ประเดิมจ่าย2ล.เหยื่อน้ำท่วม

นายกฯ กดปุ่มจ่ายเงินเยียวยาเสียชีวิตน้ำท่วมเชียงใหม่ รายแรก 2 ล้าน ขอให้ครอบครัวก้าวข้ามผ่านเวลาลำบากไปได้ ฝากผู้ว่าฯ  เชียงใหม่ช่วยดูแล “วราวุธ” สั่งปิดโรงงานมลพิษปราจีนฯ แล้ว 3 แห่ง จ่อฟันเพิ่มอีก ไม่สนนอมินี-นามสกุลดัง เตรียมแก้กฎหมายลงโทษหนัก

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม เวลา 10.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีคิกออฟโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยมีครอบครัวของบุตรทั้ง 2 คน คือ น.ส.ไพรินทร์ มณีวรรณ อายุ 25 ปี และ ด.ญ.กุลดา ต่าสินิ อายุ 10 ขวบ บุตรของนางเกศริน ต่าสินิ อายุ 54 ปี เสียชีวิตจากเหตุน้ำป่าไหลหลากกะทันหันในพื้นที่ อ.กัลยาณิวัฒนา      จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา วิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

โดยนายกฯ กล่าวว่า ตนและ ครม.ในนามของตัวแทนทุกคน ต้องขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อความสูญเสียของครอบครัวของน้อง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดให้มีการคุ้มครองเรื่องการประสบภัยภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ผ่านกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติทั้ง 3 ประเภท  คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ซึ่งกรณีนี้ครอบครัวของนางเกศรินจะได้รับการเยียวยา 2  ล้านบาท ตามกรมธรรม์ประกันภัยทุกประการ หวังว่าเงินเยียวยานี้จะช่วยให้ครอบครัวของน้องทั้งสองคนผ่านพ้นช่วงลำบากนี้ไปได้ ทั้งในเรื่องของการดำรงชีวิต การศึกษา การใช้โอกาสต่างๆ ให้เงินจำนวนนี้ใช้ประโยชน์กับเงินครอบครัวอย่างระวังที่สุด

จากนั้นนายกฯ กดปุ่มโอนเงินผ่านระบบออนไลน์ พร้อมสอบถาม น.ส.ไพรินทร์ว่า "เงินเข้าหรือยัง" โดย น.ส.ไพรินทร์ได้ชูโทรศัพท์ขึ้นพร้อมบอกว่า  “เงินเข้าแล้ว” ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวเป็นภาษาเหนือว่า “เงินเข้าแล้วใช่ไหม น้อง หันมาที บ่กา จะใช้จะสอยฮือระวังเน้อ" โดยในจังหวะนี้ น.ส.ไพรินทร์ยังโชว์ยอดเงินในโทรศัพท์มือถือที่ได้รับอยู่  โดยนายกฯ กล่าวว่า ให้ปิดโทรศัพท์ พอแล้วไม่ต้องโชว์แล้ว และขอบคุณผู้ว่าฯ พร้อมฝากให้ดูแลเด็กทั้ง 2 คน ปกป้องคุ้มครองดูแลให้ดี โดยเฉพาะภัยจากการยืมเงิน ขอให้เด็กทั้งสองโชคดี แล้วเจอกัน

ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. นายกฯ ขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมมือกันในการช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากภัยพิบัติอย่างรวดเร็ว สำหรับภาพรวมการเยียวยา นายกฯ ได้กำชับมาโดยตลอดว่า ขอให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอให้น้ำลด ปัจจุบันมีการเยียวยากว่า 200,000 ครัวเรือน รวดเร็วกว่าการเยียวยารอบที่ผ่านมา

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยว่า ได้สั่งให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวบรวมข้อมูลจากทุกกรมเพื่อหาทางเยียวยาช่วยเหลือ ที่ผ่านมามีกฎเกณฑ์อยู่   แต่ได้สั่งให้มีการเพิ่มกฎเกณฑ์การช่วยเหลือ เรื่องนี้นายกฯ มีความเป็นห่วง สั่งให้รวบรวมเกษตรกรและประชาชนที่เสียหาย โดยจะต้องทำให้ดี คาดว่าไม่เกินสองสัปดาห์นี้จะนำเข้าที่ประชุม ครม.

ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยสารเคมีรั่วไหลในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า สารโลหะหนักที่ประชาชนเป็นห่วง จากการสํารวจของกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่าเจือปนอยู่บ้างบางส่วน แต่ปริมาณค่อนข้างน้อย ไม่สามารถตอบได้ว่ามาจากโรงงานใด แต่สารเคมีที่พบมากขึ้นเนื่องจากปริมาณน้ำน้อยลงคือองค์ประกอบของน้ำมัน   ดังนั้นจึงเน้นย้ำไปยังประชาชนหลีกเลี่ยงสัมผัสน้ำ  หากสัมผัสขอให้เร่งชําระออก

สำหรับสถานประกอบการที่ผ่านมา ได้มีการใช้มาตรา 37 และ 39 ของ พ.ร.บ.โรงงาน ได้ปิดไปประมาณ 3 แห่ง ซึ่งวันนี้จะมีการปิดเพิ่มเติมอีก  ส่วนการใช้มาตรา 39 เพื่อสั่งให้ปิดโรงงานทันทีนั้น  อาจสุ่มเสี่ยงถูกฟ้องร้อง โดยเน้นย้ำว่าจะต้องใช้มาตรา 37 เพื่อให้โรงงานมีการปรับปรุง และหากไม่ดําเนินการจะใช้มาตรา 39 ในการสั่งปิด โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ได้ให้เจ้าหน้าที่ทีมงานกระทรวงอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ  ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ทํางานร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทย

รวมทั้งได้ฟ้องร้องผู้ประกอบการ เพื่อเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยจะดําเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ซึ่งกฎหมายปัจจุบันมีอายุมากพอสมควร บทลงโทษจึงอาจไม่เข้มข้น จึงต้องแก้ไข ทั้งเพิ่มค่าปรับและคดีลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ให้เป็นคดีทางการเงิน  นําไปสู่การยึดทรัพย์ผู้ประกอบการ

เมื่อถามว่า มีบริษัทนอมินีและบริษัทที่มีนามสกุลดังเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า  "อันนี้ผมไม่สน ว่าจะเป็นนอมินีหรือนามสกุลใดก็แล้วแต่ แต่หากไปตรวจสอบแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นก็เป็นไปแล้ว 3 โรงงาน ก็ไม่ได้ดูว่าเป็นบริษัทใครอย่างไร แต่เขาไม่ทําตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ตามกฎหมาย ก็ดําเนินการตามขั้นตอนอย่างกฎหมายถึงที่สุด"

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จุดที่เกิดเหตุปลาตายและจุดที่พบคราบน้ำมันสีรุ้งในแม่น้ำปราจีนบุรีอยู่คนละบริเวณกัน ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำและปลา เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยคาดว่าจะทราบผลตรวจภายใน 1  สัปดาห์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยโชว์แผนปราบสแกมเมอร์

นายกฯ ชวนชาวโลกชิมโอเลี้ยงไทย  เชื่ออาจลืมอเมริกาโนไปตลอดชีวิต พร้อมขึ้นเวทีชูวิสัยทัศน์ “Future-Ready Thailand” 

ศก.ไทยทะยาน3%พลัส

นายกฯ ตรวจความพร้อมเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำการเงินโลก ปลื้มแขกทุกคนรู้จัก ตื่นเต้นรอฟัง "น้องเนเน่" ร้องเพลง “เอกนิติ”

รุมโต้‘ปลัดเก่ง’อายโกง อนุทินสาธุแผ่ส่วนบุญ

"อนุทิน" โบ้ยอดีตปลัด มท.เฉ่งลูกน้องเก่าไม่ได้ว่านักการเมือง แนะ ขรก.ผู้ใหญ่เตือนต้องรับฟัง "พลพีร์" ตอกกลับเป็นผมก็คงอายถูกเรียกปลัดหมื่นล้าน ด่า

‘ในหลวง-ราชินี’ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล‘ร.9’

"ในหลวง-พระราชินี" ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์  ร.9 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เนื่องในวันนวมินทรมหาราช