นายกฯ แจง พ.ย.คิวแน่นซักฟอกไม่ได้ คาดเร็วสุดช่วงเดือน ธ.ค. กำชับเตรียมข้อมูลชี้แจงเก็งข้อสอบ เย้ยฝ่ายค้านทำการบ้านดีๆ 10 นาทีมีหลักฐานก็เอาผิดได้ อย่าพูดพล่ามเอาแต่สาระ "โฆษก ภท." งงฝ่ายค้าน ทำไมลดวันซักฟอกได้ทั้งที่ห่างเพียงสัปดาห์เดียว "โสภณ" เอาตำแหน่งประธานเป็นประกันได้ซักฟอกสมัยนี้แน่ ยึดกรอบ 4+1 วัน ก่อนทำหนังสือถึง ครม.เคาะวันว่าง "เท้ง" ลั่นฝ่ายค้านพร้อมทุกเมื่อ จี้ รบ.เลิกยื้อ-เคลียร์ตารางเข้าสภาฯ
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของ มท. โดยในการประชุม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. กล่าวรายงานช่วงหนึ่งว่า มท.เตรียมการสำหรับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดย รมช.มหาดไทยทั้ง 3 ท่านได้เป็นประธานและสรุปประเด็นไว้ 82 ประเด็นเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า สัปดาห์นี้น่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ทราบว่าไม่สามารถตกลงเรื่องช่วงเวลาได้ ทำให้ไม่เกิดการอภิปราย ซึ่งในเดือน พ.ย.ก็ค่อนข้างที่จะลำบากมาก เพราะรัฐมนตรีหลายท่านติดภารกิจทั้งในและต่างประเทศ ตนก็ต้องไปร่วมประชุมทั้งสุดยอดผู้นำอาเซียนและเอเปก รวมถึงยังมีนายกรัฐมนตรีจีนที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย และยังมีการประชุมใหญ่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมถึงพิธีอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นจึงคิดว่าเดือน พ.ย.คงหาวันลำบาก การที่ฝ่ายค้านไม่ใช้ช่วงเวลานี้ในการอภิปราย ทั้งที่เป็นสัปดาห์ที่ตนคาดว่าน่าจะตกลงกันได้ และได้สั่งการให้รัฐมนตรีทุกท่านเลื่อนภารกิจต่างๆ ออกไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไปอยู่ในเดือน พ.ย. จึงเลื่อนต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
“แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็คงต้องมาหาวันที่เหมาะสม หากดูอย่างเร็วที่สุดคงเป็นต้นเดือน ธ.ค. แต่ต้องอยู่ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลเมื่อสอบถามกันมาก็มีช่วงนั้น เพราะอภิปรายตั้ง 18 คนเกือบครึ่งรัฐบาล ส่วนใหญ่กำกับดูแลกระทรวงที่ต้องติดต่อต่างชาติ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ก็อยู่ในช่วงสุดท้ายของการเจรจา FTA 3 ประเทศหลัก คือ สหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งคาดหวังว่าจะดำเนินการภายในเดือนหน้าหรือไม่เกินสิ้นปีนี้ ขณะที่กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม ก็แจ้งว่ามีภารกิจต่างประเทศ" นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ต้องขอให้ปลัด มท.และผู้บริหารทุกท่านเตรียมข้อมูลให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระยะเวลาจากนี้จนถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 22 ธ.ค. 2569 รวมถึงยังมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงซึ่งก็อภิปรายไม่ได้ ดังนั้นช่วงเวลาจึงไม่เยอะ แต่ก็ขอให้เตรียมความพร้อมข้อมูลทั้งหลายอย่างเต็มที่ ซึ่งทราบกันอยู่แล้วว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ทั้งสอบท้องถิ่น น้ำท่วม การจ่ายเงินเยียวยา การป้องกันภัย เรื่องของกรมที่ดินเป็นประเด็นหลักที่เขาจะใช้อภิปราย ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีความพร้อมแม่นยำ และขอให้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่
ภายหลังการประชุม นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า สัปดาห์นี้ทุกคนเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเขาก็เลื่อนภารกิจต่างๆ เพื่ออยู่ฟังอภิปราย แต่พอฝ่ายค้านไม่ยอมให้มีการอภิปรายก็ไม่รู้จะทำอย่างไร รัฐมนตรีแต่ละท่านก็ยังต้องมีภารกิจปกติทั้งในและต่างประเทศ ตนก็ต้องไปถามแต่ละท่านว่าจะพร้อมเมื่อไหร่ แต่เดือน พ.ย.ตนบอกไปแล้วว่ายากมาก
เมื่อถามว่าหากตกลงเวลากันไม่ได้ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะสามารถใช้อำนาจตัดสินได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ท่านประธานสภาฯ มีอำนาจอยู่แล้วในการตัดสิน รัฐบาลพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจทั้งหลาย
“เรามีตัวแทนไปเจรจาแล้ว รัฐบาลยืนยันในสิ่งที่รัฐบาลได้จัดสรรเวลาไว้ให้ ทำการบ้านมาดีๆ วันสองวันก็พอแล้ว เอาเป็นสาระ ถ้าทำอะไรผิดไม่ต้อง 5 วัน 10 นาทีถ้าชี้ความผิดแล้วมีหลักฐาน อย่าไปพูดพล่ามอย่างเดียวเอาสาระ อย่าไปเน้นว่าเวลาต้องเท่านั้นเท่านี้ แต่รัฐบาลก็มีความพร้อมตกลงกันได้อย่างไร ผมก็พร้อมทำให้เป็นไปตามข้อตกลง” นายอนุทินกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยืนยันอภิปราย 5 วันจะเป็นไปได้หรือไม่
สมัยประชุมนี้มีซักฟอกแน่
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษก ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของกรอบเวลาการอภิรายไม่ไว้วางใจว่า ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาข้อมูลค่อนข้างเยอะพอสมควรว่า มีการเจรจาแบบไหนอย่างไร ซึ่ง ครม.ได้แจ้งวันกลับไปยังสภาฯ ว่าพร้อมที่จะอภิปรายในสัปดาห์นี้ ซึ่งทางครม.ชัดเจนว่าหากเป็นสัปดาห์นี้สามารถให้เวลาได้ 4 วัน แต่ฝ่ายค้านก็มีข้อต่อรองว่า หากเป็นสัปดาห์นี้อยากได้ 5 วัน แต่หากเป็นเดือน พ.ย.เป็น 4 วันได้ ซึ่ง พ.ย.ก็จะเป็นสัปดาห์หน้าแล้ว ห่างแค่สัปดาห์เดียวทำไมถึงลดวันให้ได้
"ฉะนั้นประเด็นนี้ ครม.ได้เคลียร์ตารางสัปดาห์นี้ให้แล้ว แต่พอเป็นเดือน พ.ย.ก็ต้องเข้าใจว่า รัฐมนตรีหลายท่านที่ต้องเลื่อนนัดการประชุมต่างประเทศ ซึ่งเดือนหน้าก็เข้าใจว่ามีหลายท่านต้องมีการประชุมในหลายที่ ซึ่งหลังจากนี้คงมีการประสานงาน และพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะได้วันเวลาไหนอย่างไร" น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว
ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านให้ประธานสภาฯ ทำหนังสือไปถึง ครม.ในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจว่า ตนทำข้อเสนอของฝ่ายค้านทั้งหมด ซึ่งตามหลักเราตกลงกันได้แล้ว ถอยคนละก้าวกันได้แล้ว คือ 4+1 วัน โดยได้แจ้งว่ารัฐบาลได้ให้เวลาในสัปดาห์นี้ ถ้าเป็น 4+1 วัน ทำไมไม่เอาสัปดาห์นี้ โดยฝ่ายค้านแจ้งว่าจะวุ่นวายในการจัดคน หากยุ่งยากขนาดนั้นเลื่อนก็เลื่อน ฝ่ายค้านจึงบอกว่าเอาวันไหนก็ได้ในเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค. ตนก็จะทำตามข้อเสนอของฝ่ายค้าน ย้ำว่ามีการอภิปรายแน่นอน ส่วนจะเป็นวันไหนตอนนี้ยังไม่รู้ เพราะรัฐบาลต้องไปเคลียร์ ประชุมกันเพื่อแจ้งมาว่าจะประชุมกันวันไหน
"ยืนยันว่าทันอย่างแน่นอนและมีแน่นอน ไม่มีล่ม เพราะทุกฝ่ายทำเพื่อบ้านเมือง หากดูคำสัมภาษณ์ของนายกฯ ท่านก็บอกว่าพร้อม ที่ผมบอกว่าเอาสัปดาห์นี้หรือไม่ จะได้ไปทำงานอย่างอื่น มีกฎหมายรออีกเยอะ ดังนั้น ไม่ต้องห่วงจบได้ ซักฟอกตามวันเวลานั่นแหละ" นายโสภณ กล่าวถึงหลักประกันจะมีอภิปรายทันสมัยประชุมนี้หรือไม่
ส่วนประธานจะต้องคุยกับทั้งสองฝ่ายหรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า ตามที่ฝ่ายค้านเสนอ ตนจะทำหนังสือวันนี้ เมื่อถามถึงกรณีที่ตารางของ ครม.ที่ตรงกันยากแล้วนั้น นายโสภณกล่าวว่า ยากก็ต้องมีเวลาให้ เขาให้เวลาสัปดาห์นี้แล้ว เพียงแต่ว่าการปรับคนของฝ่ายค้านปรับไม่ทัน จึงให้เลื่อนไปเดือน พ.ย.และ ธ.ค.ก็ได้ วันเสาร์-อาทิตย์ก็ได้
“ก็ผมนี่แหละเป็นหลักประกัน คำพูดประธานนี่แหละ ว่ามีการอภิปรายอย่างแน่นอน การอภิปรายเป็นการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ไม่ว่ายุคใดก็มีแบบนี้ และเชื่อว่ารัฐบาลคงรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ฉะนั้นจึงไม่ควรสนใจหรือเพิ่มอะไรให้มันเกิดความขัดแย้งขึ้นทั้งสองฝ่าย” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่า ฝ่ายใดจะเป็นผู้กำหนดการเริ่มเปิดอภิปรายวันแรก นายโสภณกล่าวว่า ก็ขอให้รอรัฐบาลซึ่งจะมีการหารือ โดยฝ่ายค้านบอกให้ตนทำหนังสือขอวันหารือเริ่มต้น การประชุมเกือบจบแล้ว เราได้เวลาแล้ว
ฝ่ายค้านพร้อมทุกเมื่อ
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราไม่อยากเห็นคือ การเสนอญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกลากออกไปจนไม่ได้ถูกบรรจุญัตติในสมัยประชุม คิดว่าคงไม่อยากให้เกิดขึ้น ตั้งแต่เป็นนักการเมืองยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ตนยังคงเชื่อว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เอง มีความตั้งใจที่อยากจะบรรจุญัตติให้ทันในสมัยประชุม
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ซึ่งตามข้อมูลที่ตนได้มาทราบว่าตาราง ครม.อาจจะมีความแน่นอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าบริหารจัดการได้ ในส่วนของกรอบระยะเวลาการอภิปรายที่อาจมีการให้ข่าวนั้น ทางฝั่งฝ่ายค้านพยายามจะยึดกรอบ ยืนยันว่าการเจรจาพูดคุยที่ผ่านมาพร้อมจะปรับให้ความยืดหยุ่น เพียงแต่ว่าถ้าเราต้องปรับลดเหลือ 4 วัน เราเองก็ขอระยะเวลาในการประสานระหว่างพรรคฝ่ายค้านด้วย เพราะรัฐมนตรีถ้าจะมีการอภิปรายให้ครบทุกคน จึงต้องตัดเนื้อหาบางส่วนตัดผู้อภิปรายออก ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะกับ ปชน. แต่ส่งผลกระทบต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น
"ดังนั้นถ้าไม่ได้บรรจุญัตติในสัปดาห์นี้ จะเป็นสัปดาห์หน้าสองสัปดาห์หน้าเมื่อไหร่ก็ตามเราพร้อม อยากให้รัฐบาลรีบเคลียร์ตารางของตัวเองว่าพร้อมจะเข้าสู่สภาฯเปิดเวที พร้อมเมื่อไหร่ กรอบเวลาที่เราเคยเสนอไปเป็นกรอบเวลาที่เหมาะสม 5 วัน 60 ชั่วโมง เพราะจำนวนรัฐมนตรีถึง 18 คน แต่เมื่อรัฐบาลพยายามบอกว่ามีภารกิจ เราเองก็ไม่อยากตั้งเงื่อนไข ถ้าอยากให้เราปรับลดเหลือ 4 วัน ก็ให้เวลาพวกเรากลับมาจัดการ ซึ่งหากไม่อภิปรายสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์หน้าหรืออีก 2 สัปดาห์ถัดไป พวกเราพร้อม อยู่ที่คำตอบของรัฐบาลว่ารัฐบาลมีความพร้อมขนาดไหน”
เมื่อถามว่า ถ้าลากไปเดือน ธ.ค.จะมีผลกระทบหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เท่าที่ตนได้ฟังมา ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้กางตารางออกมาให้เราเห็น อย่างที่ประชุมทางการที่ตนได้ข้อมูลเบื้องหลัง ก็พบว่าตารางของนายกฯ เองหรือ ครม.เองยังพอที่จะใส่ลงไปได้ ถ้าบริหารจัดการดีๆ บางหมาย ถ้าไม่ได้เป็นภารกิจต่างประเทศ เป็นหมายของ ครม.ก็ยังปรับได้ รวมถึงเสาร์-อาทิตย์ คิดว่ารัฐบาลเองมากกว่าที่ยังไม่พร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอก
เมื่อถามว่า มองว่าสามารถขยับ ครม.สัญจรได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า บางหมายที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวแทนต่างประเทศ เช่น ครม.สัญจร บางทีอาจจะเป็นการบริหารที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้เองอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ถ้าดูจากพฤติการณ์ที่ผ่านมาแล้ว เราจะเห็นว่าคนที่ชื่ออนุทินไม่เคยจะมาตอบกระทู้ในสภาฯ เลย
"สิ่งที่เราเห็นมาโดยตลอดคือ พฤติกรรมของรัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเวทีในสภาฯ เท่าที่ควร ซึ่งก็พยายามจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภาฯ ยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าการซักฟอกฝ่ายค้าน ณ ตอนนี้พร้อม สัปดาห์ไหนก็ได้ เหลือแค่ฝั่งรัฐบาลบอกตัวเองพร้อม เมื่อไหร่รัฐบาลพร้อม พวกเราก็พร้อมที่จะซักฟอกรัฐบาลทันที" นายณัฐพงษ์กล่าว
ด้านนายพิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีเงากระทรวงการต่างประเทศของพรรค ปชน. กล่าวเสริมว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนกับเอเปก ถ้านายกฯ มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามภารกิจที่ได้ปฏิญาณไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง สามารถที่จะให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศเป็นตัวแทนได้อย่างสบาย เพราะท่านเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญ และสามารถทำหน้าที่แทนประเทศไทยได้อย่างดี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนูย้ำงบไม่หมด สั่งกทม.แก้ข่าว บีบจ่ายเยียวยา
"อนุทิน" กำชับ มท.แก้ปัญหาฉับไว-โปร่งใส สั่ง ผวจ.เตรียมความพร้อมน้ำท่วมใต้อย่าให้โกลาหล
นายกฯหนุนปลูกกะเพรา ปชน.-สว.หวั่นทุนผูกขาด
"อนุทิน" สยบดรามาเอกชนจดทะเบียนคุ้มครอง "กะเพรา 4 สายพันธุ์" ไม่กระทบ ปชช. ปลูกเต็มที่เลย
ชงครม.หั่นภาษีE20-B20 อัด5หมื่น/หลัง‘โซลาร์รูฟ’
เตรียมเฮ! "อนุทิน” ชง ครม.พิจารณาปรับแก้ภาษีน้ำมัน เล็ง E20-B20
หนาว!รบ.ขู่เชือดแชร์เฟกนิวส์
“อนุทิน” ซัดพวกฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ปมแชร์สลิปรับโอนเงินค่าน้ำชา 7 ล้าน "กรวีร์" ย้อนเกล็ด “โง่ ห่วย เลว”
‘กสิกร’ยันตรวจแล้วไม่พบบัญชีชื่อ‘อนุทิน’ แจงโอนเงินผ่านK PLUSสูงสุดได้แค่2ล้าน
‘กสิกร’ ยันตรวจสอบแล้วไม่พบบัญชีผู้รับเงินชื่อ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หลังโซเชี่ยลว่อนภาพสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท พร้อมแจงการโอนเงินผ่าน K PLUS ทำได้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อรายการ
วธ.เมินคืน‘โบราณวัตถุ’ ‘ทบ.’จับตาหนังเขมรปั่น
“ซาบีดา” ลั่นไม่คืนโบราณวัตถุที่พบในปราสาทคนาให้กัมพูชา ยันเป็นของไทย

