วอนถอยคนละก้าว! โสภณแนะวิป3ฝ่ายปมศึกซักฟอก/อนุทินจ้อแจงปมร้อน

“อนุทิน” โพสต์รูปคู่พ่อชวรัตน์  พร้อมแคปชันภาษาจีน "เหินห่าว" แปลว่า "ดีมาก  ยอดเยี่ยม"  แจงปมร้อนการเมือง-ศก.-ตปท. ในรายการ "คุยกับ ครม.อนุทิน" เสาร์ 24 ต.ค.นี้ “ศุภจี” ขอบคุณนายกฯ ออกตัวป้อง “ปธ.สภาฯ” ไม่บรรจุญัตติซักฟอกสัปดาห์หน้า ให้ "วิป 3 ฝ่าย”   คุยอีกรอบ ขอถอยคนละก้าว หลังเจรจาฝ่ายค้านยอม 4 วันแต่เป็น พ.ย. เตรียมทำหนังสือถึง ครม. หาวันสะดวกใหม่ "ภราดร" ชี้ตารางของ ครม.เดือน พ.ย.แน่นเอี้ยด “โฆษก ปชน.” ตอก “กรวีร์”   ใครกันแน่ไม่ยอมถอย

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2569 เวลา 11.00 น.  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยเป็นภาพตนเองขณะนั่งบนโต๊ะพูดคุยกับบิดา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ในโมเมนต์เรียบง่าย ซึ่งภาพดังกล่าวเผยให้เห็นว่านายอนุทินตั้งใจฟังบิดาที่กำลังยกนิ้วโป้งเล่าเรื่องราวด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง

นายอนุทินเขียนแคปชันสั้นๆ ว่า “เสี่ยงฮ่อ!!  และแคปชันภาษาจีน “很好” อ่านว่า “เหินห่าว” ในภาษาจีน หมายถึง “ดีมาก” หรือ “ยอดเยี่ยมมาก”

มีรายงานความเคลื่อนไหวของนายอนุทินในช่วงวันหยุดเนื่องในวันปิยมหาราชว่า นายอนุทินสวมเสื้อลายกัญชานั่งต่อคิวรอตัดผมที่ร้านเก่าแก่พงษ์บาร์เบอร์ ถนนสามเสน ซึ่งนายอนุทินได้พูดคุยทักทายประชาชนที่มารอใช้บริการตัดผมที่ร้านดังกล่าวอย่างเป็นกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินยังได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ "คุยกับ ครม.อนุทิน" ซึ่งเตรียมออกอากาศเป็นเทปที่ 8 ในวันเสาร์ที่ 24  ต.ค. เวลา 09.05 น. หลังประเดิมเทปแรกตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา มี น.ส.อุบลรัตน์ เถาว์น้อย  อดีตผู้ประกาศข่าว เป็นผู้ดำเนินรายการ

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยตัวอย่างรายการผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้ดำเนินรายการ นายกฯ ได้ชี้แจงในหลากหลายประเด็นสำคัญทางการเมือง  ทั้งเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การเดินทางเยือนต่างประเทศ กระแสข่าวเรื่องการควบรวมกับพรรคกล้าธรรม รวมถึงประเด็นเรื่องเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ด้านต่างประเทศของรัฐบาล

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ ได้ลงนามในคำสั่งสำนักเลขาธิการนายกฯ แต่งตั้ง น.ส.อุบลรัตน์ เป็นคณะทำงานเลขาธิการนายกฯ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ

ส่วนนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯ ระบุกระแสข่าวการปรับ รมว.พาณิชย์ ก็ต้องเปลี่ยนนายกฯ  ว่า ได้ยินแล้ว รู้สึกขอบคุณท่านนายกฯ ที่พูดแบบนั้น เพราะส่วนตัวยังไม่ได้คุยกับนายกฯ เลยตั้งแต่มีข่าว ก็มีกำลังใจตลอดเวลา พร้อมทำงานทุกวัน

ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร หรือวิป 3 ฝ่าย ยังหาข้อสรุปกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ไม่ได้ว่า  จากที่ได้รับทราบการหารือทั้ง 2 ครั้งล่มไม่เป็นผล   ฝ่ายค้านต้องการอภิปราย 5 วัน ฝ่ายรัฐบาลแจ้งความพร้อม 3 วัน และผลการเจรจาให้มา 4 วัน ทำให้ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ไม่สามารถตกลงกันได้  หลังจากนั้นผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคได้ขึ้นไปพบตนที่ห้องทำงาน

 “ผมอยากให้การเจรจาพูดคุยเป็นไปอย่างเรียบร้อย จึงได้ขอว่าทั้งสองฝ่ายพบกันครึ่งทาง คือ 4 วันได้หรือไม่ ฝ่ายค้านก็บอกว่ามีปัญหาเรื่องการปรับลดจำนวนผู้อภิปรายลง จึงถามกลับว่ามันยากขนาดนั้นเลยหรือ ฝ่ายค้านบอกว่ายาก  เนื่องจากมีการเตรียมข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งผมได้ถามอีกว่าแล้วสรุปจะเอาวันไหน ฝ่ายค้านก็บอกว่าหากให้ 4 วันจริง จะเป็นวันไหนก็ได้ในช่วงเดือน พ.ย.และเดือน ธ.ค.” นายโสภณกล่าว

โสภณให้วิปคุยกันอีกครั้ง

ประธานสภาฯ กล่าวว่า อยากให้อภิปรายให้จบ จะได้ไม่เป็นภาระของแต่ละฝ่าย เราจะได้ไปทำงานอย่างอื่น แต่เมื่อฝ่ายค้านยืนยันว่าหากให้ 4 วันจริง จะขอเป็นในช่วงเดือน พ.ย.และ ธ.ค.  ดังนั้นหากตนใช้ดุลพินิจและมีการบรรจุญัตติก็จะยิ่งมีปัญหา จึงได้ให้แต่ละฝ่ายไปพูดคุยกันอีกครั้งให้จบ

“ผมจะมีหน้าที่ในการบรรจุญัตติ เพราะการประชุมต้องพร้อมทั้งฝ่ายที่จะตอบและฝ่ายที่จะถาม รวมถึงองค์ประชุมที่ต้องช่วยกันทุกฝ่าย”  ประธานสภาฯ กล่าว

ถามว่า หากเป็นช่วงเดือน ธ.ค. รัฐบาลจะพร้อมหรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ ทราบเพียงแค่ฝ่ายค้านยืนยันว่าหากเป็น 4 วัน ขอเป็นวันอื่นในช่วงเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค. เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านอยากให้ประธานสภาฯ ทำหนังสือแจ้งกลับไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะสะดวกให้อภิปรายได้ในวันใด เช่น วันที่ 7-11 พ.ย. ประธานสภาฯ กล่าวว่า ตนสามารถทำหนังสือได้ไม่มีปัญหา แต่ความเรียบร้อยไม่ได้อยู่ที่หนังสือ แต่คือการเจรจาถอยคนละก้าวสองก้าว เรื่องก็จะจบ

“ประชาธิปไตยต้องจบที่การพูดคุย หากพูดคุยกันไม่ได้ก็ต้องใช้มติ ซึ่งเป็นหลักของประชาธิปไตย หากไม่พอใจในมติที่เกิดขึ้นก็ไปดูในข้อกฎหมายว่ามติที่เกิดขึ้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” ประธานสภาฯ กล่าว

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะวิป ครม. ยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสัปดาห์หน้าไม่มีแน่นอน เพราะประธานสภาฯ ได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมปกติไปเรียบร้อยแล้ว

ถามถึงกรณีรัฐบาลยอมให้ฝ่ายค้านอภิปราย 4 วันใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า หลังจากที่เจรจากัน น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในฐานะประธานการประชุม ได้ให้ตนไปสอบถามกับ ครม.สามารถขยับเพิ่มขึ้นอีก 1 วันได้หรือไม่ โดยหลังประชุม ครม.ในวันที่ 26 ต.ค.จบแล้ว สามารถให้เปิดประชุมต่อเพิ่มขึ้นอีก 1 วันได้หรือไม่ ซึ่งนายกฯ  และ ครม.บอกว่าได้ และจะรีบมาประชุมสภาให้  โดยนัดประชุม ครม.ที่สภา และกำหนดเฉพาะระเบียบวาระที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดคือได้ 4 วัน แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากฝ่ายค้าน

ซักว่าโอกาสที่จะเป็นเดือน พ.ย.และ ธ.ค.ได้หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า คงต้องเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งตนได้ชี้แจงกับที่ประชุมไปแล้วว่า เดือน  พ.ย. ตารางของ ครม.จะแน่นมาก โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรกหลังจากนายกฯ กลับจากต่างประเทศ และมีการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.อุดรธานี รวมถึงงานมหกรรมพืชสวนโลก สัปดาห์ถัดไปก็เข้าใจว่ามีรัฐมนตรีหลายคนที่อยู่ในกลุ่ม  18 คนที่ถูกกล่าวหาอาจมีภารกิจต้องเดินทางไปประชุมต่างประเทศ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ที่ต้องเดินทางไปประชุมเอเปกล่วงหน้า และอาจมีหลายคนที่ไม่สะดวก

“ในสัปดาห์ที่ 3 ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะนายกฯ  เดินทางไปประชุมเอเปก ส่วนสัปดาห์ที่ 4 จริงๆ  ไม่อยากให้ล่วงเลยไปถึงขนาดนั้น เพราะฝ่ายค้านจะต่อว่ารัฐบาลได้ว่ารัฐบาลพยายามยื้อเวลาและทำให้ช้าไปอีก ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีความประสงค์แบบนั้น จึงได้กำหนดให้เป็นสัปดาห์หน้า    เพราะฉะนั้นต้องมาเจรจากันอีกครั้งในช่วงเดือน  พ.ย.ว่ามีความเป็นไปได้ในช่วงไหน” นายภราดรกล่าว

เมื่อถามว่า หากเป็นเดือน พ.ย. โอกาสที่จะได้อภิปราย 5 วันมีน้อยใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ข้อเสนอล่าสุดของฝ่ายค้านถ้าเป็นสัปดาห์หน้าเขาขอ 5 วัน แต่ถ้าเป็นเดือน พ.ย.ขอ 4 วัน เพราะฉะนั้นเราก็ดูเวลา 4 วัน รวมลงมติอีก 1 วันเป็น 5 วัน

ฝ่ายค้านย้ำ 4 วันต้อง พ.ย.

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ออกมาระบุผลการประชุมวิป 3 ฝ่ายว่า    ควรพูดข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายตามความสะดวกของตัวเอง และบีบให้ฝ่ายค้านต้องยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว

"หากเรามองกันให้ดีจะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ที่เข้ามาแทรกแซงและบั่นทอนกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภามาโดยตลอด เรื่องนี้ไม่ใช่เกมเด็กดื้อ หรือฝ่ายค้านใจแคบอย่างที่รัฐบาลพยายามสื่อสาร แต่ต้องตั้งคำถามว่าคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริงๆ  อาจไม่ใช่คนที่นั่งอยู่ในห้องเจรจาก็ได้" น.ส.ภคมนกล่าว

โฆษกพรรค ปชน.กล่าวว่า ข้อเท็จจริงในการเจรจาคือฝ่ายค้านยืนยันหากต้องอภิปรายในสัปดาห์หน้า จำเป็นต้องใช้เวลา 5 วัน รวม 60 ชั่วโมง เพราะเตรียมข้อมูลและวางแผนการอภิปรายไว้ตามกรอบเวลาดังกล่าวแล้ว หากต้องลดจำนวนวัน ลดเวลา หรือลดจำนวนผู้อภิปราย ย่อมต้องกลับไปหารือกันภายในพรรค นำข้อมูลมาจัดสรรใหม่ และประสานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ

 “ฝ่ายค้านจึงเสนอทางออกหากรัฐบาลต้องการลดเวลาการอภิปรายเหลือ 4 วัน ก็ควรเลื่อนไปเป็นช่วงต้นเดือน พ.ย. หรือสัปดาห์ที่สองของเดือน พ.ย. เพื่อให้มีเวลาปรับแผนและพูดคุยกับทุกฝ่าย แต่ฝ่าย ครม.ยืนยันว่าไม่มีช่วงเวลาอื่นที่สะดวก และต้องเป็นสัปดาห์หน้าเท่านั้น นี่คือการเสนอทางเลือกเพื่อหาทางออกแล้วใครกันแน่ที่ไม่ยอมถอย" โฆษกพรรค ปชน.ระบุ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องปัญหาการหารือเพื่อจัดสรรเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนหนึ่งระบุถึงที่มาของการอภิปราย 4 วันนั้น ฝ่ายค้านบอกถ้าลดมาเหลือ 4 วันพอบริหารได้ แต่ต้องเลื่อนวัน เพราะต้องไปหารือผู้อภิปราย ซึ่งมีจำนวนมากก่อนใครจะลดใครจะอย่างไร ถ้ากะทันหันคุยกันไม่ทัน  และที่มาของ 5 วัน ฝ่ายค้านบอกที่เตรียมข้อมูลมาอภิปรายต้อง 5 วัน 60 ชั่วโมง สุดท้ายตัวแทนรัฐบาลบอกต้อง 27-28-29 เพิ่มให้วันที่ 26 ช่วงบ่าย แต่ต้องเลิกตีสองครึ่งไม่นับประท้วง โอ้! เลยเป็นที่มาของคำว่า อ้าว นี่ ฝ่ายนิติบัญญัติจะตรวจสอบรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญนะ จะไม่มีเวลากันเลยหรือ จบที่วงคุยล่ม!

“ต้องขอบคุณท่านที่จัดการแก้ปัญหานี้ คือ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ซึ่งท่านทราบเรื่องทั้งหมด รวมถึงฝ่ายค้านที่ยกกันไปให้ข้อมูลท่าน ทั้งผู้นำฝ่ายค้าน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,  ประธานวิปค้าน คนประสานข้อมูลฝ่ายค้าน คือตนกับนายรังสิมันต์ โรม เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. ท่านออกระเบียบวาระประชุม ไม่บรรจุวาระไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้า ให้รัฐบาลหาเวลาว่างมาให้สภา ให้เหมาะกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนถือว่าเป็นการรักษาศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติไว้ได้อย่างน่าชื่นชมในกรณีนี้” นายสาทิตย์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กกต.’ร่ายยิบ หลักเกณฑ์ยุบ พรรคการเมือง

“กกต.” แจงยิบขั้นตอนสั่งยุบพรรคการเมือง เผยมี 6 ขั้นตอนสำคัญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิด 5 รายชื่อผ่านเกณฑ์รอบแรก นั่งเก้าอี้แทน “ฐิติเชฏฐ์”