ฟุ้งเยือน‘ภูฏาน’ ตอกยํ้าสัมพันธ์ ชูการค้า-ลงทุน

นายกฯ โพสต์รูปรุ้งกินน้ำที่ภูฏาน ก่อนเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ณ เมืองเกเลฟู ตามคำเชิญรัฐบาล สะท้อนมิตรภาพและความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ นายกฯ เผยผลสำเร็จต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้าน เปิดโอกาสการค้า-ลงทุนไทยในพลังงานสะอาด เกษตรและสาธารณสุข

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 พ.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพท้องฟ้าที่มีรุ้งกินน้ำที่ประเทศภูฏาน พร้อมเพลงประกอบชื่อเพลง The Candy Man ของ Sammy Davis Jr. พร้อมข้อความภาษาอังกฤษว่า “Bhutani Sky” ซึ่งแปลว่า “ท้องฟ้าที่ภูฏาน”

ในเวลา 07.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นภูฏาน ซึ่งช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการของนายอนุทินและคณะ นายอนุทินพร้อมภริยา และคณะกลุ่มเล็ก ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติพาโรไปยังเมืองเกเลฟู ซึ่งเป็นเมืองต้นแบบและเขตบริหารพิเศษทางตอนใต้ของภูฏานที่มุ่งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โดยผสมผสานการพัฒนาเมืองเข้ากับธรรมชาติอย่างสมดุล ตามพระราชวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน

ในเวลา 09.00 น. นายอนุทินพร้อมคณะเดินทางมายังเมืองเกเลฟู เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ตามคำเชิญของรัฐบาลภูฏาน โดยนายกฯ เป็นผู้นำต่างประเทศเพียงคนเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานสำคัญครั้งนี้ เมื่อเดินทางถึงสถานที่จัดพิธี นายกฯ ได้รับการต้อนรับจากนายกรัฐมนตรีภูฏาน พร้อมด้วย ลุงเตน ดอร์จีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภูฏาน, ทันดิน วังชุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน, ดี.เอ็น. ดุงเยล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศภูฏาน และดาโช ดร.โลเทย์ เชอร์ริง ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษเกเลฟู สะท้อนถึงความสำคัญที่รัฐบาลภูฏานมอบให้ในการเข้าร่วมงานของรัฐบาลไทย

จากนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน เสด็จฯ ถึงสถานที่จัดพิธีเฉลิมฉลองโครงการสถูป 108 องค์ ก่อนเข้าสู่ลำดับพิธี โดยมีการเป่าแตรยาวดุงเชนเพื่อเฉลิมฉลองการก่อสร้างสถูป 108 องค์ และร่วมร้องเพลงชาติภูฏาน

สำหรับโครงการสถูป 108 องค์ เป็นโครงการริเริ่มตามพระราชดำริของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งภูฏาน มีเป้าหมายก่อสร้างและประดิษฐานสถูปจังชุบ หรือสถูปแห่งการตรัสรู้ จำนวน 108 องค์ บริเวณริมแม่น้ำเมาชู ใกล้เมืองเกเลฟู ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของ Gelephu Mindfulness City (GMC) โดยสถูปแต่ละองค์มีความสูงประมาณ 15 เมตร และตั้งห่างกัน 108 เมตร กำหนดให้การก่อสร้างสถูปทั้ง 108 องค์แล้วเสร็จพร้อมกันภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยพลังความร่วมมือของจิตอาสากว่า 40,000 คน

การที่นายกฯ ไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว นับเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงมิตรไมตรีและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับภูฏาน โดยเฉพาะในวาระสำคัญของภูฏานที่ผสมผสานมิติทางศาสนา วัฒนธรรม และการพัฒนาประเทศเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสที่ไทยจะได้สัมผัสแนวคิดการพัฒนาเมืองเกเลฟู ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นเขตบริหารพิเศษและอยู่ระหว่างการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Gelephu Mindfulness City ที่มุ่งสร้างเมืองต้นแบบซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความยั่งยืน ธรรมชาติ และความผาสุกของประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ โครงการสถูป 108 องค์ ยังสะท้อนแนวคิดการพัฒนาของภูฏานที่ให้ความสำคัญกับมิติทางจิตใจและคุณภาพชีวิตควบคู่กับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ โดยในทางพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน สถูปเป็นสัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้และพระธรรม ขณะที่เลข 108 มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา การร่วมกันก่อสร้างสถูปทั้ง 108 องค์ภายในระยะเวลา 24 ชม. จึงเป็นทั้งกิจกรรมทางศาสนาและการแสดงพลังความร่วมมือของประชาชนจากหลากหลายภาคส่วน นอกจากนี้ การจัดพิธีในวันที่ 1 พ.ย. 2569 ซึ่งตรงกับวันลฮาบับ ดือเชน ซึ่งก็คือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน และตรงกับวันราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ยิ่งทำให้พิธีดังกล่าวมีความสำคัญทั้งในมิติทางศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ของภูฏาน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า การเยือนเมืองเกเลฟูเป็นมากกว่าการเข้าร่วมพิธีสำคัญของภูฏาน เพราะเป็นโอกาสที่ไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมในวาระสำคัญของการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของภูฏาน โดยเฉพาะพื้นที่ Gelephu Mindfulness City ซึ่งรัฐบาลภูฏานกำลังพัฒนาให้เป็นเขตบริหารพิเศษและเมืองต้นแบบรูปแบบใหม่ ตลอดจนเป็นโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาเมือง ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนและการสร้างความยั่งยืนควบคู่กัน

โอกาสนี้ นายกฯ และภริยา พร้อมคณะยังได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ณ เมืองเกเลฟู ก่อนออกเดินทางกลับมายังเมืองพาโร และเดินทางต่อมายังไทยในวันเดียวกัน โดยคาดว่าจะเดินทางถึงไทยในเวลาประมาณ 20.00 น.

นายเอกภพยังกล่าวว่า นายอนุทินให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงผลสำเร็จของการเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. - 1 พ.ย. 2569 โดยระบุว่า การเยือนเป็นไปด้วยดีและประสบความสำเร็จ สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับภูฏาน ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ครอบคลุมด้านสาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร เพื่อขยายความร่วมมือและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน

นายกฯ กล่าวว่า แม้ภูฏานจะมีประชากรประมาณ 800,000 คน แต่เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยในการเข้าไปลงทุนและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยระหว่างการเยือนทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางขยายความร่วมมือและโอกาสการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันในอนาคต

 “นายกฯ เห็นว่าการเยือนภูฏานครั้งนี้ นอกจากจะช่วยกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้าไทย การส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน” นายเอกภพระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้าน ชวนเอกชนร่วมพัฒนาเมืองเกเลฟู

นายกฯ เผยผลสำเร็จเยือนภูฏาน ต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้าน เปิดโอกาสการค้า–ลงทุนไทยในพลังงานสะอาด เกษตร และสาธารณสุข พร้อมชวนเอกชนไทยร่วมพัฒนาเมืองเกเลฟู

นายกฯ เยือนเมืองเกเลฟู ร่วมโครงการก่อสร้างเจดีย์ 108 องค์

นายกฯ เยือนเมืองเกเลฟู ร่วมโครงการก่อสร้างเจดีย์ 108 องค์ ก่อนเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน พร้อมเดินทางกลับประเทศไทยวันนี้