‘หนู’ยังไม่รับรอง 4กม.รื้อภาษีบาป 491องค์กรบี้ถอน

Screenshot

“อนุทิน” แจงกำลังพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ. 4 ฉบับที่รับเงินอุดหนุนจากภาษีบาป “ปกรณ์” ชี้แม้เสนอโดยพรรคการเมือง แต่นายกฯ ต้องเห็นชอบ เหตุเป็นกฎหมายการเงินวอนให้มองในเชิงหลัก กม. ม็อบ "491 องค์กร" บุกทำเนียบฯ จี้นายกฯ ถอนร่าง 4 ฉบับ หวั่นการเมืองแทรกแซง ทุนใหญ่ได้ประโยชน์เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญร่วมศึกษาการปฏิรูปทั้ง 4 องค์กร

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 27 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการเซ็นรับรองร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) 4 ฉบับ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาษีบาปว่ายัง ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่าขั้นตอนถึงตอนไหน นายอนุทินกล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่

เมื่อถามว่าการพิจารณาดังกล่าวเป็นของหน่วยงานหรือตัวนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า ก็เป็นขั้นตอน เมื่อถามว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการไปตามที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่ระบุว่าต้องทำกฎหมายนำภาษีบาปกลับเข้าสู่งบประมาณแผ่นดินเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง นายอนุทินกล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่ เมื่อถามว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า พิจารณาอยู่

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างแก้ไข พ.ร.บ. 4 ฉบับ ว่า เป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดยนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นร่างกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ส่วนรัฐบาลจะทำร่างประกบหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับที่จะเดินทางมาชุมนุมบริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ได้นัดหมายกับตัวแทนรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวติดตลกว่า ต้องนัดหมายกับนายศุภชัย ยืนยันว่าที่เสนอเป็นร่างของพรรคภูมิใจไทยโดยนายศุภชัย

"4 ร่าง พ.ร.บ.นี้เป็นร่างกฎหมายการเงิน จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกฯ ต้องส่งมาให้นายกฯ เซ็นรับรอง ยังไม่ทราบว่าส่งมาแล้วหรือยัง และเข้าใจว่ากระบวนการอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ถ้าเสร็จแล้วสภาฯ คงจะส่งมาให้นายกฯ พิจารณารับรอง ส่วนจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกฯ"

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายมีข้อเสนอแนะอะไรหรือไม่ เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับนี้ ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์และกดดันและจะขยายเป็นความขัดแย้ง นายปกรณ์กล่าวว่า เอาว่าเป็นเรื่องกฎหมายดีกว่า อย่ามองเป็นเรื่องกระแสสังคม ก็ว่ากันไปตามหลัก ดีเบตกันได้ เป็นเรื่องปกติ

วันเดียวกัน ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) และภาคีเครือข่าย 491 องค์กร ประมาณ 700 คน พร้อมรถเครื่องขยายเสียงจัดกิจกรรมบริเวณเกาะกลางถนนด้านหน้าองค์การสหประชาชาติ (UN) ก่อนเคลื่อนขบวนเดินเท้าไปยังประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ เลขานุการ ขสช. และนายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานกรรมการบริหารขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เป็นแกนนำ

โดยแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ที่ทำให้กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไทยพีบีเอส กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย เปลี่ยนจากระบบจัดสรรรายได้ภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเป็นการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังนี้ 1.เป็นการกินรวบงบประมาณที่เป็นของประชาชนโดยตรง ทำลายระบบงบประมาณเพื่อการเฉพาะ แม้แต่ นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ยังได้มีจดหมายเปิดผนึกส่งถึงนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกุล ขอให้ทบทวน

2.ขาดการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน และขัดแย้งกับกฎหมายที่คุ้มครอง แม้ว่าจะอ้างเป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงผ่านรัฐสภา แต่เป็นนโยบายที่ขาดการศึกษาผลกระทบ ข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบด้าน 3.เอื้อประโยชน์ให้ภาคธุรกิจ และทำลายกระบวนการทางสังคม จากรายงานที่น่าเชื่อถือที่เปิดโปงเบื้องหลังธุรกิจยาสูบพบว่า ธุรกิจยาสูบมีแผนที่จะทำลายระบบงบประมาณจัดสรรเฉพาะของภาษีสรรพสามิตแอลกอฮอล์และยาสูบในประเทศต่างๆ การยกเลิกนโยบายนี้ ผู้ได้ประโยชน์คือภาคธุรกิจที่อาจไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาทต่อปี และยังได้ทำลายกระบวนการทางสังคมที่เข้มแข็งที่จะต่อต้านการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์และยาสูบ รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหาร ยาและอื่นๆ

4.เปิดช่องให้การเมืองแทรกแซง และนำไปสู่การยุบเลิกในที่สุด เป็นที่รับรู้กันดีเมื่อเข้าระบบงบรายจ่ายประจำปี โดยกลไกรัฐและการเมืองจะมีช่องแทรกแซงการใช้งบประมาณ และเมื่อเข้าสู่ระบบงบประมาณของรัฐสภามีแต่จะสั่งตัดงบ หรือปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณเพื่อตนเองได้ทันที

5.ผลการรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ผลการรับฟังความคิดเห็นการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 14 ตุลาคม 2569 ปรากฏชัดว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเป็นเสียงส่วนใหญ่ดังนี้ 1.ร่าง พ.ร.บ. สสส.: ไม่เห็นด้วยร้อยละ 89.47 2.ร่าง พ.ร.บ.กองทุนผู้สูงอายุ: ไม่เห็นด้วยร้อยละ 73.12 3.ร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส: ไม่เห็นด้วยร้อยละ 72.42 4.ร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาการกีฬา: ไม่เห็นด้วยร้อยละ 67.88

"จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดตามสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ เสียงทั้งหมดเหล่านี้ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับ ทั้ง 5 ข้อเหตุผลดังกล่าว หากมีความจริงใจ และเห็นคุณค่าของระบบงบประมาณเพื่อการเฉพาะ ขอให้ถอนร่างทั้ง 4 ออกจากการเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ลงนามรับรองร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ โดยควรใช้กลไกของสภาฯ เพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญที่มาจากทุกพรรคการเมือง และมีตัวแทนภาคประชาสังคม เพื่อศึกษาการปฏิรูปการดำเนินงานของทั้ง 4 องค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น" ภาคีเครือข่าย 491 องค์กรระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พิลึก! ‘ยิ่งชีพ’ ร้องศาลยกฟ้องคดี ‘อนุทิน’ ฟ้องหมิ่นฯ อ้างถูกฟ้องไม่สุจริต

ผอ.iLaw ยื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ขอให้ยกฟ้องคดี “อนุทิน” ฟ้องหมิ่นประมาท ปมแถลงข่าวโยงข้อสงสัยทุจริตเลือก สว. อ้างเป็นการฟ้องโดยไม่สุจริต หวังข่มขู่คุกคามผู้ตรวจสอบนักการเมือง ขอศาลใช้มาตรา 161/1 สั่งยกฟ้องทันทีโดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง