ปปช.ตั้งอนุกก. ไต่สวน‘สราวุธ’ ฮั้วซ่อม3ศาล

ป.ป.ช.ตั้งอนุ กก.ไต่สวน “สราวุธ เบญจกุล” อดีตเลขาธิการศาลยุติธรรม ปมฮั้วเอกชนปรับปรุงอาคาร “ศาลพระโขนง-มีนบุรี-ตลิ่งชัน” ปี 62 วงเงินกว่า 140 ล้านบาท แจงปมยื่นบัญชีทรัพย์สิน “บิ๊กตู่” นายกฯ ปี 62 กับวาระ 8 ปี ไม่เกี่ยวกัน ชี้ตีความกฎหมายคนละฉบับ 

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีกล่าวหานายสราวุธ เบญจกุล อดีตเลขาธิการศาลยุติธรรม กับพวก เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนในการจัดจ้างปรับปรุงอาคารศาลจังหวัดพระโขนง  ศาลจังหวัดมีนบุรี และศาลจังหวัดตลิ่งชัน เมื่อปีงบประมาณ 2562 รวมวงเงินกว่า 140 ล้านบาทแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนายสราวุธครั้งนี้ มีการเพิ่มเติมข้อกล่าวหา จากเดิมที่กล่าวหากรณีการปรับปรุงอาคารศาลจังหวัดพระโขนง 42.3 ล้านบาท โดยรวมศาลจังหวัดมีนบุรีและศาลจังหวัดตลิ่งชันเข้าไปด้วย

ทั้งนี้ เมื่อครั้งนายสราวุธเป็นเลขาธิการศาลยุติธรรม เคยถูกกล่าวหาในคดีการว่าจ้างปรับปรุงอาคารศาลพระโขนง วงเงิน 42.3 ล้านบาท เมื่อปี 2562 โดยพบว่ามีเอกชนเข้ามาปรับปรุงอาคารก่อนจะมีการว่าจ้างประกวดราคาอย่างเป็นทางการ ต่อมานายสราวุธไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานศาลยุติธรรม 

หลังจากนั้นนายสราวุธถูกคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเห็นว่ามีมูล จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ก่อนสรุปความเห็นส่งที่ประชุม ก.ต. โดยที่ประชุม ก.ต.เห็นว่า นายสราวุธผิดวินัยร้ายแรง และ ก.ต.มีมติ 8 ต่อ 7 เสียง ไล่นายสราวุธออกจากราชการ

ในช่วงต้นปี 2565 นายสราวุธได้เข้าสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ด้วย แต่เนื่องจากถูก ก.ต.ลงมติผิดวินัยร้ายแรง และถูกไล่ออกจากราชการ จึงถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง

เลขาธิการ ป.ป.ช.ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในเมื่อเริ่มนับวาระดำรงตำแหน่ง 6 เม.ย.60 แล้วเหตุใดในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เมื่อปี 62 ถึงไม่มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า เป็นเรื่องการตีความกฎหมายคนละฉบับกัน ในส่วนของ ป.ป.ช. ตีความตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ส่วนเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการตีความตามรัฐธรรมนูญ

นายนิวัติไชยกล่าวว่า ประเด็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยอธิบายไว้แล้วว่า เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กับเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี เป็นคนละเรื่อง ไม่ได้เกี่ยวกัน

 “อย่างที่อาจารย์วิษณุเคยพูดไปแล้วว่า การวินิจฉัยแต่ละองค์กรแตกต่างกัน กฎหมาย ป.ป.ช.ตีความเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส่วนรัฐธรรมนูญตีความเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ เป็นคนละส่วนกัน” เลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดรีมแมตช์ ‘ญี่ปุ่น’ บู๊‘บราซิล’ คนไทยทำใจเลือกเชียร์ยาก

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 29 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่ วันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย มีเกมฟาดแข้ง 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์สำคัญเป็นการดวลกันระหว่าง บราซิล ปะทะ ญี่ปุ่น