มหกรรมพืชสวนโลก69 ชีวิต-เศรษฐกิจ-อนาคต

“ยศชนัน” นั่งรถไฟเปิดงาน "มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569" ชูปลูก 3 สิ่งสำคัญ “ชีวิต-เศรษฐกิจ-อนาคต” ชวนสัมผัสพรรณไม้นานาชาติผ่าน 6 โซน จาก 32 สวนนานาชาติ คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท ดึงนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคน "สำนักโฆษก" จัดสื่อสัญจร ชูเสน่ห์อุดรธานี ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินทางด้วยขบวนรถไฟพิเศษปฐมฤกษ์มายังพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี ก่อนเป็นประธานในพิธีต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในวันเปิดเข้าชมงานวันแรก

นายยศชนันกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการที่ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกที่จังหวัดเชียงใหม่ 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นชูแนวคิดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อต่อยอดสู่การเกษตรมูลค่าสูง อันเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เราไม่ได้มาจัดงานพืชสวนโลกเพียงเพื่อปลูกต้นไม้หรือดอกไม้ แต่กำลังร่วมกันปลูก 3 สิ่งสำคัญ ได้แก่ 1.ปลูกชีวิต โดยฟื้นฟูธรรมชาติของอุดรธานีให้กลับมาสมบูรณ์ และทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่ทุกคนต้องมาเยือน 2.ปลูกเศรษฐกิจ โดยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่เกษตรกรและชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ และ 3.ปลูกอนาคต โดยมอบให้ลูกหลานชาวอุดรธานีด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ ผ่านการเรียนรู้ในพื้นที่จริง นอกเหนือจากการเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ดีที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นที่นี่

 “ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเที่ยวชมความก้าวหน้าและความงดงามของพืชพรรณจากทั่วโลก นวัตกรรมการเกษตร และเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน เพื่อให้มหกรรมแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป” รองนายกฯ และ รมว.อว.ระบุ

ด้านนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งการเพิ่มจุดร่มเงาและจุดบริการน้ำดื่มเพื่อรองรับสภาพอากาศ โดยคาดการณ์ว่าในสัปดาห์หน้าสภาพอากาศจะเริ่มเย็นลงตามรายงานพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา นอกจากนี้ได้ประสานงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ในการเพิ่มจำนวนรถบริการสาธารณะรับ-ส่งนักท่องเที่ยวเดินทางมายังพื้นที่จัดงาน และสำหรับการสัญจรภายในบริเวณงานได้จัดเตรียมเพิ่มเติม ซึ่งวางระบบไว้ 2 รูปแบบคือ ประชาชนสามารถเลือกเดินเท้าข้ามสะพานเข้าสู่งานได้โดยตรง หรือเลือกใช้บริการรถกอล์ฟรับ-ส่ง ซึ่งมีจุดบริการรับ-ส่งหมุนเวียนตลอดทั้งวันครอบคลุมจุดไฮไลต์สำคัญ 13 จุด

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความคุ้มค่าของการจัดมหกรรมพืชสวนโลกฯ ว่า การจัดงานครั้งนี้มีกรอบงบประมาณรวม 2,750 ล้านบาท หลังคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2569 เห็นชอบเพิ่มวงเงินจากเดิม 2,500 ล้านบาทอีก 250 ล้านบาท โดยการพิจารณาความคุ้มค่าไม่ควรมองเพียงค่าใช้จ่ายในการจัดงานหรือความสวยงามของสวนพรรณไม้ แต่ต้องพิจารณาถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน เศรษฐกิจ และการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว

กระตุ้น ศก. 2 หมื่นล้าน

"ไม่ได้มุ่งให้จังหวัดอุดรธานีได้รับประโยชน์เพียงแห่งเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงไปยังจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การค้าและบริการ ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินว่า การจัดงานจะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนตลอดระยะเวลาจัดงานไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท โดยภายหลังจบการจัดงานพื้นที่แห่งนี้จะถูกส่งมอบเป็นมรดกและพื้นที่สาธารณะของชาวอุดรธานี เพื่อใช้ประโยชน์ในทุกมิติทั้งการจัดกิจกรรม การสร้างรายได้ และเป็นพื้นที่จัดแสดงจำหน่ายสินค้าเกษตรของชุมชนอย่างยั่งยืน" ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าว

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ผู้สร้างสรรค์สวนมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของจังหวัดอุดรธานี เพราะนอกจากจะช่วยสร้างชื่อเสียงให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่แล้ว ยังทำให้จังหวัดมีสวน อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยเฉพาะการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะสร้างคุณค่าได้มากกว่าระยะเวลาการจัดงานเพียง 134 วัน

นายกัมพลกล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของการสร้างสรรค์สวนครั้งนี้ คือสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดซึ่งมีปัญหาดินเค็ม ไม่สามารถปลูกพืชลงดินตามวิธีทั่วไปได้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการเน่าเสียและเจริญเติบโตได้ไม่ดี จึงต้องใช้เทคนิคยกระดับแปลงปลูกให้สูงจากพื้นดิน พร้อมคัดเลือกพรรณไม้และปรับวิธีดูแลให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ทำให้ได้เรียนรู้ว่าพืชชนิดใดสามารถเติบโตได้ดี และพืชชนิดใดไม่เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดคล้ายกันในอนาคต

นอกจากนี้ ยังนำเสนอแนวคิดการจัดสวนแห่งอนาคต ทั้งการจัดวางพรรณไม้ในรูปแบบใหม่ การใช้เส้นสายและองค์ประกอบทางศิลปะสร้างความแตกต่าง รวมถึงการหมุนเวียนไม้ดอกไม้ประดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสวยงามตลอดระยะเวลาจัดงาน และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้แนวทางการจัดสวนที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

นายกัมพลกล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้สวนสวยงามในช่วงจัดงาน แต่ต้องมองไปถึงอนาคตหลังปิดงาน โดยมีแนวคิดพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงต่อยอดอาคารและพื้นที่บางส่วนไปสู่กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีสามารถมีบทบาทในการบริหารจัดการ เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้สร้างรายได้สำหรับการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง

จากนั้นนายยศชนันได้นำคณะเยี่ยมชมภายในพื้นการจัดมหกรรมพืชสวนโลกฯ โดยชูความตระการตาของสวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ สวนองค์กรไทย 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พร้อมสถาปัตยกรรมอัตลักษณ์อีสาน และการแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ซึ่งภายในงานแบ่งพื้นที่จัดแสดงเป็น 6 โซนสำคัญ ครอบคลุมสวนนานาชาติ สวนพรรณไม้หายาก อาคารเรือนกระจก โรงเรือนพืชทะเลทราย นิทรรศการเทคโนโลยีการเกษตร สวนบัว และสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด รวมถึงนิทรรศการวิชาการที่นำเสนอองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีสถาปัตยกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสาน อาทิ อาคารประชาสัมพันธ์รูปไห ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง  อาคารอำนวยการรูปไซ ที่จำลองจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน และหมู่บ้านอีสานที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรม รวมถึงตลาดชุมชนริมน้ำที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่าย

สำหรับมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 จัดระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 ถึง 14 มี.ค. 2570 รวม 134 วัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. ตั้งเป้าผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคน คาดกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท บัตรเข้าชมทั่วไปสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติราคา 199 บาท จำหน่ายผ่าน All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven เว็บไซต์ All Ticket และจุดจำหน่ายบัตรหน้างาน พร้อมบัตรประเภทอื่นและสิทธิ์เข้าชมฟรีตามเงื่อนไขที่กำหนด

อีกหนึ่งสีสันของมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี คือการเดินทางด้วยรถไฟที่สามารถพานักท่องเที่ยวมาถึงพื้นที่จัดงานได้โดยตรง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทำที่หยุดรถชั่วคราว “พืชสวนโลกอุดรธานี” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมงาน พร้อมจัดให้มีขบวนรถจอดรับ-ส่งผู้โดยสารวันละ 4 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถด่วนที่ 75 กรุงเทพอภิวัฒน์-หนองคาย ถึงเวลา 17.04 น., ขบวนรถด่วนที่ 76 หนองคาย-กรุงเทพอภิวัฒน์ ถึงเวลา 06.59 น., ขบวนรถท้องถิ่นที่ 415 นครราชสีมา-หนองคาย ถึงเวลา 11.28 น. และขบวนรถท้องถิ่นที่ 418 หนองคาย-นครราชสีมา ถึงเวลา 13.31 น. นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสามารถใช้บริการขบวนรถด่วนพิเศษที่ 25 และขบวนรถเร็วที่ 133 ลงที่สถานีอุดรธานี ก่อนเดินทางต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะไปยังพื้นที่จัดงาน

จัดสื่อสัญจรชูเสน่ห์อุดรธานี

วันเดียวกัน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร ระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย. 2569 นำคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลจากสถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ รวม 29 คน ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมติดตามภารกิจนายกรัฐมนตรีในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

โดยนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา, นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ และร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ภูมิปัญญาชุมชน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและเอกลักษณ์ท้องถิ่นสู่สาธารณะ รวมทั้งขยายการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

คณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมศาลเจ้าปู่-ย่าอุดรธานี ศาลเจ้าจีนเก่าแก่และศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวอุดรธานี ก่อนเดินทางไปยังชุมชนบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี เพื่อศึกษาภูมิปัญญาการทอผ้าโบราณ ซึ่งชุมชนร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ที่ชุมชนบ้านโนนกอก คณะสื่อมวลชนได้ชมกระบวนการทอผ้าแบบดั้งเดิมโดยใช้กี่ทอผ้าหรือหูก พร้อมเรียนรู้เทคนิคการจก ยก และขิด ตลอดจนการประยุกต์ลวดลายให้มีความหลากหลาย โดยมี “ลายสายธารนาคเชียงรวง” เป็นลายเอกลักษณ์ประจำบ้านโนนกอก สะท้อนความประณีตของงานหัตถกรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สร้างโอกาสทางการตลาด และเพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชน

ทั้งนี้ กิจกรรมครั้งนี้มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงแหล่งศรัทธา วิถีชีวิต และงานหัตถกรรมท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและการอุดหนุนสินค้าชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซ้อมริ้วขบวนสง่างาม

กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิง “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในพื้นที่จริงครั้งแรก สมพระเกียรติ ขบวนทหารม้าอิสริยยศฯ 93 ม้า สง่างาม