นายกฯ ชวนชาวโลกชิมโอเลี้ยงไทย เชื่ออาจลืมอเมริกาโนไปตลอดชีวิต พร้อมขึ้นเวทีชูวิสัยทัศน์ “Future-Ready Thailand” พลิกจุดแข็งประเทศสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ไทยผงาดเปิดตัว “Bangkok Blueprint” สกัดสแกมเมอร์ “IMF” ยกเป็นมรดกสำคัญเป็นแนวทางประเมินความเสี่ยงไซเบอร์ให้คำปรึกษาประเทศสมาชิก ขณะที่ "คลัง-แบงก์ชาติ" ถอดโมเดลโชว์ทั่วโลก ปราบกลโกงจากภัยดิจิทัล-สแกมเมอร์ข้ามพรมแดน ยก Connect the Dots เชื่อมโยงข้อมูลสร้างภูมิคุ้มกันการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย
เมื่อวันพุธ เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวเปิดงานเสวนา CNN Global Perspectives: In Bangkok โดยมี น.ส.Ellana Lee รองประธานอาวุโส CNN Worldwide ให้การต้อนรับ โดยในช่วงหนึ่งระหว่างนายกฯ กล่าวเปิดงาน CNN Global Perspective In Bangkok ว่า "ผมอยากจะขอบคุณ CNN มากๆ ผมไม่รู้จะขอบคุณยังไงเลย ที่เลือกประเทศไทยให้เป็นสถานที่จัดงาน CNN Global Perspective" อย่างที่สาวสวยคนก่อนหน้าได้พูดไปว่าเธอได้มีโอกาสลองดื่มชาไทยตอนเช้านี้ ผมหวังว่าเธอจะชอบมันนะ"
"ผมอยากจะขอแนะนำให้พวกคุณลองชิมกาแฟดำเย็นของไทย มันเรียกว่า โอเลี้ยง หลังจากที่คุณได้ชิมมันแล้ว รับรองคุณอาจจะลืมอเมริกาโนเย็นไปตลอดชีวิตเลยก็ได้" นายกฯ ระบุ
ทั้งนี้ งาน CNN Global Perspectives: In Bangkok จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ณ กรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยเป็นเวทีเสวนาที่รวบรวมผู้นำระดับโลก ผู้บริหารภาคธุรกิจ และบุคคลสำคัญจากหลากหลายสาขา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของโลก
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทินเข้าร่วมงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 และกล่าวปาฐกถาพิเศษภายใต้แนวคิด “Future-ready Thailand” โดยระบุว่า ประเทศไทยควรเพิ่มขีดความสามารถในการกำหนดอนาคตของตนเอง มากกว่าการปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็คือคำจำกัดความของ Future-ready โดยแท้จริง ที่เป็นการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเพื่อก้าวไปสู่อนาคต
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอแนวทางต่อยอดรากฐานและจุดแข็งที่มีอยู่ของไทยให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยมีแนวทางสำคัญ อาทิ ยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร สู่การเป็นผู้ผลิตอาหารแห่งอนาคต, ยกระดับภาคอุตสาหกรรมสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกที่สูงขึ้น เมื่อ AI เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และระบบคมนาคมแห่งอนาคตกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทั่วโลก, ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล Data Centre
ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ถ้อยแถลงของนายมาธิอัส คอร์มันน์ (Mathias Cormann) เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในการเปิดงาน Future-Ready Economy 2026 ซึ่งเป็นกิจกรรมทางการคู่ขนานของการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group 2026 สะท้อนถึงการยอมรับในพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเศรษฐกิจโลก
ไทยผงาดสกัดสแกมเมอร์
น.ส.ไตรศุลีระบุว่า เลขาธิการ OECD ได้กล่าวบนเวทีว่า “สัปดาห์นี้ บทสนทนาทางเศรษฐกิจของโลกได้มารวมกันอยู่ที่กรุงเทพฯ” พร้อมระบุว่า การที่ไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank เป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของประเทศไทย และความสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ เลขาธิการ OECD ยังยกย่องประเทศไทยว่าเป็น “หนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของภูมิภาค” จากการเปิดเศรษฐกิจ สร้างความเจริญเติบโต และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนหลายสิบล้านคน
ที่สำคัญ เลขาธิการ OECD ยังได้เน้นย้ำว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยเท่านั้น แต่ OECD เองก็จะมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นจากการมีมุมมองและประสบการณ์ของไทยเข้ามามีส่วนร่วม โดยระบุว่า OECD ต้องการให้เสียงของประเทศไทยมีบทบาทในเวทีที่กำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ สะท้อนถึงความสำคัญของไทยในฐานะประเทศที่สามารถมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต
ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวบนเวทีเปิดตัว Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ว่า ปัจจุบันกลโกงดิจิทัลและสแกมเมอร์กลายเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสียเงินปีละ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3% ของจีดีพีโลก โดยมีลักษณะคือ เหยื่อกับสแกมเมอร์อยู่คนละประเทศกัน และเงินก็ถูกโยกไปยังประเทศที่สาม ขณะที่การประสานงานระหว่างประเทศในการจัดการปัญหาสแกมเมอร์นี้ยังน้อย และเพียงตัวคนเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ช่องว่างตรงนี้นำไปสู่เหตุผลของการทำ Bangkok Blueprint ขึ้นมา เพื่อร่วมมือกันและปรับใช้ให้เข้ากับบริบทแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้เสนอ 3 แนวทางสำคัญ จาก Bangkok Blueprint เพื่อทำให้คนใช้บริการทางการเงินอย่างปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในระบบการเงิน ได้แก่ 1.การพิจารณาทั้งระบบ เนื่องจากสแกมเมอร์เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และผู้เสียหายอาจมีบัญชีธนาคารหลายบัญชี ดังนั้นผู้ให้บริการก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย และแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดแต่แรก และเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องช่วยให้เหยื่อได้รับเงินคืน
2.การร่วมมือกันระหว่างประเทศ เนื่องจากสแกมเมอร์ทำงานข้ามพรมแดน ซึ่งไทยหวังว่า Bangkok Blueprint นี้จะนำไปใช้กันข้ามพรมแดน และส่งต่อให้องค์การระหว่างประเทศนำไปดำเนินการต่อได้ 3.การออกแบบ Bangkok Blueprint เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติจริง ทั้งในพื้นที่ที่มีกฎหมายและศักยภาพต่างกัน ดังนั้นจึงต้องออกแบบ Bangkok Blueprint เพื่อให้ใช้ได้ข้ามพรมแดน ซึ่งจะเป็นผลดีที่สุดเมื่อประเทศต่างๆ ได้นำไปใช้ และป้อนประสบการณ์ที่มีประโยชน์กลับคืนมาเพื่อกำหนดมาตรฐานต่อได้ อันเป็นเหตุให้ Bangkok Blueprint นี้สำคัญไกลกว่าแค่การประชุมนี้
“ประเทศไทยใช้ไอเดียจาก Bangkok Blueprint ดังกล่าว ในการทำ Connect the Dots ในการรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่มีข้อมูลสแกมเมอร์มาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อหาแพตเทิร์นหรือรูปแบบกลโกงได้เร็วขึ้น โดยสิ่งเหล่านี้ได้ผลในไทย และเป้าหมายต่อไปคือการใช้ข้ามแดน เพื่อสร้างระบบการเงินที่ทั่วถึงและมีภูมิคุ้มกันเพื่อคนของเรา เมื่อกลโกงเกิดขึ้นอย่างไร้พรมแดน ดังนั้นการตอบสนองก็ต้องข้ามพรมแดนเช่นกัน” นายเอกนิติกล่าว
แบงก์ชาติล้อมคอกไซเบอร์
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวบนเวที Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ในการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า ประเทศไทยความเสียหายจากการฉ้อโกงทางการเงินอยู่ที่มากกว่า 43,000 ล้านบาทในปี 2567 ก่อนลดลงเหลือ 32,000 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ความเสียหายลดลงเหลือเพียงกว่า 9,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการประสานความร่วมมือและการดำเนินมาตรการอย่างเป็นระบบสามารถช่วยลดความเสียหายได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้เป็นที่มาของวาระ Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) ของ ธปท. ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการสำคัญว่า เมื่อบริการทางการเงินดิจิทัลพัฒนาก้าวหน้า ความเชื่อมั่นและความสามารถในการรับมือความเสี่ยงของระบบก็ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน โดยแนวทางดังกล่าวครอบคลุมการวางมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการจากการฉ้อโกงและอาชญากรรมดิจิทัล เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความสามารถในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกำกับให้การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เป็นไปอย่างรับผิดชอบและทั่วถึง” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว
นายวิทัยระบุว่า สำหรับ Bangkok Blueprint กำหนดข้อพิจารณาสำคัญ 12 ประการ ครอบคลุม 5 เสาหลัก ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กัน อาทิ การเสริมความเข้มแข็งตลอดวงจรการจัดการการฉ้อโกง ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้มีความปลอดภัย การใช้มาตรการป้องกันที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ การตรวจจับความผิดปกติในระดับระบบ ไปจนถึงการตอบสนองและการช่วยเหลือผู้เสียหายให้สามารถกู้คืนเงินได้
นอกจากนี้ ธปท.และสถาบันการเงินยังได้กำหนดความคาดหวังร่วมกันและแสดงเจตนารมณ์ในการป้องกันไม่ให้ภาคการเงินของไทยถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ผ่านกรอบการดำเนินงานเพื่อพิทักษ์ภาคการเงินจากกิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งมีการประกาศไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
“การหารือในเวทีครั้งนี้จะเปิดมุมมองทั้งในระดับโลกและระดับประเทศเกี่ยวกับลำดับความสำคัญเชิงนโยบาย การนำกรอบแนวทางไปปฏิบัติ จะมีการหารือเฉพาะด้านการนำกรอบดังกล่าวไปใช้จริง โดยถอดบทเรียนจากประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เพื่อร่วมกันเปลี่ยน Bangkok Blueprint ให้เป็นมาตรการที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม” นายวิทัยระบุ
ทางด้านนางอันชูลา คานต์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน กลุ่มธนาคารโลก ได้ยกให้ศูนย์ AOC 1441 ของไทยเป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างตำรวจ ธนาคาร และค่ายโทรศัพท์ โดยระบุว่าช่วยลดความเสียหายของผู้เสียหายได้มากกว่า 42%
IMF เตือนเตรียมรับมือ
ขณะที่ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ภัยหลอกลวงทางการเงินไม่ใช่เพียงปัญหาคุ้มครองผู้บริโภค แต่เป็นความเสี่ยงระดับมหภาค เพราะหากประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่น การเงินดิจิทัลจะไม่สามารถทำหน้าที่ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการทางการเงินได้เต็มที่
“Bangkok Blueprint จะเป็นหนึ่งในมรดกสำคัญของการประชุมครั้งนี้ และ IMF จะนำกรอบกำกับดูแลและการประเมินความเสี่ยงไซเบอร์ไปผสานในการประเมินและให้คำปรึกษาแก่ประเทศสมาชิก พร้อมทำงานร่วมกับคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability Board: FSB) และธนาคารโลกต่อเนื่องต่อไป” กรรมการจัดการ IMF ระบุ
นอกจากนี้ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา ยังกล่าวในหัวข้อ IMF Managing Director Press Briefing ว่า IMF คาดการณ์ภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ไว้ที่ 3.1% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ 3.5% โดยต้องยอมรับว่าหลายประเทศมีอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่แนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อการชำระหนี้ ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในปีนี้ เป็นไปได้ทั้ง 2 ด้าน กล่าวคือ มีทั้งฝั่งที่ปรับตัวลดลงจากผลกระทบด้านอุปทานจากราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และฝั่งที่ดีขึ้นจากการเติบโตของอุปสงค์จากสินค้าในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในส่วนของประเทศไทยนั้น IMF มองว่า ต้องมุ่งเน้นการยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยดูให้แน่ใจว่ามีพื้นฐานมหภาคที่ดี ไม่เปราะบางต่อแรงกระแทก โดยไทยต้องทำงานหนักขึ้น จากการบูรณาการเศรษฐกิจในภูมิภาคเดียวกัน โดยอาเซียนถือเป็นภูมิภาคที่น่าทึ่ง เพราะมีความหลากหลาย มีแรงมีพลัง และเพิ่มปริมาณการค้าภายในภูมิภาคกันเองให้มากขึ้น
“อาเซียนมีการค้ากับภายนอก มากกว่าการค้าภายในภูมิภาคด้วยกัน จากข้อมูลพบว่า อาเซียนค้าขายกันเองแค่ 22% ในขณะที่มีการค้าขายกับยุโรปถึง 60% ดังนั้นอาเซียนต้องหันมาค้าขายภายในภูมิภาคเดียวกันให้เยอะขึ้น ซึ่งไทยเป็นแนวหน้าที่จะได้ประโยชน์จากการลงทุนใน AI ซึ่งถือเป็นสิ่งดีที่ แต่ก็ต้องคิดถึงในเรื่องความเสี่ยงด้วย” นางคริสตาลินาระบุ
เธอกล่าวด้วยว่า กรณีที่ได้ระบุถึงประโยคที่ว่า ‘ฤดูหนาวกำลังมา’ นั้น ขอให้ระมัดระวังที่อาจทำให้ความสามารถในการรับมือจะลดลงหรือหมดไป จึงขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อมหากมีสถานการณ์ที่อาจยากลำบากกว่านี้ โดยขอให้เตรียมพร้อมระบบการเงินการคลัง ซึ่งคงไม่สามารถตอบได้ว่าประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือฤดูหนาวจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงค่ำ เวลา 19.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำแก่ รมว.การคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางที่เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 2569 โดยบรรยากาศภายในงานไฮไลต์คือการแสดงของ น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือ “เนเน่ รอยัล" ศิลปินและมือกีตาร์ร็อก เจ้าของตำแหน่งแชมป์ AGT 2026 (America's Got Talent 2026) ได้รับเชิญให้ร่วมแสดงดนตรีภายในงานดังกล่าว ท่ามกลางความสนใจของผู้นำเศรษฐกิจ ระดับ VIP ภายในงาน
วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ โดยระบุช่วงหนึ่งว่า การรักษาความปลอดภัยของการประชุมต้องดำเนินควบคู่กับการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ โดยรัฐมีหน้าที่ทั้งเคารพ อำนวยความสะดวก และคุ้มครองการชุมนุมโดยสงบ ตลอดช่วงการประชุม กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. จะลงพื้นที่สังเกตการณ์ ณ จุดชุมนุมหลัก และเปิดรับเรื่องร้องเรียนเร่งด่วนจากผู้ชุมนุม ผู้จัดการชุมนุม สื่อมวลชน และประชาชน ทางสายด่วน 1377 เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยทันที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บวงสรวงอัญเชิญราชรถ ถวายพระเพลิงพระพันปี
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พิธีบวงสรวงการอัญเชิญพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย ราชรถปืนใหญ่
ประเดิมจ่าย2ล.เหยื่อน้ำท่วม
นายกฯ กดปุ่มจ่ายเงินเยียวยาเสียชีวิตน้ำท่วมเชียงใหม่ รายแรก 2 ล้าน
หนูเคาะ27-30ต.ค. ให้ฝ่ายค้านซักฟอก4วัน ‘ไอเดียร์-สามี’เบี้ยวแจง
สภาบรรจุญัตติซักฟอก 18 รมต. แจ้ง “คณะรัฐมนตรี” รับทราบ รอเคาะวันเวลา “นายกฯ” กำชับ ครม.เตรียมพร้อมศึกซักฟอก
ศก.ไทยทะยาน3%พลัส
นายกฯ ตรวจความพร้อมเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำการเงินโลก ปลื้มแขกทุกคนรู้จัก ตื่นเต้นรอฟัง "น้องเนเน่" ร้องเพลง “เอกนิติ”
รุมโต้‘ปลัดเก่ง’อายโกง อนุทินสาธุแผ่ส่วนบุญ
"อนุทิน" โบ้ยอดีตปลัด มท.เฉ่งลูกน้องเก่าไม่ได้ว่านักการเมือง แนะ ขรก.ผู้ใหญ่เตือนต้องรับฟัง "พลพีร์" ตอกกลับเป็นผมก็คงอายถูกเรียกปลัดหมื่นล้าน ด่า
‘ในหลวง-ราชินี’ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล‘ร.9’
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

