.ช.พยายามที่จะตัดตอนหรือไม่ ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นจากเวลาคุมขังหรือไม่ มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ขอชี้แจงว่าเมื่อเรื่องส่งถึง ป.ป.ช. ต้องมาดูก่อนว่า รูปเรื่องการทุจริตคดีนี้ใครเกี่ยวข้องบ้าง พาดพิงถึงใคร ในหลักการสำคัญของการดำเนินคดีอาญา มีหลักว่าแม้รัฐรวมถึง ป.ป.ช.มุ่งที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้เพียงใดก็ตาม ต้องไม่กระทบสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกกล่าวหาเกินสมควร ในที่นี้คือ ป.วิ.อาญา มาตรา 87 โดยโทษสูงสุดคดีนี้เกิน 10 ปี ควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ไม่เกิน 84 วัน ถ้าเกินต้องปล่อยทันที เป็นอย่างนี้ทุกคดี
นายเกียรติศักดิ์กล่าวอีกว่า ยืนยันว่ายังไม่พ้นผิด จะดำเนินคดีจนกว่าจะพบว่าใครกระทำผิด ส่วนที่ถามว่าเมื่อปล่อยตัวไปแล้วไม่กลัวผู้ต้องหาหลบหนีหรือ ในกฎหมาย ป.ป.ช.กำหนดในมาตรา 39 ถ้าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือมีพฤติการณ์หลบหนี ให้จับตัวผู้ต้องหา ในเรื่องนี้เรามีเครื่องมือและมาตรการเฝ้าระวัง ไม่ให้ผู้ต้องหาดำเนินการเช่นนั้นอยู่ เป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของเขา เพราะคนเหล่านี้จะถือว่าผิดต่อเมื่อศาลพิพากษา ในชั้นการสอบสวน ตราบใดที่ยังไม่พิพากษาต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ทุกหน่วยต้องยึดถือเช่นนี้ ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องเคารพกฎหมาย เมื่อพ้น 84 วัน ควบคุมตัวไม่ได้ แต่ต้องดำเนินคดีต่อได้ ส่วนเหตุผลที่ทำไม่ทัน เพราะถ้าจะตัดตอนต้องทำอย่างนี้ รีบทำให้เสร็จภายในเวลาที่ทุกคนคาดหวัง โดยไม่สนว่าใครเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้าง โดยเฉพาะตัวการใหญ่ รีบส่งคดีไปศาล รีบดำเนินคดีเฉพาะคนที่เราต้องการดำเนินคดี แบบนี้ถึงเรียกว่าตัดตอน
นายเกียรติศักดิ์ระบุว่า วันนี้ ป.ป.ช.ที่ยังสรุปสำนวนอะไรไม่ได้ เพราะกำลังไต่สวนทั้งกระดานว่าผู้เกี่ยวข้องตัวการใหญ่คือใคร ใครสนับสนุน ใครเป็นนายหน้า ใครเป็นคนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของผลการสอบ ทั้งหมดผู้ถูกกล่าวหา 6 พันคน ท่านอาจมองว่าถ้า ป.ป.ช.มีคนเยอะแป๊บเดียวก็เสร็จ แต่พยาน 1 คนเชื่อหรือไม่ ไม่มีพยานคนไหนในโลกบอกว่าตัวเองทำผิด พยาน 1 คนใช้หลักฐาน 4-5 ชิ้นเพื่อยันให้ได้ว่าเขาทำผิด ไม่มีใครบอกแต่ต้นว่าเอาเงินไปจ่ายนายหน้าคนนั้นคนนี้เป็นค่าโกงสอบ ความยุ่งยากและความซับซ้อนของเรื่อง ถึงเป็นที่มาว่าเราดำเนินการใช้เวลา แต่ยืนยันว่าไม่ช้า ปัจจุบันเมื่อเราต้องการที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ให้บรรลุผลอย่างรวดเร็ว ขณะนี้เรื่องคดีเรายังสอบพยานไม่ครบทั้ง 6 พันคน แต่มีพยานหลักฐานที่อาจกล่าวได้ว่า เพียงพอดำเนินการได้ในบางส่วนโดยเฉพาะคนที่เป็นตัวการใหญ่
“เบื้องต้นตัวการใหญ่ที่สุด คือยังไม่ถึงนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ณ ปัจจุบันหลักฐานยังไม่ถึง ส่วนจะถึงใครเดี๋ยวปลายเดือน ต.ค.นี้จะมีการประชุมคณะไต่สวน และมีการนำพยานหลักฐานที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ มาพิจารณากันว่าจะแจ้งข้อหาอย่างไร” นายเกียรติศักดิ์ระบุ
นายเกียรติศักดิ์กล่าวด้วยว่า สังคมอยากให้เราทำทีเดียวหมดเลย 6 พันราย ดำเนินการในคราวเดียวกัน แต่จะมีข้อจำกัดในทางเทคนิคคดี อาจจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหา ต้องรอดูคณะไต่สวนว่าจะใช้โมเดลไหนในการดำเนินคดี ยืนยันไม่ช้า เริ่มดำเนินการได้ช่วงต้น พ.ย.นี้แน่นอน ขณะนี้เราติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความคืบหน้าคดีนี้ดำเนินการไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ นายเกียรติศักดิ์ตอบว่า ในเชิงปริมาณถือว่ามีความคืบหน้าได้น้อยประมาณ 40% แต่ในเชิงคุณภาพตัวการสำคัญ ตัวการใหญ่ พยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว เราจะสรุปข้อเท็จจริงว่าใครเกี่ยวข้องบ้างในส่วนไหน อย่างไร ซึ่งมี 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง 2.กลุ่มคนจัดทำขบวนการทั้งหมด ไม่ว่าแก้ไขคะแนน ดำเนินการอาจมีขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง 3.กลุ่มนายหน้าที่มี 100 กว่าสาย 4.กลุ่มผู้เข้าสอบ กลุ่มนี้จะเยอะที่สุด ส่วนกรอบในการไต่สวน ป.ป.ช.มีความผิดตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ป.ป.ช. กรณีตั้งไต่สวนแล้ว ดำเนินการไม่เสร็จใน 2 ปี ถ้าเกี่ยวพันกับต่างประเทศ 3 ปี ให้ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ทำคดีล่าช้าว่าละเลย ละเว้นหรือไม่ มีการถูกให้ออก ถูกดำเนินคดีไปหลายคนแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีนายวิน ธนพชรโภคิน ผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ เคยหลบหนีก่อนถูกจับมาส่งตัวคุมขัง เมื่อได้รับการปล่อยตัวแบบนี้จะมีมาตรการอะไรป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า เราวิเคราะห์และประเมินผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดว่าจะมีพฤติการณ์หลบหนีหรือไม่ ถ้ามีเหตุหลบหนีเมื่อไหร่จะขอศาลออกหมายจับทันที เราซีลชายแดนด่านต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่องทางธรรมชาติหรือช่องทางทางการก็แล้วแต่
ในส่วนที่อาจมีส่วนน้อยที่ไปรบกวนพยานหลักฐาน ต้องประเมินจุดไหน พยานหลักฐานสำคัญเรามีหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พยานหลักฐานขณะนี้ไม่ถึงนักการเมืองใช่หรือไม่ ผู้ถูกกล่าวหาในตำแหน่งสูงสุดคือระดับอธิบดีใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์บอกว่า "ใช่ มีอธิบดีที่เกี่ยวข้องหลายคน แยกเป็น 2 สำนวน คือสำนวนปี 2568 และปี 2564 ที่ตนมาชี้แจงคือสำนวนปี 2568 อีกสำนวนไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไร แต่มีมากกว่า 1 คนแน่นอน"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนการตรวจสอบเส้นทางเงินของ ป.ป.ช.ขณะนี้พบว่า ปลายทางของเส้นทางเงินไปสิ้นสุดเพียงแค่ระดับอดีตอธิบดีกรม สถ.แค่ 2 คน แต่หลักฐานยังเชื่อมโยงไปไม่ถึงระดับ สส.และรัฐมนตรี ซึ่งคณะไต่สวนของ ป.ป.ช.กำลังพยายามหาหลักฐานความเชื่อมโยงอยู่ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาล็อตแรก จะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ประมาณ 200-300 คน เป็นตัวการเครือข่ายระดับนายหน้าที่มีอยู่ 110 สาย แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตัวผู้เข้าสอบที่ทุจริตการสอบเข้าท้องถิ่น
น.ส.มิรินทร์รัช ชิตถุง ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงกรณีข้อสงสัยของประชาชนที่มองว่า ป.ป.ช.ชุดนี้มาจากสายน้ำเงินอาจมีการช่วยเหลือกันว่า การไต่สวนของ ป.ป.ช.ทำในรูปแบบของคณะกรรมการและเป็นระบบไต่สวน เรื่องการเมืองไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้อย่างแน่นอน เราสามารถแยกแยะได้ ยืนยันว่าไม่มีการเมืองสีใดเข้ามาแทรกแซง ป.ป.ช.ได้ การทำงานของ ป.ป.ช.ไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน โดยยึดหลักความถูกต้องเป็นสำคัญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส้มแลนด์สไลด์ ยึด‘บอร์ดสปส.’ แห่ใช้สิทธิ์1ล้าน
เครือข่ายส้มแลนด์สไลด์! สำนักงานประกันสังคมเปิดผลคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ
ขู่ฟันโรงงานขยะสารเคมีรั่วปราจีน
โทรโข่งรัฐบาลยอมรับคะแนนนิยม "รัฐบาลหนู" จมน้ำท่วม ขณะที่นายกฯ นั่งคุมหัวโต๊ะ บกปภ.ช.
ไทยกลับสู่จอเรดาร์ เวทีIMF-World BankดันAIพลิกโฉม/นายกฯชูศก.พอเพียง
"ไอเอ็มเอฟ" ระบุ AI เหมือนคลื่นสึนามิเศรษฐกิจ
ฝ่ายค้านโวยให้3วันซักฟอกไม่พอ
"อนุทิน" ไฟเขียว ต.ค.ซักฟอกได้ ใช้เวลา 5 วันมากไป มั่นใจพุ่งเป้า
เลือกบอร์ดประกันสังคม คึก!หย่อนบัตรพุ่ง331%
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสุดคึกคัก นายจ้าง-ผู้ประกันตนแห่ใช้สิทธิ “พนัส” เผยต้องต่อสู้กับพรรคการเมือง
‘เมืองเพชร-กาญจน์’ฝนถล่มอ่วม
นายกฯ สั่ง “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่กาญจนบุรี หลังน้ำป่าทะลักท่วมตัวเมือง

