พระราชินีทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 ในโอกาสครบ 20 ปี โครงการกำลังใจในพระดำริเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สร้างโอกาสหลังพ้นโทษ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2569 เวลา 16.30 นาฬิกา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 ในโครงการพระดำริฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และทรงเปิดเรือนจำ ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายเอื้อน ขุนแก้ว ผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1, พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าฯ รับเสด็จ
ในการนี้ เสด็จเข้าอาคารโรงเลี้ยง พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายปิยะศิริเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร พล.ต.ท.รุทธพลเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึก พล.อ.อ.สมคิดกราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในโอกาสครบ 20 ปี โครงการกำลังใจฯ พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเปิดงานครบ 20 ปี โครงการกำลังใจฯ
โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2549 โดยมีกระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานถวายงานร่วมกับคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ มีเป้าหมายในการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังผ่านการพัฒนาความคิดและจิตใจ การฝึกวิชาชีพ การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และการดูแลภายหลังพ้นโทษ เพื่อให้ผู้ต้องขังมีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่และป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
ตลอดเวลา 20 ปี โครงการกำลังใจฯ ได้น้อมนำแนวทางพระราชทานในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของกระบวนการยุติธรรม ทั้งการพัฒนาความคิดและจิตใจ การศึกษา การฝึกวิชาชีพ การสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยและการดูแลภายหลังพ้นโทษ โดยคำนึงถึงสภาพปัญหา ความต้องการของผู้ต้องขัง และบริบทของแต่ละเรือนจำ เพื่อนำไปสู่การพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมและสามารถขยายผลไปยังเรือนจำแห่งอื่นได้
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จไปทรงเปิดโครงการกำลังใจฯ แล้วจำนวน 28 แห่ง ซึ่งในส่วนทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จังหวัดปทุมธานี เป็นเรือนจำในโครงการพระดำริแห่งที่ 29 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิด ในโอกาสที่ครบรอบ 20 ปี โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นเรือนจำหญิงที่ควบคุมผู้ต้องขังคดียาเสพติด ปัจจุบันมีผู้ต้องขังจำนวน 745 ราย ได้น้อมนำแนวทางพระราชทานมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฝึกอาชีพอิสระ การฝึกอาชีพในลักษณะกึ่งอุตสาหกรรม และการส่งเสริมการทำงานในสถานประกอบการ เพื่อเพิ่มทักษะและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ
จากนั้น ทอดพระเนตรวีดิทัศน์พระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการช่วยเหลือผู้ต้องขังผ่านโครงการกำลังใจฯ ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขังหญิง แล้วเสด็จออกจากที่ประทับ ไปยังแท่นพิธีทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดกิจกรรมผ่านจอ LED อาทิ เปิดร้าน INSPIRE By Princess (ร้านกาแฟบริเวณหน้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง) เปิดมุมปลูกกฎหมายใส่ปัญญา และมุมราชทัณฑ์ปันโอกาสสร้างอาชีพภายในห้องสมุด
ต่อมาทอดพระเนตรนิทรรศการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทอดพระเนตรมุมปลูกกฎหมายใส่ปัญญา และมุมราชทัณฑ์ปันโอกาสสร้างอาชีพ ทอดพระเนตรห้องแม่และเด็กและห้องฝึกวิชาชีพนวด แล้วทรงพระดำเนินไปยังโรงงานฝึกวิชาชีพ 5 ทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังหญิงในด้านต่างๆ ดังนี้ งานฝีมือ ได้แก่ ถักโครเชต์ เครื่องสังฆภัณฑ์ งานสม็อก และงานผ้า งานศาสตร์พยากรณ์ งานเบเกอรี่ การชงกาแฟ งานเสริมสวย การจ้างผู้ต้องขังทำงาน เช่น ทำถุงกระดาษ
นอกจากนี้ ยังทอดพระเนตรการจ้างงานผู้ต้องขังในสถานประกอบการ ทั้งการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ การประกอบชิ้นส่วนทองรูปพรรณ ทอดพระเนตรศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (ศูนย์แคร์) และกองทุนกำลังใจฯ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและสนับสนุนผู้ต้องขังทั้งในระหว่างต้องโทษและภายหลังพ้นโทษ พร้อมกันนี้ได้ทอดพระเนตรมุมสุขภาพราชทัณฑ์ปันสุข และพระราชทานถุงของเยี่ยมแก่ผู้แทนผู้ต้องขังสูงอายุจำนวน 4 ราย และทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมตามลำดับ
สองทศวรรษโครงการกำลังใจฯ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ควบคู่กับการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพ โดยกระทรวงยุติธรรมมุ่งนำแนวทางพระราชทานมาขยายผลอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าถึงการศึกษา การฝึกทักษะอาชีพ และโอกาสในการทำงานอย่างเหมาะสม การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรม คุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาพฤตินิสัยและการคืนคนดีสู่สังคม โดยมุ่งให้ผู้พ้นโทษสามารถประกอบอาชีพ ดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่า และอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปกติสุข อันจะนำไปสู่การลดการกระทำผิดซ้ำและการสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฟุ้งเยือน‘ภูฏาน’ ตอกยํ้าสัมพันธ์ ชูการค้า-ลงทุน
นายกฯ โพสต์รูปรุ้งกินน้ำที่ภูฏาน ก่อนเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์
มหกรรมพืชสวนโลก69 ชีวิต-เศรษฐกิจ-อนาคต
“ยศชนัน” นั่งรถไฟเปิดงาน "มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569"
โวครม.สัญจรอุดรฯ โพลเผยดัชนีรบ.ดิ่ง
นายกฯ นำ ครม.ลงพื้นที่อุดรธานี-หนองคาย 2-3 พ.ย.นี้ โวเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติด-พัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค
ตอกฝาโลง‘ทักษิณ’ ไม่เข้าเกณฑ์นิรโทษฯ/พท.ปัดแลกโหวต
"ทักษิณ" ส่อแห้ว "คกก.สันติสุข" แจ้งนายกฯนอกรอบ ชี้ไม่เข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรม
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รอบปฐมทัศน์ ตอน 'สีดา'
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
พระราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 ฉลอง 20 ปี โครงการกำลังใจในพระดำริฯ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดโครงการกำลังใจฯ แห่งที่ 29 ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง

