ลูกพิพัฒน์โผล่เคลียร์Maxbit

“พิพัฒน์” อัด “ศิริโชค” แค้นส่วนตัวโยงลูกชายกับเว็บพนัน เจ้าตัวโต้ ไม่ได้หาแสง ลั่นสอบตกก็มีสิทธิ์ตรวจสอบรัฐบาล ด้าน “ปกเขตร”  แจง 4 ประเด็น หวังสังคมเข้าใจมุมมองการดำเนินงาน ข้อจำกัดเทคนิค

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์   โพสต์ข้อความระบุนายปกเขตร รัชกิจประการ ลูกชายนายพิพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทเครือ PT  เชื่อมโยงกับบริษัท Maxbit ที่มีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน Shuffle.com ว่า เท่าที่ทราบบริษัทของนายปกเขตรจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถูกต้อง ฉะนั้น ธุรกรรมใดๆ ขอให้ทางบริษัทชี้แจง ซึ่งนายศิริโชคเอาข้อมูลที่ชี้แจงมาจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งตนไม่ทราบ แต่ไม่ใช่ข้อมูลที่เขาไปสืบค้นมาได้ เป็นข้อมูลที่มาจาก ก.ล.ต.หรืออะไรสักอย่างตนไม่แน่ใจ คาดว่าบริษัทจะชี้แจงในสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่ามีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นเรื่องปกติใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า เป็นกระบวนการซื้อขายที่ถูกต้อง ไม่ใช่เฉพาะบริษัท  Maxbit มีหลายบริษัทที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. นักการเมืองที่จะเอาอะไรมาพูดก็อย่าเอาเรื่องส่วนตัว คิดว่าตัวเองพ่ายแพ้ในเขตเลือกตั้งที่ตนดูแลอยู่ ก็เอาจุดนี้มาสร้างประกายให้กับตัวเอง คิดว่าคงยากแล้ว เพราะในอดีตตัวเองเป็น สส.มาไม่รู้กี่สมัย และหลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไร พ่ายแพ้มา 3 รอบติด

เมื่อถามว่า หากนายพิพัฒน์เจอตัวนายศิริโชคจะบอกอะไรหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะบอกว่า อะไรที่จะว่าตนก็ว่า ไม่ต้องไปพาดพิงในสิ่งที่เขาทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าผิดกฎหมายว่ากันไปเลย แต่อะไรที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่าสร้างเรตติ้งให้ตัวเอง ซึ่งตัวเองไม่มีเรตติ้งอยู่แล้วในขณะนี้ ตนต้องเรียนแบบตรงไปตรงมา ตนก็เป็นคนแบบนี้ ไม่สามารถพูดในภาษาการเมืองได้ คุณสวนมา ตนสวนกลับ

ด้านนายปกเขตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (Maxbit) ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ Maxbit สักนิดนะครับ เนื่องจากเรื่องนี้เริ่มกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือการทำให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงในมุมของการดำเนินงานและข้อจำกัดทางเทคนิคด้วยครับ

นายปกเขตรระบุว่า 1.Maxbit มีระบบ Blockchain Analytics ใช้อยู่แล้ว ปัจจุบัน Maxbit ใช้ Blockchain Analytics Tool เพื่อประเมินความเสี่ยงของธุรกรรมและป้องกันการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปยัง Address ที่มีความเสี่ยงสูง

อีกประเด็นคือ ปัจจุบันหลักเกณฑ์การกำกับดูแลในประเทศไทยยังไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้ Blockchain  Analytics Tool โดยตรง การที่ Maxbit นำเครื่องมือนี้มาใช้จึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงครับ

นายปกเขตรกล่าวอีกว่า 2.ทำไมถึงยังมีธุรกรรมประมาณ 200,000 บาทที่ถูกถอนไปยัง Shuffle? คือตัว Blockchain Analytics Tool ไม่สามารถตรวจจับความเสี่ยงได้ครบถ้วน 100% ในทุกกรณีครับ ผู้ให้บริการ Tool ต้องอาศัยข้อมูลที่รวบรวมและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Address ใหม่ๆ ที่อาจยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในขณะที่มีธุรกรรมเกิดขึ้น

“ดังนั้น จึงมีข้อจำกัดที่ต้องยอมรับว่า แม้จะมีเครื่องมือดังกล่าวแล้ว ก็ยังอาจมีธุรกรรมบางส่วนที่ตรวจจับไม่ได้ในเวลานั้น แล้วถ้าเราจะขอ shuffle address ทั้งหมดมาเลย เขาก็ไม่ให้ เราต้องถามเขาไปทีละอัน ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบในทางปฏิบัติครับ”

เขากล่าวอีกว่า 3.หลังจากเรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าว Maxbit ดำเนินการอย่างไร? หลังจากมีข้อมูลเกี่ยวกับ Shuffle เผยแพร่ออกมามากขึ้น Maxbit ได้เพิ่มมาตรการโดยบล็อก Address ของ Shuffle และ Address ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ได้พึ่งพาผลการประเมินจาก Blockchain Analytics Tool เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม การบล็อก Address ก็มีข้อจำกัดทางเทคนิคในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นธุรกรรมฝากเข้ามา ซึ่งเราไม่สามารถป้องกันธุรกรรมจากต้นทางได้ทุกกรณี สิ่งที่เราสามารถดำเนินการได้คือระงับการเครดิตยอดเข้าบัญชีลูกค้าตามมาตรการและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

4.มองเรื่องยอดประมาณ 200,000 บาทอย่างไร? เมื่อเทียบกับปริมาณการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดผ่าน Maxbit ยอดดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก มันคือ needle in a haystack อย่างไรก็ตาม ผมไม่อยากให้ประเด็นนี้ถูกตีความว่าเป็นเหตุผลให้เรามองข้ามความเสี่ยง เพราะไม่ว่ายอดจะมากหรือน้อย ธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ตั้งแต่ day 1 ที่เห็นข่าวก็รีบตรวจสอบเลย สิ่งที่ Maxbit ให้ความสำคัญคือการตรวจสอบข้อเท็จจริง การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการปรับปรุงมาตรการตรวจจับและป้องกันอย่างต่อเนื่องครับ

ขณะที่ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา  พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ว่า คนสอบตกไม่มีแสง แล้วทำไมคนมีอำนาจถึงร้อนตัว นายกรัฐมนตรีอนุทิน บอกว่าผมมีความแค้นส่วนตัว  เพราะแพ้เลือกตั้งให้พรรคภูมิใจไทย 2-3 รอบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ออกมาย้ำอีกว่าผมสอบตกเลือกตั้ง 3 ครั้งรวด ต้องการหาแสง สร้างเรตติ้งให้ตัวเอง ผมชักสงสัยแล้วครับว่า คนสอบตก ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีอำนาจ ไม่มีแสงอย่างผม ทำไมถึงทำให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลต้องเสียเวลามาพูดถึงกันบ่อยเหลือเกิน

นายศิริโชคกล่าวว่า ที่ผ่านมา ผมเพียงเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ Maxbit  ตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และเส้นทางธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับบ่อน Shuffle.com เท่านั้น ผมยังไม่เคยกล่าวหาว่าท่านหรือลูกชายกระทำความผิดอะไรเลย แต่แทนที่ท่านจะอธิบายข้อเท็จจริง กลับมาพูดเรื่องผมสอบตกเลือกตั้ง หาแสง และตั้งข้อสงสัยว่าผมเอาข้อมูลมาจากไหน ทั้งที่ท่านเองก็ยอมรับว่ายังไม่แน่ใจ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กกต.’ร่ายยิบ หลักเกณฑ์ยุบ พรรคการเมือง

“กกต.” แจงยิบขั้นตอนสั่งยุบพรรคการเมือง เผยมี 6 ขั้นตอนสำคัญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิด 5 รายชื่อผ่านเกณฑ์รอบแรก นั่งเก้าอี้แทน “ฐิติเชฏฐ์”

'พิพัฒน์' นำ ครม. วางพวงมาลาถวายราชสักการะ 'วันปิยมหาราช'

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช