แฉล้ม‘ตู่’ชู‘ป้อม’! ‘ศรัณย์วุฒิ ’ลากไส้ ‘พรรคเดิม’ ยันมีดีลลึก ‘เพื่อไทย’ โวยลั่น

"พิเชษฐ" พ่นพิษ ลั่น! ไม่ขอเหยียบ พปชร.อีก ท้าให้ขับ เย้ยเรียกไปปิดปากระวังพังทั้งพรรค ส่วนฝ่ายผิดแผน ตีปี๊บทวงคืนอำนาจประชาชน ดันเปิดเวทีซัดกันเอง "ศรัณย์วุฒิ" แฉแหลก ฝ่ายค้านบางพรรคบอกจะล้มตู่ แต่จะเอาป้อม  เฉลยคือ "พรรคเดิม" เพื่อไทยโวยลั่น ไม่ใช่แน่นอน!

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ เรียกไปชี้แจงกรณีการเคลื่อนไหวตรวจสอบโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (ท่อส่งน้ำอีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ที่ส่งผลกระทบต่อพรรคพลังประชารัฐว่า ยืนยันไม่ไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการดังกล่าวในวันที่ 11 พ.ค.แน่นอน

"ฝันไปเถอะ เรื่องนี้มีการตั้งธงจะเล่นงานผมไว้แล้ว จะไปทำไม ต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ไม่กลัว จะเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลร่วมกับฝ่ายค้านต่อไปให้ถึงที่สุด ถ้าหยุดตรวจสอบก็เท่ากับผมกินกล้วยให้หยุดเคลื่อนไหว"

เขากล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม 16 ถือเป็นคู่ขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ที่รับผิดชอบโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี และจะลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน ถ้าพรรคพลังประชารัฐอยากขับตนออก ก็ให้ขับออกเลย จะได้ไปอยู่พรรคใหม่

นายพิเชษฐกล่าวว่า ขอให้ระวังคำสั่งเรียกตนไปชี้แจง จะทำให้พรรคพลังประชารัฐพังแน่ เท่ากับต้องการปิดปากไม่ให้พูดถึงความไม่โปร่งใสโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี นโยบายพรรคต้องการสนับสนุนการทุจริตหรือไม่ ถึงจะมาสอบสมาชิกที่ออกมาปกป้องการทุจริต ดูแล้วขัดกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่พูดถึงเรื่องธรรมาภิบาล ป้องกันการทุจริต ถ้าเรื่องนี้ไม่มีความผิดปกติ เหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จึงสั่งให้กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส.ส.พรรคพลังประชารัฐรายนี้บอกว่าหลังจากนี้จะไม่ไปเหยียบพรรคพลังประชารัฐ จะไม่ไปร่วมประชุมใดๆ กับพรรคอีก เพราะมีเกมการเมืองต้องการขับตนออกจากพรรค แต่เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการไปกินข้าวกับฝ่ายค้านก็จะเดินหน้าต่อไป ไม่มีข้อบังคับห้าม ส.ส.รัฐบาลไปกินข้าวกับฝ่ายค้าน เป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.ที่ทำได้

ที่ห้องวันวาน เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน “ทั่วไทยทวงคืนอำนาจประชาชน : เวทีที่ 4 “รัฐบาลสั่นคลอน สภาล้มลุกคลุกคลาน” มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาว่า เป็นเวทีที่ 4 ในการเดินสายทั่วไทยทวงคืนอำนาจประชาชนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขณะนี้รัฐบาลสั่นคลอน เพราะรัฐธรรมนูญถูกเขียนมาเพื่อให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ ทำลายพรรคใหญ่ เกิดรัฐบาลปริ่มน้ำในช่วงแรก สั่นคลอนเพราะรัฐบาลล้มเหลว ไร้ศักยภาพบริหารประเทศ ขาดความไว้วางใจจากประชาชน

"สั่นคลอนเพราะจนต่อหลักฐานในศึกซักฟอกหลายต่อหลายครั้ง ฝ่ายค้านได้ชี้จุดตายรัฐบาล เป็นคำถามที่รัฐบาลยังไร้คำตอบ และสั่นคลอนเพราะยื้อ อยากในอำนาจ ไร้ศักยภาพ ยึดติดกับอำนาจที่ยึดครองมา"

เขากล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน 3 ป.เริ่มแตกกันเอง เพราะพี่ใหญ่จ่ายหนักจ่ายไม่ไหว และสภาในปัจจุบันถือว่าล้มลุกคลุกคลาน เพราะล่มถึง 17 ครั้ง ไม่นับรวมกรณีประธานสภาฯ ชิงปิดประชุมก่อน สภาถูกกล่าวหาว่าใช้กล้วยกันเพื่อให้สภาเดินได้ แต่กล้วยเกือบเป็นพิษเมื่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เผอิญเขามีกล้วยหวีใหญ่เลยผ่านพ้นมาได้ สภาอันทรงเกียรติกลายเป็นสภาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อความอยู่รอดของรัฐมนตรีและนายกฯ แบบนี้แล้วเราจะทำอย่างไร

ขีดเส้นตายรัฐบาล

"ผมเชื่อในอำนาจประชาชน เชื่อในหัวจิตหัวใจประชาชนที่อยากออกจากวิกฤตถึงเวลาที่ทวงคืนอำนาจแล้ว พรรคร่วมฝ่ายค้านเรามีมติร่วมกันว่าขีดเส้นใต้ความล้มเหลว ขีดเส้นตายรัฐบาลที่สิ้นสภาพนี้แล้ว" หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว

จากนั้นมีการเสวนาของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ต้นตอของปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่เป็นฉบับสืบทอดอำนาจ ทำให้บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ จึงได้ผู้นำแบบนี้มาบริหารประเทศ วันนี้ข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน วันนี้รัฐบาลสั่นคลอน สภาจะเปิดวันที่ 22 พ.ค.นี้แล้ว รัฐบาลจะเจอระเบิดเวลา 4 คือ 1.การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2.ร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ที่จะมีแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกติกา และยุบสภา 3.ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และ 4.วาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ที่จะครบ 8 ปี

"วันนี้รัฐบาลเรือแป๊ะมีรอยรั่วอยู่ 2 รู คือ พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) และพรรคเล็กที่มีอยู่ 16 เสียง ขณะที่เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ สวิงโหวตตรงกลางรวมแล้วกว่า 30 เสียง ถือว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อย่าโทษฝ่ายค้าน ถ้าสภาเดินหน้าไม่ได้ก็ต้องยุบสภา เชื่อว่าสุดท้ายจะมีพรรคการเมืองถอนตัวก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้" นายประเสริฐกล่าว

ด้านนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การขีดเส้นตายที่ว่าคือขีดเส้นตายของระบอบประยุทธ์ เพราะไม่ใช่แค่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและการบริหารบุคคล พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ มาแล้วเกือบ 8 ปี พอมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ก็เสนอทางออกแปลกๆ เช่น เวลาผักแพงก็ให้ทหารไปปลูกผักชี

อีกทั้งยังเอาผลประโยชน์ของประชาชนไปให้นายทุน เช่น ออกคำสั่งคสช. ถอนสภาพป่าสงวนนำไปสู่การพัฒนา ด้านการเมือง ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเป็นนายกฯ มีการใช้กฎหมายกับผู้เห็นต่างทางการเมืองจำนวนมากกว่า 3,000 คน ตนเองเป็น ส.ส.ก็ถูกดำเนินคดีอยู่หลายคดี ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 8 ปีที่ผ่านมามีการก่อตัวธุรกิจผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจากข้าราชการต้องวิ่งเต้นต้องเอาตั๋ว ไม่ได้ตั๋วไม่โต เฉพาะเงินเดือนไม่พอต้องทำธุรกิจผิดกฎหมาย ตำรวจเข้ามาตอนแรกมีอุดมการณ์รับใช้ประชาชน อยู่ไปอยู่มาไม่ต่างจากอาชญากร แล้วตำรวจดีๆ   จะอยู่ได้หรือไม่ อย่างกรณี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ถ้าปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อหรือ พล.อ.ประวิตรรับไม้ต่อบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร  ขอพอกันทีกับระบอบประยุทธ์

ล้มตู่แต่จะเอาป้อม

ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การทวงคืนอำนาจน่าจะทำตั้งแต่ 8 ปีที่แล้วที่เราถูกยึดอำนาจ ทั้งนี้ ตนเห็นแย้งกับฝ่ายค้านว่ารัฐบาลไม่สั่นคลอน แม้เสียงจะปริ่มน้ำแต่เขาก็อยู่ได้มาโดยตลอด และตราบใดที่ยังมีกล้วยแจกรัฐบาลก็ยังจะอยู่ได้ ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลล้มลุกคลุกคลาน ตนเชื่อว่ารัฐบาลไปได้แน่ เพราะเขามีกระบวนการเรียกองค์ประชุม รอจนเสียงครบ เวลาจะผ่านกฎหมายสำคัญๆ ก็มีการแจกกล้วย ไม่ได้แจกเป็นลูก แต่แจกเป็นเครือ และพร้อมที่จะยกกล้วยทั้งป่ามาแจกเลยถ้าเขาต้องการให้กฎหมายผ่าน รัฐบาลนี้มาจากการยึดอำนาจ เขาวางกติกาเพื่อสืบทอดอำนาจ

"ผมเชื่อว่าเขาอยู่ได้ตราบที่เขาอยากอยู่ คนที่จะล้มพวกเขาได้คือตัวพวกเขาเอง ดังนั้นเราอย่าไปคาดหวังว่าเขาจะล้มลุกคลุกคลาน นั่นเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ที่จะต้องทำคือเตรียมเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคเพื่อชาติชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย ตนจะเป็นคนนำประชาชนสู้ต่อต้านเผด็จการอย่างถึงที่สุด และขอฝากพรรคฝ่ายค้านว่า อยากให้ฝ่ายค้านสำเหนียก ทำหน้าที่ค้านเพื่อประชาชนจริงๆ เพราะที่ตนรับไม่ได้ คือมีพรรคฝ่ายค้านบางพรรคบอกจะล้มตู่ แต่จะเอาป้อม กลายเป็นล้มตู่ชูป้อม ผมรับไม่ได้ ผมฝากฝ่ายค้านที่คิดจะล้มตู่แล้วชูป้อมฟังเสียงประชาชนด้วย"

ต่อมานายศรัณย์วุฒิให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า สื่อมวลชนน่าจะรู้ดีว่าเป็นพรรคการเมืองใด ตนก็เพียงติดตามจากข่าว คนเชื่อมคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย และที่ นพ.ชลน่านพูดบนเวทีก็เป็นการพูดแบบรักษาน้ำใจ พล.อ.ประวิตร ถ้าตนอยู่พรรคเดิม ไม่เคยอภิปราย พล.อ.ประวิตรได้เลย ออกมาอยู่พรรคเพื่อชาติ ถึงจะอภิปรายได้ พูดได้เท่านี้ ให้ท่านลองไปปะติดปะต่อเอง มีหลักฐานที่เอามายืนยันคำว่า "ล้มตู่ ชูป้อมอย่างแน่นอน" มีทั้งหลักฐานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา และการดีลลับ ดีลลึก เดี๋ยวถึงเวลาจะเปิดหลักฐานเหล่านี้ให้รับทราบอีกครั้งแน่นอน

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่รู้ว่านายศรัณย์วุฒิหมายถึงพรรคใด แต่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างแน่นอน.   

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลาด! 'ลูกบุญทรง' หวิดได้เป็นส.ส. หลัง 'ชัยวุฒิ' ลาออก

จากกรณี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และได้ยื่นหนังสือลาออกต่อระบบสารบัญสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งความประสงค์

'ชัยวุฒิ' แจงเหตุไขก๊อก พ้นส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงกรณีลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า "วันนี้ผมได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิก