‘กกต.’ร่ายยิบ หลักเกณฑ์ยุบ พรรคการเมือง

“กกต.” แจงยิบขั้นตอนสั่งยุบพรรคการเมือง เผยมี 6 ขั้นตอนสำคัญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิด 5 รายชื่อผ่านเกณฑ์รอบแรก นั่งเก้าอี้แทน “ฐิติเชฏฐ์”

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่เนื้อหาบนเฟซบุ๊กถึงขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง  กรณียื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมือง ว่าสำนักงาน กกต.ขอประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณากรณีมีคำร้องหรือข้อเท็จจริงที่อาจเข้าข่ายการกระทำตาม มาตรา 72 มาตรา 74  ประกอบ มาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง  พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยการดำเนินการกรณีดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 93 ประกอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง  พ.ศ.2566 ดังนี้

1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยเมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 นายทะเบียนพรรคการเมืองมอบหมายให้พนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่ามีข้อเท็จจริง พฤติการณ์ พยานหลักฐาน หรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการหรือไม่ โดยให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับมอบหมาย

2.พิจารณารับเรื่องไว้ดำเนินการ เมื่อพนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการต่อไปได้ ให้เสนอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นพ้องด้วยกับผลการตรวจสอบที่พนักงานเสนอ ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับไว้ดำเนินการ และแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ แต่กรณีที่พนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการต่อไปได้ ให้เสนอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นพ้อง ให้ไม่รับไว้ดำเนินการหรือยุติเรื่อง แล้วแต่กรณี  พร้อมแจ้งผู้ร้องและรายงานให้ กกต.ทราบ แต่หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นควรรับไว้ดำเนินการ ให้เข้าสู่กระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และรายงานให้ กกต.ทราบ

3.รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน  บุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งมีความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองโดยเร็ว  แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่รับเรื่องไว้ดำเนินการ  หากไม่แล้วเสร็จให้รายงานพร้อมเหตุผลความจำเป็นต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาได้ ครั้งละไม่เกิน 30 วันจนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยการดำเนินการดังกล่าว ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องหรือพรรคการเมือง แล้วแต่กรณี ได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน ก่อนเสนอรายงานรวบรวมข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณา

4.นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณา เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแล้ว หากเห็นว่าไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตาม มาตรา 92 ให้ยกคำร้องหรือยุติเรื่อง แล้วแต่กรณี  และแจ้งผู้ร้องพร้อมรายงานให้ กกต.ทราบ ทั้งนี้  นายทะเบียนพรรคการเมืองอาจสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้

5.เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา  หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตามมาตรา 92 ให้เสนอ กกต.พิจารณา โดย กกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และ  6.ผลการพิจารณาของ กกต. หาก กกต.เห็นชอบตามความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น แต่หากไม่เห็นชอบตามความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยกคำร้องหรือยุติเรื่อง แล้วแต่กรณี และแจ้งผู้ร้องทราบ ส่วนกรณีที่เห็นว่าการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ให้ส่งเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาการดำเนินการตามระเบียบกำหนดให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่พนักงานได้รับมอบหมาย การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ดำเนินการโดยเร็ว แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่รับเรื่องไว้ดำเนินการ  และหากไม่แล้วเสร็จสามารถขออนุมัติขยายระยะเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันจนกว่าจะแล้วเสร็จ ส่วนเมื่อมีการเสนอเรื่องต่อ กกต. กกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ขณะเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. แทนตำแหน่งนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระไปเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 โดยมีผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. รวม 5 คน คือ 1.รศ.พิทยา จารุพูนผล แพทย์และอาจารย์แพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2.นายสมพงษ์ สิงห์สมบุญ ทนายความ 3.รศ.ธาตรี มหันตรัตน์ หัวหน้าสำนักงานนิติรัฐทนายความ 4.นายวุฒิพงศ์ เนติธีรัตน์ ทนายความ และ 5.นายสาธิต อุไรเวโรจนากร ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

คณะกรรมการสรรหา กกต.จะให้ผู้สมัครแสดงความคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. และเข้ารับการสัมภาษณ์กับคณะกรรมการสรรหา กกต. เพื่อประกอบการสรรหา ในวันที่ 13 พ.ย.2569 เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป กรณีผู้สมัครรายใดไม่สามารถมาแสดงความคิดเห็นและเข้ารับการสัมภาษณ์ตามวันและเวลาที่กำหนด คณะกรรมการสรรหา กกต.จะถือว่าผู้สมัครรายนั้นสละสิทธิ์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง