หนาว!รบ.ขู่เชือดแชร์เฟกนิวส์

“อนุทิน” ซัดพวกฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ปมแชร์สลิปรับโอนเงินค่าน้ำชา 7 ล้าน "กรวีร์" ย้อนเกล็ด “โง่ ห่วย เลว” ของแท้ “เอกภพ” บอกนักการเมืองแชร์โพสต์เตรียมหนาวเจอเรื่องจริยธรรม อึ้ง! "ณัฐพงษ์" แถบอกพฤติกรรมของรัฐบาลทำให้ ปชช.เกิดความไม่เชื่อมั่นจึงส่งต่อกันกระจาย “รังสิมันต์” รีบโทษพยายามโยงพรรคส้ม สันติบาลเข้าแจ้งความแอดมินเพจ Godd Dam แล้ว 2 ข้อหาทั้ง พ.ร.บ.คอมพ์และมาตรา 112

เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 ได้เกิดดรามาร้อน เมื่อกรณีเพจ Godd Dam ปล่อยภาพสลิปการโอนเงินของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 7 ล้านบาทให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชา ซึ่งทันทีที่โพสต์ออกไปได้มีชาวเน็ตและกลุ่มแนวร่วมทางการเมืองเข้าไปกดไลก์กว่า 1.6 หมื่นครั้ง  และแชร์ต่อกว่า 8 พันครั้งในเวลาอันรวดเร็ว ก่อนที่โพสต์ต้นทางจะถูกลบหายไปอย่างปริศนาในเวลาไม่ถึงชั่วโมง โดยเจ้าของเพจอ้างว่าโพสต์ถูกลบหรือปลิว และจะย้ายไปโพสต์ต่อบนแพลตฟอร์ม X

ต่อมาธนาคารกสิกรไทยได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Kbank Live ว่า ธนาคารตรวจสอบและขอให้ข้อเท็จจริง ดังนี้ 1.ธนาคารไม่พบเลขที่บัญชีผู้รับเงินที่ปรากฏในภาพ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นบัญชีของนายอนุทิน ในระบบของธนาคารกสิกรไทย และ 2.การโอนเงินผ่านช่องทาง K PLUS สามารถทำรายการได้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อรายการ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลผู้ใช้นามแฝง Godd Dam ที่เผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจแล้ว คือนายชัยรัตน์ อายุ 26 ปี ชาวอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ และเคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพักอาศัยอยู่แถวเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การทำในลักษณะนี้ตัดต่อทำจากไหนก็ได้​ ตีเก๊ไปก่อนได้เลย แต่สิ่งที่น่าตกใจในประเด็นดังกล่าว มีการแชร์และนำข้อมูลดังกล่าวส่งต่อโดยนักการเมือง ซึ่งบุคคลผู้เป็นนักการเมืองควรตรวจสอบข้อมูลก่อน แต่มีข้อสังเกต 2-3 ประเด็น คือ 1.เห็นว่าข่าวนี้น่าสนใจก็เลยฮุบเหยื่อด้วยการแชร์ต่อและไม่มีการตรวจสอบประเด็น ซึ่งตรงนี้ต้องดูพฤติการณ์ว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่​ และ 2.ทำเป็นเครือข่าย หากรู้ว่าเพจนี้จะโพสต์ และรอเวลาแชร์ต่อเพื่อให้เครือข่ายได้ส่งต่อ

 “ทุกคนที่แชร์และบิดเบือนไม่รอด โดยเฉพาะนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าปกติ การจะนำข่าวบิดเบือนและโจมตีบุคคล ซึ่งไม่เป็นข้อมูลจริงไปเผยแพร่ต่อ ก็ต้องมีความรับผิดชอบทางด้านอาญาและจริยธรรม​" พร้อมกล่าวต่อว่า หากในอนาคตนักการเมืองเอาข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศหรือสถาบันหลัก หากนักการเมืองสนับสนุนหรือหยิบไปใช้ จะเกิดอะไรขึ้น

นายเอกภพยังโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "เพจหมา! ตัวต้นทางอาจอยู่ต่างประเทศ แต่โพสต์ข่าวปลอม ให้มีคนแชร์ต่อ โดยนักการเมืองและเครือข่ายพรรคการเมืองหนึ่งไปแชร์ต่อ จนได้ตัวเลขระดับหนึ่งก็ลบโพสต์ ทิ้งคดีไว้ให้คนที่แชร์ต่อ ต้นทางคือบัญชีที่ไม่มีตัวตน นี่คือขบวนการสกปรกที่ทำเพียงเพื่อทำลายล้างกันทางการเมือง"

ซัดพวกฟังไม่ได้ศัพท์

 ขณะที่นายอนุทินให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กรณี สส.แชร์ข้อมูลดังกล่าวทันทีทั้งที่ไม่มีการตรวจสอบว่า โบราณเขาบอกไว้ว่าฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด แสดงถึงภูมิปัญญา วุฒิภาวะ แต่ไม่เป็นไรเพราะสุดท้ายมันไม่เป็นความจริง ทุกอย่างต้องมีการวิเคราะห์ แยกแยะ และคิด

เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินคดีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า  ขอดูก่อน ภาพคนโพสต์เป็นหัวสุนัขจะไปฟ้องใคร พูดภาษาคนได้หรือเปล่า มันไม่มีพ่อแม่คนไหนตั้งชื่อลูกว่า Godd Dam หรอก

 “ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะมาบอกว่าผมได้ยินแบบนี้มา เลยออกมาโวยวาย เผยแพร่ พวกนี้ต้องระวัง ทุกวันนี้พูดกันซะยืดยาว บรรยายเนื้อความสารัตถะว่าอันนี้ผมรับฟังมาอีกทีนะ แบบนี้เขาเรียกว่าพยายามจะตีกิน เพราะของทุกอย่างต้องมีหลักฐาน จะกล่าวหาใช้วาทกรรม จึงอยากจะบอกว่าถ้าเป็นกรณีแบบนี้ คณะรัฐมนตรีถูกกล่าวหาแบบนี้ก็ไม่ทราบจะตอบอย่างไร เพราะการกล่าวหาจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน จะไปบอกว่าฟังมาเลยเชื่อว่าโดยดุลยพินิจทั้งหลายมันไม่ได้ คนตอบไม่รู้จะตอบอย่างไร” นายกฯ กล่าว

นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า อะไรที่เป็นข่าวไม่จริงไม่ได้ให้ความสำคัญ และไม่ได้ให้ความใส่ใจ คนที่มีวุฒิภาวะมีความสามารถในการแยกแยะเลือกได้ เห็นไหมก็ไม่มีใครใส่ใจ ยกเว้นคนที่มีเจตนาที่ไม่ดีกดไลก์กดแชร์อะไรก็ว่าไป ไม่มีปัญหาอะไร ก็สงวนสิทธิ์ดำเนินคดีเพื่อรักษาสิทธิ์และชื่อเสียงไว้

เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกับ สส.ที่แชร์โพสต์ด้วยหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ที่จะดำเนินคดี

ถามว่า ที่โซเชียลและฝ่ายค้านแซวว่าทีเหตุแบบนี้จับกุมได้เร็ว ไม่เหมือนจับสแกมเมอร์ นายกฯ กล่าวว่า ไปถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้สั่งการอะไรทั้งสิ้น แค่ติดตามข่าวจากผู้สื่อข่าว

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตเหตุใดจึงดำเนินคดีได้รวดเร็วว่า ขอให้แยกประเด็นออกจากกัน เนื่องจากการระบุตัวตนผู้กระทำความผิดเป็นการดำเนินการของนักสืบโซเชียล ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่ ขณะที่ ปอท.กำลังดำเนินการตรวจสอบ และต้องประสานกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อขอข้อมูล IP Address เนื่องจากเป็นการโพสต์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย โดยขอให้ ปอท.เป็นผู้แถลงผลการระบุตัวตนผู้กระทำความผิด

ถามว่า บุคคลที่ถูกเผยแพร่ชื่อผ่านสื่อออนไลน์เป็นผู้กระทำความผิดตัวจริงใช่หรือไม่ น.ส.แนนย้ำว่า บุคคลที่ถูกแชร์อยู่ในขณะนี้เป็นบุคคลที่นักสืบโซเชียลค้นหาข้อมูลออกมาเอง โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขอข้อมูลจากแพลตฟอร์มออนไลน์

สำหรับกรณีนักการเมืองแชร์ข้อมูลดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร น.ส.แนนระบุว่า ต้องพิจารณาจากเจตนา  เพราะกฎหมายต้องพิจารณาเจตนาอยู่แล้ว เจตนาของท่านมีเจตนาแบบไหนกับโพสต์อะไรก็ต้องรับไป

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า นึกถึงคำนี้จริงๆ โง่ ห่วย เลว โดยโง่ทั้งคนปล่อยข่าวและคนตะครุบเหยื่อ แถมดูถูกสติปัญญาของแฟนคลับว่าโง่เหมือนตัวเองด้วย ห่วย การจะตรวจสอบหรือให้ร้ายกล่าวหาคนอื่นควรจะอยู่บนพื้นฐานของความสุจริต ทำการบ้าน มีหลักฐาน ไม่ใช่รู้อะไรมา เขาพูดอะไรมา ก็หยิบนำมากล่าวหาให้คนอื่นเรียกได้อย่างเดียวโคตรห่วยและเลว มีบ้างบางคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่ยังตั้งใจหยิบนำมาเป็นประเด็นต่อ แพร่ข่าวร้ายกระจายข่าวลือ จงใจทำให้คนอื่นเสียหายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เพื่อความสะใจ เพื่อความบันเทิง รู้ว่าไม่จริงแต่ยังเชื่อ แบบนี้เรียกว่าเลวโดยนิสัยถาวร

ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อน ยืนยันว่าถ้าพบแล้วว่าข้อมูลมีข้อเท็จจริงอย่างไรก็หนีไม่พ้นการตรวจสอบอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่มี สส.พรรค ปชน.แชร์โพสต์ดังกล่าวก่อนที่จะมีการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เดี๋ยวจะลองตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ขอเวลาพวกเราลองไปตรวจสอบก่อนดีกว่า

โทษพฤติกรรมรัฐบาล

 “ทุกการตรวจสอบก็ต้องดูข้อมูลเบื้องหน้าเบื้องหลังเชิงลึกด้วยเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากย้ำให้เห็นว่า โพสต์ดังกล่าวจึงถูกแชร์อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของรัฐบาลเองหรือไม่ ที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ดังนั้นส่วนนี้อย่าเพิ่งขยายต่อ รอเราไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อน” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กว่า "สิ่งที่เราต้องมองต่อในเรื่องนี้ คือความพยายามที่จะโยงมาถึงพรรคการเมืองอย่างพรรคประชาชน แค่เพียงมีข้อมูลว่าแอดมินเคยเป็นสมาชิกของพรรคก้าวไกล หลายครั้งก็มักจะมีการโยงในลักษณะแบบนี้ เพื่อที่จะทำให้เรื่องราวต่างๆ นำมาใช้เพื่อดิสเครดิตพรรคประชาชนอย่างเป็นระบบ"

น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ระบุว่า ถ้ามีการดำเนินคดีกับผู้ที่เปิดเผยข้อมูล คนที่นายอนุทินไม่ควรลืมแจ้งความเอาผิด คือ Nakharin Phonsaka ในฐานะคนทำสลิปปลอมและเผยแพร่  รวมถึงแอบอ้างว่าเป็นค่าสินบนที่ตนให้ เอาผิดคนเผยแพร่ต้องเอาผิดต้นเรื่องด้วย

ส่วนนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า "เพจทำผิด จับได้ในไม่กี่ชั่วโมง เว็บพนันโกยเงินมหาศาล เปิดกันเป็นปี กลับปิดไม่ได้ ตกลงเว็บพนันปิดยาก หรือผลประโยชน์มันใหญ่เกินกว่าจะปิด?"

นายอนุทินกล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตของนายศิริโชคว่า “แล้วผมต้องตอบไหมล่ะ”

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เป็นคนละส่วนกัน เพราะการตรวจสอบเพจไม่ยากอยู่แล้ว แต่เรื่องเว็บพนันมีเรื่องเส้นเงินที่จะต้องตรวจสอบให้ชัด

น.ส.แนนกล่าวเช่นกันว่า คดีเว็บพนันไม่ได้ล่าช้า  เนื่องจากเว็บพนันที่กล่าวถึงปิดไปแล้วหลายเว็บไซต์ พร้อมตั้งคำถามกลับว่า เข้าถึงเว็บไซต์เหล่านั้นด้วยวิธีใด  เพราะยังมีเว็บไซต์อีกหลายแห่งที่ไม่สามารถเข้าถึงผ่าน Operator ได้ พร้อมยืนยันว่าหากเข้าผ่านโทรศัพท์มือถือจะไม่สามารถเข้าใช้งานได้อย่างแน่นอน

สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้นล่าสุด พ.ต.ท.แทน ไชยแสง รอง ผกก.2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของเพจ Godd Dam ใน 2 ข้อหา ได้แก่ ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากกรณีเผยแพร่ภาพสลิปโอนเงินดังกล่าว และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังตรวจพบว่าผู้ดูแลเพจเคยมีพฤติกรรมโพสต์ข้อความดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์ 

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ยังไม่มีการจับกุมหรือควบคุมตัวแอดมินเพจ Godd Dam ตามข่าวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทิน เสริมทัพงานข่าว เปิดชื่อ คนสื่อ-ผู้ประกาศ บนเส้นทางถนนการเมือง

การเมืองทั่วโลกสิ่งสำคัญคือ”กระแส”ที่เกิดจากสงครามข้อมูลข่าวสาร เพราะเห็นกันมาแล้วทั้งการเมืองไทย-การเมืองโลก”กระแส-ข้อมูลข่าวสาร”ทำให้คนขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้ ขณะเดียวกัน ก็ล้มผู้นำ-ล้มรัฐบาลได้เช่นกัน