ฝ่ายค้านโวยให้3วันซักฟอกไม่พอ

"อนุทิน" ไฟเขียว ต.ค.ซักฟอกได้ ใช้เวลา 5 วันมากไป มั่นใจพุ่งเป้า ภท.ไม่ทำให้รัฐบาลแตก เชื่อใจ พท.ไม่มีวันปล่อยมือ "โฆษกรัฐบาล" เตรียมทีมติดตามศึกซักฟอกประสาน รมต.ใกล้ชิด พร้อมสรุปเนื้อหาให้ ปชช.เข้าใจง่ายขึ้น ป้องกันการบิดเบือนข้อเท็จจริง "แกนนำ พท." ย้ำรัฐบาลไร้รอยร้าว ไม่คิดล้างแค้น ภท.แล้วสละเรือ "พริษฐ์" ยันซักฟอก 18 รมต.ยึดหลักฐานเป็นหลัก ค้านให้เวลาแค่ 3 วัน ยกเคสสมัย "ประยุทธ์" รมต.น้อยกว่ายังได้ 4 วัน ปัดดีลลับ "ส้ม-ฟ้า-แดง" เหตุเว้นซักฟอกคนเพื่อไทย "ปชน." ผุดโปสเตอร์ "WANTED 18 รมต." เชิญชวนคนร่วมติดตาม

เมื่อวันจันทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรประสานเรื่องช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจมายังรัฐบาลว่า ยัง เพราะตามขั้นตอนเมื่อมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประธานสภาฯ จะพิจารณาญัตติ หากเห็นว่าทุกอย่างถูกต้องก็จะแจ้งมายังรัฐบาล ตอนนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับการประสานมา

เมื่อถามว่า หากการอภิปรายเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนต.ค. นายกฯ จะติดภารกิจหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เดือน ต.ค.ยังโอเคอยู่ เพราะตนจะมีกำหนดการที่เลี่ยงไม่ได้คือช่วงเดือน พ.ย.ที่ต้องไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและการประชุมเอเปก ส่วนช่วงไหนจะถือว่าเหมาะที่สุดเอาที่ประธานสภาฯ ประสานมา แล้วรัฐบาลมีความพร้อมเราก็ดำเนินการได้ เชื่อว่ารัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายทั้ง 18 คนเตรียมข้อมูลไว้เรียบร้อยหมดแล้ว

เมื่อถามว่า สำหรับญัตติที่มีถ้อยคำที่รุนแรง รัฐบาลสามารถแจ้งไปยังสภาฯ เพื่อให้ดำเนินการอะไรได้หรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า ตนว่าประธานสภาฯ จะเป็นผู้พิจารณา  ต่างคนต่างทำหน้าที่อย่าไปคิดอะไรเล็กๆ น้อยๆ เมื่อถามว่า กรอบเวลาอภิปรายมองว่ากี่วันถึงจะเหมาะ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ

"เยอะไปมั้ง และครั้งนี้ก็ไม่ใช่การอภิปรายรัฐมนตรีมากที่สุด ในอดีตเคยมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งคณะ  ส่วนกี่วันถึงจะเหมาะนั้นก็ให้เป็นตามที่ดำเนินการมาตลอด" นายอนุทินกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย 5 วัน

เมื่อถามว่า ในอดีตการอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคร่วมรัฐบาลจะโดนกันหมด แต่ครั้งนี้ ภท.โดนพรรคเดียว นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้มีพรรคร่วมเพียง 2 พรรคอย่าไปคิดมาก รัฐบาลมีรัฐมนตรี 35 ตำแหน่ง ภท.มีถึง 27 ตำแหน่ง โอกาสที่จะโดนมากกว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นเรื่องปกติ

 “ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้พรรคร่วมแตกกันได้มันก็ไม่มีรัฐบาลแล้ว อย่าไปคิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้แตกกัน ซึ่งก็ดีที่พรรคเพื่อไทยไม่ถูกอภิปรายไปด้วย อย่างน้อยการที่เขาทำงานมาโดยตลอดก็จะทำได้ต่อเนื่อง อย่างไรเขาช่วยรัฐบาลอยู่แล้ว" นายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายเพียงพรรคเดียว เสมือนต้องการให้เกิดความแตกแยกในรัฐบาลหรือไม่

เมื่อถามว่า ถึงอย่างไรหากมีเนื้อหาไปเกี่ยวข้อง พรรคร่วมก็ต้องลุกขึ้นชี้แจงให้รัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเกี่ยวข้องกับกระทรวงใด ตนก็จะมอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงนั้นมาตอบ ถ้าเป็นเรื่องแรงงานจะขอให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงานมาตอบ ถ้าเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีก็จะขอให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาตอบ ถ้าเกี่ยวข้องกับเกษตรก็จะขอให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์มาตอบ

เมื่อถามว่า มั่นใจใช่ไหมว่าไม่ว่าการอภิปรายจะดุเดือดรุนแรงแค่ไหน พท.จะไม่ปล่อยมือ ภท. นายอนุทินตอบว่า  “มั่นใจสิครับ”

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐบาลว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญของสภาฯ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องไปตอบคำถาม คาดหวังว่าฝ่ายค้านจะไม่เน้นเรื่องวาทกรรมอย่างเดียว สิ่งที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นบันเทิงธิปไตยเพียงอย่างเดียว ซึ่งอยากให้เน้นในเรื่องของเนื้อหาจริงๆ งานของโฆษกฯ และกองงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เราอาจต้องทำหน้าที่ติดตามว่าการอภิปรายและการตอบของรัฐมนตรีแต่ละท่านเป็นอย่างไร รวมถึงคอยสรุปเนื้อหาให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อไม่ให้ข้อความที่ตอบไปถูกนำไปบิดเบือน หรือใช้บางคำพูดบางประโยคที่ตอบไปเทียบคู่กับคำถามฝ่ายค้าน  เป็นงานที่ทีมโฆษกฯ จะติดตามทำงานอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าโฆษกฯ จะไม่โดนอภิปรายแต่จะมีส่วนร่วม และจะต้องมีการประสานงานกับฝ่ายรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และทำงานด้วยกัน

พท.สยบรอยร้าว รบ.

 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีซึ่ง รมต.ของ พท.ไม่ถูกอภิปราย จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนต้องการเก็บไว้เป็นพันธมิตรในอนาคตว่า ความจริงมันไม่มีใครเป็นศัตรูกันอยู่แล้วในทางการเมือง ทุกคนเป็นพันธมิตรกันหมด สังเกตในช่วงช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกคนเดินเจอกันก็ช่วยประชาชนด้วยกันอย่างเต็มที่  ขณะที่ในสภาฯ เข้าใจว่าต้องมีการทำงานที่ถ่วงดุลกันทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่ละฝ่ายจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด  สำหรับ พท.เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็พยายามทำหน้าที่ของเราเพื่อที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญให้กับรัฐบาลอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า นายกฯ ระบุแม้ว่ากระทรวงใดไม่ถูกอภิปราย หากถูกพาดพิงก็ต้องลุกขึ้นชี้แจงด้วย นายยศชนัน กล่าวว่า ก็ต้องช่วยกันตอบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เรามีพันธกิจที่ต้องทำงานร่วมกัน ตรงไหนที่เชื่อมโยงกันก็มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยตอบอยู่แล้ว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่มีรัฐมนตรีจาก พท. จนอาจทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเกิดความไม่สามัคคีกันว่า คิดละเอียดไปและไม่มีผลกระทบ เนื่องจากขณะนี้เป็นพรรคร่วมที่ทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนประเทศ พท.มีภารกิจงานที่ได้รับมอบหมายและทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้คิดหรือห่วงเรื่องการอภิปราย หากคนทำงานการเมืองต้องมานั่งห่วงพะวงทุกมิติในแต่ละช่วงเวลาคงทำงานไม่ได้ ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบอยู่ตรงไหนก็ขับเคลื่อนตรงนั้นอย่างเต็มที่

"เชื่อมั่นทุกฝ่ายจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ การเดินเกมของฝ่ายค้านจะไม่สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล มั่นใจว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะสามารถตอบคำถามได้"

เมื่อถามว่า กรณีที่นายกฯ ระบุว่าหากมีการพาดพิงถึงกระทรวงที่ พท.กำกับดูแล จะประสานให้ช่วยชี้แจง นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมใดๆ แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานก็พร้อมที่จะตอบอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่าการไม่ถูกอภิปรายเป็นการบีบให้ พท.ต้องตัดสินใจในเรื่องที่เคยขับเคลื่อน เช่นกรณีฮั้ว สว. นายจุลพันธ์กล่าวว่า ทำไมไม่คิดว่าเป็นเพราะการทำงานของพวกตนไม่เกิดข้อห่วงใยจากฝ่ายค้าน ซึ่งมองได้ว่าอาจจะทำงานได้ดีแล้ว เมื่อถามย้ำว่า หากอภิปรายแล้วเห็นหลักฐานประจักษ์ พท.ยังจะลงมติไว้วางใจอยู่หรือไม่ นายจุลพันธ์ระบุว่า โดยหลักต้องรอการอภิปรายจนจบก่อน ทั้งฟังเหตุผลของผู้อภิปรายและการตอบของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าครบถ้วนมากน้อยเพียงใด ในฐานะ สส.ก็ต้องให้กำลังใจทั้งฝ่ายอภิปรายและผู้ตอบ เชื่อมือทั้งสองฝ่ายในการอภิปรายเหตุและผล ตนมีหน้าที่รับฟังตั้งแต่ต้นจนจบ และการตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่เอกสิทธิ์ของตนและ สส.ทุกคน

นายจุลพันธ์ยังปฏิเสธข้อสังเกตเรื่อง พท.จะล้างแค้น จากกรณี ภท.เคยสละเรือสมัย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ โดยยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว พรรคโฟกัสที่การทำงาน การทำงานการเมืองไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ความรู้สึกหรือความแค้น แต่เป็นการเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง

ฝ่ายค้านย้ำขอเวลา 5 วัน

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กของพรรคประชาชน (ปชน.) เผยแพร่ข้อความรวมทั้งโปสเตอร์ หัวข้อ "WANTED: เปิดข้อกล่าวหาไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี" โดยระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมสอดส่องข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีทั้ง 18 ราย ที่ถือครองอำนาจบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในปัจจุบัน และร่วมจับตาการเปิดเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ไปพร้อมกัน พฤติการณ์ของรัฐมนตรีทั้ง 18 ราย สะท้อนภาพการบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่องอย่างร้ายแรง

"การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสภาฯ แต่หากพวกเราปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ยังคงบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไป ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ยากจะแก้ไขเยียวยาได้" พรรค ปชน.ระบุ

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้มีจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมากถึง 18 คน ดังนั้นเวลาในการอภิปรายและชี้แจงต้องจัดสรรให้เพียงพอ  จึงเห็นว่าการใช้เวลา 5 วันสมเหตุสมผลที่สุด และท้ายที่สุดนี้ต้องรอดูการตัดสินใจของประธานสภาฯ กับการหารือระหว่างวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่าจะเป็นอย่างไร

"หากให้เวลามา 3 วันน่าจะไม่สมเหตุสมผล เพราะหากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ ชุดที่ 25 หรือในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการอภิปรายทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่เยอะเท่าครั้งนี้ แต่มีการจัดสรรวันอภิปราย 4 วันเต็มทั้ง 4 ครั้ง จึงบอกว่าการขอเวลา 5 วันเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลเมื่อคำนวณตามจำนวนรัฐมนตรี ถ้าตกไปอยู่ 3 วันเห็นว่าไม่น่าสามารถที่จะอธิบายได้ เมื่อเทียบกับบรรทัดฐานในอดีต"

เมื่อถามถึง กรณีที่ไม่มีรายชื่อรัฐมนตรีจาก พท.ในญัตติอภิปราย นายพริษฐ์กล่าวว่า พรรค ปชน.นำข้อมูลและหลักฐานที่มีเป็นตัวตั้งในการที่จะยื่นญัตติซักฟอก หากเราเห็นว่ามีข้อมูลหรือหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งที่บริหารกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือบริหารผิดพลาดอย่างร้ายแรง จะรวมรัฐมนตรีคนดังกล่าวอยู่ในลิสต์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ

"ยืนยันว่าไม่ได้พิจารณาเรื่องพรรคต้นสังกัด หรือสถานะการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาประกอบการพิจารณา ซึ่งการใช้เกณฑ์นั้นนำมาสู่ข้อสรุปที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งหมด 18 คน เป็นการตัดสินใจที่พรรคฝ่ายค้านร่วมกันบนพื้นฐานและข้อเท็จจริง"

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจาก พท.อาจจะเป็นการเปิดดีลทางการเมืองในการจับมือระหว่างส้ม-ฟ้า-แดง นายพริษฐ์ กล่าวว่า "ไม่มีครับ".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง