ส้มแลนด์สไลด์ ยึด‘บอร์ดสปส.’ แห่ใช้สิทธิ์1ล้าน

เครือข่ายส้มแลนด์สไลด์! สำนักงานประกันสังคมเปิดผลคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ หลังนับครบทั้ง 5,233 แห่งทั่วประเทศ มีนายจ้างและผู้ประกันตนใช้สิทธิ์รวม 1,003,615 คน เตรียมรวบรวมคะแนนเพื่อประกาศผลอย่างเป็นทางการภายใน 30 วัน "จุลพันธ์" ปัดเพื่อไทยหนุน "พนัส ไทยล้วน" พร้อมทำงานร่วมบอร์ด สปส.ใหม่ แม้ถูกมองไตรภาคีเดิมเหลือแค่ 2 ฝ่าย

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นางสาวจีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ หลังบันทึกผลคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศครบ 100% รวม 5,233 แห่ง

ผลการนับคะแนนพบว่า มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งรวม 1,003,615 คน แบ่งเป็นฝ่ายนายจ้าง 12,200 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 991,415 คน โดยเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งในปี 2566 สัดส่วนการใช้สิทธิ์ของนายจ้างเพิ่มขึ้น 733% ขณะที่ผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 533%

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบคะแนนของผู้สมัครแต่ละราย สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th

ส่วนการประกาศผลอย่างเป็นทางการ คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน จะรวบรวมคะแนนรายจังหวัดจากคณะกรรมการการเลือกตั้งระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อผู้แทนทั้งสองฝ่ายตามลำดับคะแนน ก่อนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วัน ตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ หากภายหลังตรวจพบว่ากรรมการรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมรายงาน ณ เวลา 17.00 น.ของวันที่ 12 ต.ค. ซึ่งนับไปแล้วประมาณ 98.56% คะแนนรวมที่นับแล้ว 6,742,123 คะแนน ซึ่งทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีคะแนนนำ ได้ไป 14 เก้าอี้ ดังนี้

ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ประกอบด้วย น.ส.ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ 8,942 คะแนน นายรัตนสิทธิ สุภาภรณ์ 8,883 คะแนน นายกฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์ 8,868 คะแนน นายกฤตวิทย์ หริมเทพาธิป 8,818 คะแนน น.ส.สุโขทัย หัตถะรัชต์ 8,818 คะแนน นายอดิศร เกิดมงคล 8,799 คะแนน น.ส.ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร 8,638 คะแนน

ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน มีนายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน 906,319 คะแนน น.ส.นาริฐา โภไคยอนันต์ 905,027 คะแนน รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี 902,648 คะแนน นายเริงฤทธิ์ ละออกิจ 900,047 คะแนน นายปรารถนา โพธิ์ดี 891,498 คะแนน น.ส.พรทิพย์ โม่งใหญ่ 880,302 คะแนน นางลักษมี สุวรรณภักดี 851,533 คะแนน

ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวอยากให้ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะมาจากฟากไหน ฝั่งไหนหรือสีอะไร ไม่ได้เป็นประเด็นปัญหา หากทุกคนมีจิตใจมีอุดมการณ์ในการขับเคลื่อนสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตน ก็ไม่ได้มีประเด็นใด เมื่อกลไกเป็นอย่างนี้เราก็ต้องยอมรับผลของมัน และพร้อมทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อขับเคลื่อนสำนักงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝั่งนายจ้างและลูกจ้างมาจากกลุ่มเดียวกัน อาจกระทบต่อกลไกไตรภาคีและการถ่วงดุลอำนาจ รมว.แรงงานตอบว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องดูกันต่อไป โดยหลักการมติแรงงานจะต้องยึดหลักไตรภาคี  (รัฐ-นายจ้าง-ลูกจ้าง) ในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นกลไกหลักระดับสากลที่มีมานาน เพื่อสร้างสิทธิให้แรงงานต่อรองพูดคุยได้ในน้ำหนักที่เท่าเทียม เมื่อสองฝ่ายเป็นฝ่ายเดียวกัน  ในฐานะรัฐมนตรีกำกับดูแลจะต้องเข้าไปดูรายละเอียดและพูดคุยต่อไป เพื่อให้การขับเคลื่อนสำนักงานประกันสังคมยังคงยืนยันในหลักการไตรภาคี เรื่องการให้ความสำคัญที่ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องให้ความสำคัญกับทุกฝ่าย 

เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาอย่างนี้ ทำให้มองได้ว่าแทนที่จะเป็นไตรภาคีก็เหลือแค่ 2 ขา แบบนี้จะทำให้การทำงานเร็วขึ้นหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ตนต้องไปกำกับดูแล อย่าเพิ่งไปตัดสินว่าสุดท้ายแล้ว การขับเคลื่อนของบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่จะมีทิศทางอย่างไร เรายังไม่รู้ แต่ตามกระบวนการต้องให้ความสำคัญกับทุกฝ่าย ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการออกเสียงในที่ประชุม เพราะเราก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วการลงมติเสียงจะเป็นอย่างไร แนวคิดหลักการในส่วนการขับเคลื่อนประกันสังคม ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่ตนได้ให้แนวนโยบายเอาไว้ คือการลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินให้ต่ำลงเหลือ 3% ตอนนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม เรื่องของการลงทุน ซึ่งที่ทางฝั่งนั้นเขามีอยู่ราวๆ 77 นโยบายนั้น โดยหลักคิดหลักการก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งที่กระทรวงแรงงานพร้อมที่จะขับเคลื่อน

ถามถึงกรณีที่นายพนัส ไทยล้วน อดีตบอร์ดประกันสังคม กล่าวอ้างว่าหากทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะเพราะมีพรรคการเมืองหนุน และหากตนเองจะทำบ้างจะขอความช่วยเหลือจากนายทักษิณ ชินวัตร และนายจุลพันธ์นั้น รมว.แรงงานกล่าวว่า คงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว และที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดคุยกันตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งจนกระทั่งมาถึงวันนี้ แม้จะเคยเจอกันอยู่หนึ่งครั้ง แต่เป็นขับเคลื่อนมิติอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากพบปะจะมีการพูดคุยกันเรื่องอื่น  ถ้าจะมาคุยเรื่องการเลือกตั้งคงไม่มีประเด็นที่จะหารือ

ด้านร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) โดยแสดงความกังวลว่าแม้ผู้สมัครจะได้รับคะแนนเสียงจำนวนมาก แต่หากยังไม่มีการประกาศรับรองผล ก็ยังไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ และอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกตัดสิทธิ์ภายหลัง

 “ในทางกฎหมายต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘มีอำนาจตรวจสอบ’ กับ ‘มีอำนาจตัดสิทธิตามอำเภอใจ’ เพราะอำนาจตรวจสอบเป็นหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่อำนาจตัดสิทธิตามอำเภอใจไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายอนุญาต การวินิจฉัยว่าบุคคลใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ต้องมีฐานอำนาจ ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และเหตุผลทางกฎหมายรองรับ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าใครพอใจหรือไม่พอใจผลการเลือกตั้ง” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว

อย่างไรก็ตาม ได้เกิดประเด็นดรามาในสื่อออนไลน์เมื่อ ผศ. ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ NIDA โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ผู้ประกันตนที่เลือกส้มนี่เข้าใจเรื่อง Actuarial Valuation กันบ้างไหม แล้วรู้ไหมว่าความพินาศมันจะมายังไง เพราะอะไร International Labour Organization มาทำ Actuarial Valuation สองรอบไปแล้ว ยืนยันว่ากองทุนประกันสังคมไม่รอดแน่นอน กลุ่มที่ชนะเลือกตั้งมา 14 เสียงก็ไม่เคยสนใจ ไม่เคยรู้เรื่อง คณิตศาสตร์การเมืองคือการเลือกตั้ง มันเป็นคนละเรื่องกับคณิตศาสตร์ประกันภัย

เมื่อคืนนี้อดีตบอร์ดประกันสังคมที่แพ้เลือกตั้ง ไลน์มาคุยกับผม บอกว่าพวกพี่คงยุติบทบาทกันไปแล้ว อาจารย์ช่วยให้ปัญญาสังคมด้วย ไม่งั้นความเสียหายจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติมหาศาลเกินกว่าจะแก้ไข กองทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จะกลายเป็นหนี้สาธารณะก้อนใหญ่ที่สุดของประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ผมปฏิเสธไป ผมจะปิดวาจา ไม่แสดงความเห็นเรื่องนี้อีก ปล่อยให้เขาที่ชนะเลือกตั้งด้วยคณิตศาสตร์การเมือง และคิดว่าเก่งกว่าคณิตศาสตร์ประกันภัย แสดงฝีมือกันไป  เรื่องแบบนี้ต้องดูกันยาวๆ 10 ปี-20 ปี เจ๊งมาเมื่อไหร่ก็จะได้รู้กัน

ในทางส่วนตัว ผมเป็นผู้ประกันตน ผมมีเงินสมทบในกองทุนประกันสังคมนิดหน่อย ก็ขอยกให้ส้มบริหารไปจนเจ๊ง ไม่ได้หวังจะได้อะไรอยู่แล้วครับ ผมมีทางเลือกอื่นมากมายในชีวิต ที่ไม่ต้องมาเดือดร้อน

ขอให้แรงงานไทยทุกคนจงโชคดี กับกรรมการบอร์ดประกันสังคม ผู้เชี่ยวชาญคณิตศาสตร์การเมือง แต่ไม่รู้เรื่องคณิตศาสตร์ประกันภัยเลย".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง