"นายกฯ" ยกคณะเปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ "เมตตา สุคโต" ที่หนองคาย แซว "อธิบดีใครไม่มาอาจเป็นอดีต" โปรยยาหอมชุดใหญ่ อสม.แปะหน้าผากตัวเอง “อนุทิน อสม.บุรีรัมย์” ชี้เป็นกำลังสำคัญปลุกปั้นรัฐบาล ไม่มี อสม.ไม่มีนายกฯ เมินคาราวานรถผู้นำท้องถิ่นกระบี่ประชิดทำเนียบฯ เปิดงานพืชสวนโลก หวังให้เกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการนานาประเทศ แลกเปลี่ยนความรู้-ต่อยอด พร้อมยกระดับภาคอีสาน ขณะที่ชาวบ้านอุดรฯ ต้อนรับครม.สัญจร จี้ "อนุทิน-ลูกท็อป" ควงกันไปดูหายนะเหมืองแร่โพแทช
เมื่อวันจันทร์ เวลา 11.40 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่โรงพยาบาลหนองคาย อ.เมืองหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์โรคหัวใจเมตตาสุคโต และพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพรานพร้าว- แก้งไก่
โดยมีรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประกอบด้วย อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อมาถึงนายกฯ ได้ทักทายข้าราชการและพูดคุยโบกมือทักทายกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มารอต้อนรับด้วยบรรยากาศคึกคัก และกลุ่มอสม.ได้ร้องเพลงมาร์ช อสม.ต้อนรับนายกฯ ด้วย
จากนั้นนายกฯ ขึ้นเวทีแนะนำคณะที่เดินทางมาด้วย ตั้งแต่อธิบดีแต่ละกรม ซึ่งช่วงหนึ่งได้ถามถึงอธิบดีกรมป่าไม้ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ ก่อนแซวว่า “มาบ่ ไม่มายุ่งแล้ว” และอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นายณัฐ โก่งเกษร “มาไหม ถ้าไม่มารัฐมนตรีไหว้ประชาชนแทน” ทำให้นายสุชาติ ลุกขึ้นไหว้ประชาชน ก่อนถามหาอธิบดีกรมที่ดิน โดยนายกรัฐมนตรีถามว่า “อธิบดีกรมที่ดินของผมมาหรือไม่” ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินได้เดินทางมาด้วย
ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะแซวว่า “ใครไม่มาอาจจะเป็นอดีตได้” ก่อนนายกฯ จะขอเสียงโห่จากประชาชน ก่อนกล่าวว่าจะได้มีกำลังใจ เพราะเมื่อวานบินกลับมาจากประเทศภูฏาน เพราะต้องการมาพบกับพี่น้องชาวหนองคายเช้าวันนี้ แล้วลืมแนะนำตัวเองไป "ผมอนุทิน ชาญวีรกูล อสม.อำเภอเมือง ตำบลอิสาณ จังหวัดบุรีรัมย์ เราเป็นพวกเดียวกัน" ทำให้เรียกเสียงเฮจากประชาชน
“ถ้ามีโอกาสช่องทางเมื่อไหร่ อนท.(อนุทิน) ไม่มีวันลืม อสม.อยู่แล้ว ไม่มี อสม.ก็เป็นนายกฯ ไม่ได้หรอก ก็มาได้แรงหนุนจากพวกท่านและได้แรงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ผมถึงได้มาเป็นนายกฯ ผมไม่มีทางที่จะลืมสิ่งเหล่านี้ ลืมไม่ได้” นายกฯ ระบุ
นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้มาประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี มาเพื่อให้รัฐมนตรีทั้ง 35 คนใน ครม.ตลอดจนทีมงานทุกกระทรวงได้ลงในจังหวัดต่างๆ ในเขตอีสานตอนกลาง เพื่อให้รัฐมนตรีได้ลงไปดูว่ามีโอกาสและอะไรที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาอย่างไร หรือมีปัญหาอะไรที่ต้องนำมาแก้ไข รวมถึงมีสิ่งใดที่ต้องให้พิจารณาและดำเนินการให้เป็นสิ่งที่ดีขึ้น แต่วาระที่จะวางไว้ในภาคอีสานแห่งนี้สำหรับการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ จะยกเรื่องเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นมหาอำนาจทางด้านความมั่นคงทางอาหาร และเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าพลังงานอื่นๆ พลังงานทำให้คนเรามีชีวิตมีความคิด มีการสร้างโอกาสมีการพัฒนาต่างๆ และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยด้วย
ในเวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลหนองคาย นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีนายมโน เครือแก้ว กำนัน ต.กระบี่น้อย จ.กระบี่ แกนนำเครือข่ายภาคประชาชนภาคใต้ ระดมรถ 1,000 คันมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลวันที่ 5 พ.ย. ว่า เป็นสิ่งที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจะดำเนินการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เมื่อถามว่าแกนนำส่วนใหญ่เป็นผู้นำท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้เข้าไปพูดคุยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ฝ่ายปกครองคือกระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามว่า การที่บอกว่ามีผลงานเยอะ การทำงานในสภาฯ ก็ส่วนหนึ่ง แต่นอกสภาฯ กำลังจะมีการเดินขบวนมาทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้อยู่ในสิทธิ อยู่ในกรอบสิทธิประชาชนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เราเปิดกว้างอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่สถานีรถไฟอุดรธานี กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีได้ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนโครงการเหมืองแร่โพแทช จ.อุดรธานี บนหลักการความรอบคอบ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นผู้รับหนังสือ
ทั้งนี้ กลุ่มอนุรักษ์ได้เรียกร้องให้นายอนุทินและนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่เหมืองแร่โพแทช ที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การแพร่กระจายของดินเค็ม เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจทบทวนโครงการเหมืองแร่โพแทช ขณะเดียวกันรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมต้องตรวจสอบ กำกับให้อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) วางตัวเป็นกลาง ต้องยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม และไม่กีดกันประชาชนในพื้นที่ในการมีส่วนร่วม
นอกจากนี้ ยังมีนายสมพงษ์ สงกูล ตัวแทนกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิดอำเภอชำนิ-นางรอง จ.บุรีรัมย์ มายื่นหนังสือถึงนายกฯ คัดค้านโครงการโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลจากเดิม 54 เมกะวัตต์ จะเพิ่มเป็น 65 เมกะวัตต์ ที่มีแผนจะดำเนินโครงการบริเวณพื้นที่ ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ และคัดค้านกระบวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2
ในเวลา 15.19 น. ที่มณฑลพิธีพื้นที่โครงการ 711-2-32.5 ไร่ ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี นายอนุทินเป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ สถาบันพระบรมราชชนก วิทยาลัยเขตอุดรธานี โดยได้รับเมตตาจากพระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก) เจ้าอาวาสวัดอุดมมงคลวนาราม (วัดป่านาคำน้อย) เป็นประธานสงฆ์
โดยเป็นโรงพยาบาลขนาด 300 เตียง และเป็นโรงเรียนแพทย์-แพทย์ทางเลือก ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่
ในเวลา 16.40 น. ที่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี ค่ายเสนีย์รณยุทธ (กก.ตชด.24) ตำบลหนองบัว นายอนุทินตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน (อุดรโมเดลพลัส) พร้อมระบุว่า ถ้าเราปล่อยให้เขาไปเป็นปัญหาของสังคมอีก ก็เท่ากับเราเปิดประตูให้อันตรายเข้ามาถึงเราด้วย เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันหนึ่งเหยื่อของพวกเขาอาจจะเป็นตัวเราเอง หรือเป็นคนในครอบครัวของเราก็ได้ สิ่งที่ดีที่สุดเรามีงบประมาณรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ เรามีนโยบายที่เป็นศัตรูกับกระบวนการยาเสพติดครบวงจร
จากนั้นในเวลา 18.00 น. ที่พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมืองอุดรธานี นายอนุทินเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 โดยมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา และ ครม., รมว.เกษตรฯสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, คณะทูตานุทูต เข้าร่วมงาน
โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า งานพืชสวนโลกเป็นเวทีแสดงให้เห็นว่า พืช น้ำ และผู้คนเชื่อมโยงกันอย่างไร แต่การอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นที่ชุ่มน้ำ การรับมือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีที่ใช้ในการเพาะปลูกที่นำมาใช้และนวัตกรรมที่นำมาใช้ เพื่อให้เกษตรกรสร้างผลผลิตได้อย่างมีคุณภาพ และมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจองค์รวมของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม
นายอนุทินกล่าวว่า มหกรรมครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อที่จะให้เกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และนานาประเทศได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความเชื่อมโยง ความร่วมมือ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาตลาด และโอกาสทางธุรกิจได้ รัฐบาลมุ่งหวังให้งานพืชสวนโลกครั้งนี้อำนวยประโยชน์ไปถึงประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทางและธุรกิจการบริการ พร้อมยกระดับบทบาทของภาคอีสานในฐานะแหล่งผลิตทางการเกษตร อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์
"สำหรับประชาชนชาวไทย ผลการจัดงานครั้งนี้จะไม่สิ้นสุดเมื่องานจบ แต่เราจะวางแผนต่อยอดพื้นที่ให้เกิดประโยชน์กลายเป็นพื้นที่สีเขียว และแหล่งเรียนรู้ การแสดงสินค้า และนวัตกรรมเกษตรที่สามารถรองรับงานกิจกรรมนานาชาติได้ ควบคู่กับการดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีคุณค่าระยะยาว" นายอนุทินกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทดสอบ“แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ” ระบบรับมือวิกฤตที่ต้องใช้ได้จริง
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในภูมิภาคอื่น เช่น สงคราม “รัสเซีย-ยูเครน” หรือสัญญาณการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านกำลังใกล้เข้ามา ทำให้ชาติต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับความมั่นคงระดับประเทศและผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
สั่งเตรียมพร้อม แจ้งรบ.เมียนมา อย่ากระทบไทย
นายกฯ สั่งเตรียมพร้อมสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา
ชวนกินปลากลบขยะพิษ สารอะลูมิเนียมเกินWHO
ดรามา! รักษาการ ผวจ.ปราจีนฯ จัดกิจกรรม "ชวนกินปลา" สร้างความเชื่อมั่น ยันไม่เหมารวมทั้งจังหวัด
ขู่หักคอคน‘ล็อกสเปก’
"อนุทิน" โต้ปมล็อกสเปกโซลาร์ประชาชน เผยยังอยู่ขั้นตอนประมูล กาหัวคนเรียกหัวคิว ขู่ “ใครทำผมก็หักคอ”
สยบลือดีลแลกโหวต ถกอนุนิรโทษไร้คดีแม้ว-หนูลั่นไม่มีต่อรอง/ปชน.ขอบริจาคสู้
ถกอนุกรรมการนิรโทษกรรมนัดแรก ไร้คดี “ทักษิณ” เข้าหารือ “ยุทธพร” ไม่เชื่อกระแสดีลแลกโหวต ยัน “ยิ่งลักษณ์”
ฟุ้งเยือน‘ภูฏาน’ ตอกยํ้าสัมพันธ์ ชูการค้า-ลงทุน
นายกฯ โพสต์รูปรุ้งกินน้ำที่ภูฏาน ก่อนเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์

