เก็บค่าธรรมเนียมใช้ถนนเข้าเมือง

"คมนาคม" จับมือเยอรมนีลุยลดก๊าซเรือนกระจกภาคขนส่ง ผุดมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนเข้าเมือง แก้จราจร-ลดมลพิษ ดึงคนใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่ม ชูโมเดลสิงคโปร์-อังกฤษ เล็งนำร่องพื้นที่ กทม.ตามแนวรถไฟฟ้า จ่อสรุปเสนอกระทรวงภายในปีนี้

เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาปิดโครงการสนับสนุนการพัฒนามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีความท้าทายของภาคการขนส่ง  (TRANSfer III-Facilitating the Development of Ambitious  Mitigation Actions) เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของความร่วมมือในการส่งเสริมการขนส่งที่สะอาดและยั่งยืนของประเทศไทยว่า กระทรวงคมนาคมได้กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก 31 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ (NDC) ภายในปี  2573 และหากประเทศไทยได้รับการสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยจะสามารถยกระดับเป้าหมาย NDC ขึ้นเป็น 40%

นอกจากนี้ จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2593  และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero greenhouse gas emission) ภายในหรือก่อนหน้า ปี 2608 ตามที่ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงไว้ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร

ด้านนายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า  ตามที่ สนข.และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาการขนส่งที่มีความท้าทาย ทั้งการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด และการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ โดยมีกรอบระยะเวลาในการศึกษา 5 ปี หรือตั้งแต่ปี 2560-2565

ทั้งนี้ ในความร่วมมือดังกล่าว GIZ ได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนในเขตพื้นที่การจราจรหนาแน่นในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ที่มีความหนาแน่น พร้อมทั้งช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ได้ 3-36% รวมถึงลดก๊าซเรือนกระจก และผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

นายปัญญากล่าวว่า ในการศึกษามาตรการดังกล่าว  GIZ ได้จำลองพื้นที่นำร่องที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนน โดยใช้แนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมาเป็นตัวกำหนดหากจะเข้าพื้นที่ใจกลางเมือง เช่นพื้นที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, ปทุมวัน, จตุจักร เป็นต้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการเดินทางหนาแน่น ทั้งนี้ จากการศึกษาในประเทศไทยถึงมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนน  คาดว่าจะช่วยลดจราจรติดขัดได้ 20% นอกจากนี้ ช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ได้ 3-36% รวมทั้งลดก๊าซเรือนกระจก 100,000-600,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

ส่วนจะนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทยเมื่อไหร่นั้น นายปัญญากล่าวว่า ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เนื่องจากต้องพิจารณาถึงความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะ เช่น  โครงข่ายรถไฟฟ้าใน กทม.และปริมณฑล รวมทั้งระบบฟีดเดอร์ต่างๆ อาทิ รถโดยสารประจำทาง และระบบตั๋วร่วมที่ต้องมีความสมบูรณ์ ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลา ยกตัวอย่างเช่น กรุงลอนดอน ได้มีการศึกษาเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ปี  2503 แต่ใช้เวลากว่า 30 ปีถึงจะนำมาใช้จริง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสมและกระทบกับประชาชน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่นำมาตรการดังกล่าวมาใช้

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมการใช้ถนนนั้น เบื้องต้นมีการจำลองค่าธรรมเนียมสำหรับรถทุกประเภทในราคา 60  บาทต่อเที่ยวต่อคัน โดยคิดจากพื้นฐานของการจัดเก็บค่าทางด่วน ส่วนรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียม จะประยุกต์ใช้จากระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม่กั้น หรือ M-Flow คือรถเข้าใช้ก่อนแล้วจ่ายทีหลัง  เหมือนกับประเทศสิงคโปร์

นอกจากนี้ หากมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนน  จะมีแนวทางการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ โดยผู้ที่มาบริหารจัดการต้องมาจากหน่วยงานกลาง เพื่อนำเงินที่จัดเก็บได้มาปรับปรุงการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงใช้ขับเคลื่อนและพัฒนาระบบบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ เช่น การทำจุดจอดรถเพื่อให้ผู้ที่จ่ายเงินได้ใช้ประโยชน์ ช่วยแก้ปัญหาการจราจรและสิ่งแวดล้อมด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอเปก’ออกผลแล้ว เกาหลีใต้ขอแรงงาน

ผลพวงเอเปก แรงงานไทยเนื้อหอม "สุชาติ" เผยเกาหลีใต้เพิ่มโควตาแรงงานไทย ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งจากเดิม 2,500 คน คิดเป็นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ อนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก

ประชาธิปัตย์อึดอัด ‘จุรินทร์’ ถาม ‘บิ๊กตู่’ ส่งชื่อ ‘นริศ’ ปรับครม.7สัปดาห์ยังเงียบ

"จุรินทร์" เผยประชาธิปัตย์อึดอัด ส่งชื่อ "นริศ" ให้นายกฯ เพื่อปรับครม.เข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 แล้วยังไม่เกิดอะไรขึ้น ลั่น! การเป็นรัฐบาลผสมต้องให้ความสำคัญกับทุกพรรค "พีระพันธุ์" เผยยังไม่ได้คุยกับ "บิ๊กตู่" เรื่องย้ายเข้ารวมไทยสร้างชาติ

‘ปิยบุตร’ ซัดก้าวไกล เล่นปาหี่! แก้ม.112

เกาเหลาอำมาตย์สามนิ้ว "ปิยบุตร" ยำเละพรรคก้าวไกล ไม่เอาจริงเสนอแก้ ม.112 ถามแค่หวังได้แต้มทางการเมืองหรือเปล่า ลากไส้ทำไปเพื่อรักษาคะแนนคนรุ่นใหม่ ให้ได้ชื่อว่า “กูทำแล้วนะ” เหน็บ ส.ส.ทำอะไรได้มากกว่าไปประกันตัว ไปสังเกตการณ์การชุมนุม ออกมารับหนังสือร้องเรียนแค่เป็นข่าว ขณะที่ "พิธา" ยันเดินหน้าแก้ ม.112 ต่อ โทษรัฐบาลปิดกั้น