‘อนุทิน’ลั่นดันกม.กัญชาต่อ พท.จี้ปิดเสรีอย่าพี้ทั่วเมือง

“อนุทิน” มั่นใจกฎหมายสาธารณสุขได้ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดแล้ว ปชช.สามารถปลูกกัญชา ผลิตยา อาหารจากกัญชาได้เช่นเดิม แม้ถูก 3 พรรคใหญ่คว่ำร่างกฎหมายก็ไม่มีผลกระทบ ลั่น “ภูมิใจไทย” ดันร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ต่อในการประชุมสภาสมัยหน้า “ตรีชฎา” ย้ำกัญชาเป็นยาเสพติด หนุนเครือข่ายแพทย์หยุดกัญชาเสรี ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น วอน “อนุทิน” ใจกว้างรับฟังสังคมส่วนใหญ่ อย่าปล่อยพี้ทั่วเมือง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  มหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 2 และปาฐกถาพิเศษเรื่อง สถานการณ์กัญชาทางการแพทย์ของประเทศไทย ทางเลือกในอนาคต โดยมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หน่วยงานภาครัฐ อสม. และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 4,000 คน ซึ่งในช่วงที่นายอนุทินเดินเข้าร่วมงาน ได้มีประชาชนขอถ่ายรูปเซลฟีกันจำนวนมาก

นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายหลักในการปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดคือ 1.เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม 2.ผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน และ 3.เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากกัญชาอย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญที่สุดคือให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการกัญชาทางการแพทย์ เป็นทางเลือกในการรักษา ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน และเป็นส่วนผสมในยาแผนไทย ไม่ใช่เพื่อสันทนาการ ซึ่งมีกฎหมายที่จะช่วยควบคุมกำกับทั้ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข ประกาศกรมอนามัย และประกาศกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อป้องกันการนำมาใช้ในทางที่ผิด

รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า ในส่วนข้อมูลการสั่งจ่ายยากัญชาทางการแพทย์ ตั้งแต่ปี 2562-2565 มีการสั่งจ่ายยากัญชาให้กับผู้ป่วยไปแล้ว 143,874 ราย หรือจำนวน 453,818 ครั้ง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ทางรัฐบาลได้ห่วงใย พี่น้อง อสม. ในช่วงโควิดที่ผ่านมา ให้อีก 500 บาท หลังจากนี้ก็พิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม.ทั่วประเทศ เป็น 2,000 บาทอีกด้วย พร้อมให้ อสม.ส่งกำลังใจให้นายกฯ ตู่ระหว่างพักงานอีกด้วย 

"เรื่องกฎหมายกัญชาที่มีปัญหาในสภา มีพรรคการเมือง 3 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ ที่รวมตัวกันไม่เห็นชอบที่จะนำกฎหมายกัญชาออกมาใช้ได้ ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเรื่องของระบบประชาธิปไตย ก็ต้องทำตามในสภา แต่กฎหมายหลักในการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดก็ยังอยู่ ประชาชนยังสามารถปลูกกัญชา ผลิตยา อาหาร เครื่องดื่มจากกัญชาได้เช่นเดิม" นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ด้วยว่า นโยบายกัญชาของ สธ.ก็ยังดำเนินต่อไป เพราะเราใช้กฎหมายกระทรวงสาธารณสุขในการกำกับดูแลการใช้กัญชงกัญชาทางการแพทย์ให้ถูกวิธี ยืนยันว่าข้อกังวลต่างๆ ในเรื่องที่จะนำกัญชาไปใช้ในการเฮฮาปาร์ตี้ไม่มีอย่างแน่นอน เมื่อไม่มีการพิจารณากฎหมายกัญชาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่ได้หมายความว่ากัญชาจะใช้ไม่ได้ เจตนารมณ์ของ สธ. คือการปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด ได้ทำไปเรียบร้อยแล้ว กัญชาไม่ใช่ยาเสพติดอีกต่อไป เพียงแต่ว่ากฎหมายที่จะนำมาควบคุมยังไม่ได้รับการพิจารณาจากสภาเท่านั้น

"ทุกอย่างก็เป็นเหมือนเดิม จนกว่าสภาจะพิจารณาร่างกฎหมายที่เราเตรียมไว้อย่างพร้อมแล้ว ในสมัยประชุมสภา ครั้งต่อไป ประมาณเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค.นี้ ถ้าไม่พิจารณาอีกก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีกฎหมายของ สธ.อยู่ และกัญชาก็ไม่ได้เป็นยาเสพติดอีกต่อไป เพราะฉะนั้นไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการใช้กัญชา" นายอนุทินกล่าว 

น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในระหว่างที่ร่าง พ.ร.บ. กัญชาฯ ยังไม่สามารถผ่านสภาในวาระที่ 2 เพื่อให้กรรมาธิการไปพิจารณาปรับปรุงได้ ขณะที่ความกังวลจากแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาสังคมยังคงมีความห่วงใยในนโยบายกัญชาเสรี พรรคเพื่อไทยมองเห็นความกังวลในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ 1.เห็นด้วยกับแพทย์ทั่วประเทศกว่า 1,363 คนและสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย ที่เรียกร้องหยุดกัญชาเสรี เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุม จนทำให้เกิดการใช้เชิงสันทนาการ ส่งผลเสียต่อเด็ก-เยาวชน

2.พันธกรณีระหว่างประเทศในเรื่องยาเสพติดที่ประเทศไทยได้ลงนามรับรอง มี 3 ฉบับ ซึ่งกัญชาอยู่ในอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษด้วย โดยกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ได้ แต่ต้องปกป้องสุขอนามัยและสวัสดิภาพของผู้ใช้ การใช้กัญชาเสรีเพื่อการนันทนาการเป็นการขัดต่อบทบัญญัติของอนุสัญญาฯ ขณะที่การปลูกกัญชาส่วนบุคคลเพื่อใช้ทางการแพทย์เป็นการกระทำที่ขัดต่ออนุสัญญาฯ เพราะเสี่ยงต่อการรั่วไหล และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

3.เรามีความกังวลใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับการให้เยาวชนเข้าถึงกัญชาเสรี ที่กระทบความมั่นคงของสังคม หากเด็กและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงได้ง่ายและยากเกินควบคุม 4.มีช่องโหว่ที่ยังไม่ถูกปิดในช่วงที่ยังไม่มี พ.ร.บ.กัญชาฯ หากแม้มีกฎหมายออกมา ก็สามารถเสพกัญชาเพื่อสันทนาการในบ้านได้ ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อโรคและอาการทางประสาท 5.หยุดพี้เสรี เพื่อป้องกันผลข้างเคียงในระยะสั้น-ยาวต่อระบบประสาทจากการใช้สารสกัดกัญชาหรือกัญชา

6.พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ เพราะส่งผลโดยตรงทางสมองและการศึกษาของเด็กและเยาวชน ส่งผลต่อความจำและสมาธิ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ในกลุ่มผู้สูงอายุกัญชามีผลต่อความจำและการทรงตัว เสี่ยงต่อการเสียชีวิตกะทันหัน 7.ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นตามระบอบประชาธิปไตย การที่กลุ่มแพทย์เสนอให้ปิดสุญญากาศการใช้กัญชาทันทีโดยไม่ต้องรอออก พ.ร.บ.กัญชาฯ พร้อมยกเลิกประกาศถอดกัญชาออกจากยาเสพติด  8.ขณะนี้มีผู้สมัครของพรรคการเมืองเอาเมล็ดและต้นกัญชาไปแจกจ่ายประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย รัฐบาล ก็ควรตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย

น.ส.ตรีชฎากล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นถึงประโยชน์และชีวิตของประชาชน การรับฟังเสียงสะท้อนจากแพทย์ทุกองค์กรที่ส่งสัญญาณเตือนอันตรายและความห่วงใย เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องฉุกคิด หากยังเดินหน้าโดยไม่ได้คิดให้รอบคอบ จะได้ไม่คุ้มเสีย และที่ว่า ‘ได้’ ไม่แน่ใจว่าใครได้กันแน่ เพราะในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือผลกระทบต่อชีวิตประชาชน อาชญากรรมล้นเมือง คดียาเสพติด คนหลอนยามากขึ้นเรื่อยๆ อนาคตของลูกหลานเป็นสิ่งที่รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศควรตระหนักเหนือกว่าสิ่งอื่นใด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แฉงบฯส่งเสริมสุขภาพสปสช. ส่อผิดกฎหมาย กมธ.ขวาง หยุดบีบ 'อนุทิน' เซ็น

กมธ.สาธารณสุข ชี้ งบ สปสช. ส่วนของการส่งเสริมสุขภาพ ส่อผิดกฎหมาย หยุดบีบ ! “อนุทิน” ให้รีบเซ็นใช้งบ ปี 66 แนะ สำนักงบฯ ต้องทำให้ถูกต้องก่อน โดยการเสนอเรื่องให้ ครม. แก้ไขถ้อยคำ และ ออกพระราชกฤษฎีกา

สูตรไหนป้อมก็‘รัฐบาล’

“เพื่อไทย” หวังศาลรัฐธรรมนูญชี้ทางออกประเทศในการตีความกฎหมายลูก ผวา! หากขัด รธน.ต้องออก

‘เอเปก’ออกผลแล้ว เกาหลีใต้ขอแรงงาน

ผลพวงเอเปก แรงงานไทยเนื้อหอม "สุชาติ" เผยเกาหลีใต้เพิ่มโควตาแรงงานไทย ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งจากเดิม 2,500 คน คิดเป็นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ อนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก