นายกฯไล่บี้สีกากีนอกรีต ผบ.ตร.เต้นสางคดีฉาว

"บิ๊กตู่" นั่งหัวโต๊ะ ก.ตร. สั่งเข้มขันนอตตำรวจนอกรีต ทุบโต๊ะคนไม่ดีต้องเอาออก ไล่บี้คดีตู้ห่าว-รับจ๊อบวีไอพี   ฮึ่มลงโทษตามกระบวนการ ขณะที่ "ผบ.ตร." เด้งรับลูกไล่สอบย้อนหลัง 10 ปี เล็งยื่นถอนประกันเมียตู้ห่าวข่มขู่ยุ่งพยาน  เดินหน้าคุ้ยข้อมูลเว็บพนันออนไลน์แกะรอย บ.4 ผงะ! ปี 65 สตช.ไล่-ปลดออกตำรวจแตกแถวระนาว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ม.ค.2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2566 ภายหลังการประชุมนายกฯ  แถลงว่า วันนี้เป็นการประชุม ก.ตร. เรื่องการบริหารกิจการภายในหลายเรื่องด้วยกัน เพื่อให้สอดรับกับการใช้พระราชบัญญัติตำรวจฉบับใหม่ ให้เกิดความสอดคล้องและถูกต้องหลายอย่าง รวมถึงพิจารณาการอุทธรณ์การลงโทษต่างๆ ที่มีสถิติการลงโทษอยู่พอสมควร

 “นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. ได้สั่งย้ำในเรื่องเหล่านี้ ขอให้ตำรวจทุกนายประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบวินัยอันดีงามและเป็นไปตามกฎหมาย   และให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เพราะตัวเองถือกฎหมายอยู่หลายฉบับ จึงได้ย้ำเตือนให้ผู้บังคับบัญชาเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดในการทำงาน สำหรับคนดีก็ต้องให้กำลังใจ คนไม่ดีก็ต้องเอาออกไป ซึ่งนี่คือกติกาในระเบียบการปกครองของทุกหน่วยงานอยู่แล้ว มีระเบียบวินัยทหาร ตำรวจจะมีธำรงวินัยด้วย” นายกรัฐมนตรีระบุ

ผู้สื่อข่าวถามถึงคดีตู้ห่าว นายกฯ ได้กำชับอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตำรวจได้แถลงไปแล้ว ขอให้ฟังตำรวจแถลง ซึ่งมีหลายหน่วยงานทำงานเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) อะไรต่างๆเยอะแยะไปหมด ฟังเวลาเขาแถลงรวมด้วย ซึ่งการทำงานจะต้องบูรณาการกับทุกภาคส่วน แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรี รัฐบาล ให้ความสนใจในเรื่องนี้                  “แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยในการต่อสู้คดี เช่นเดียวกับคดีอื่นๆ  ในทุกคดี หลายอย่างทำแบบไม่รอบคอบไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดทำสำนวนส่งไปอย่างอัยการและศาล ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม หลายอย่างอาจไม่ทันใจ ซึ่งต้องเห็นใจ เพราะการทำงานต้องมีหลักฐานประกอบทุกอัน ผมพยายามเตือน ใครที่เกี่ยวข้องก็ต้องถูกลงโทษ หากตรวจสอบแล้วมีความผิดจริงไม่ละเว้น” นายกรัฐมนตรีระบุ

เมื่อถามว่าคดีตู้ห่าวมีการโยงถึงนักการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็บอกแล้วไง ถ้าสอบแล้วเจอเกี่ยวข้องมีความผิดจริง มีหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน และหลักฐานอื่นๆ ทั้งหมด มันก็ต้องถูกสอบสวนนั่นแหละ ใช่หรือไม่ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีการโยงถึงคนที่ใส่นาฬิกา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถามคำถามไร้สาระแบบนี้ เป็นธรรมดาตนก็ต้องหงุดหงิดบ้าง ไร้สาระน่า คดีนี้จะไปยึดโยงอะไรกับใครล่ะ

เมื่อถามว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ดิสเครดิตไง คุณก็รู้ว่ามันดิสเครดิตทางการเมืองแล้ว คุณจะมาพูดทำไม การเมืองก็เรื่องของการเมือง

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงคดีตำรวจอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวจีนว่า เรื่องนี้ได้เน้นย้ำไปแล้ว หากผิดก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ใครทำผิดก็ต้องลงโทษ เพราะการรับจ๊อบนอกราชการ การเอารถราชการไปใช้ถือว่าทำผิด เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็ต้องลงโทษป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ส่วนเว็บไซต์ต่างประเทศยังมีการโฆษณาขายแพ็กเกจดังกล่าวอยู่นั้น ย้ำว่าถ้าไม่ถูกก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้กำลังปรับปรุง พ.ร.ก.เกี่ยวกับการทำผิดทางออนไลน์ การโฆษณาเกินความเป็นจริง ขอให้การทำ พ.ร.ก.ผ่านก่อน

ส่วนที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ออกมาปฏิเสธว่าไม่มี ทั้งที่เว็บไซต์ต่างประเทศบอกว่ามีการทำกันมาเป็น 10 ปี เป็นการรีบปฏิเสธเกินไปหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้ามีปัญหาก็แก้ไขต้องตรวจสอบ ถ้ามีการร้องเรียนมีหลักฐานปรากฏก็ต้องลงโทษ มีหลายอย่างที่ต้องช่วยกันดูแล ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยปิดกั้นใคร ซึ่งตนได้สั่งการให้มีการติดตามสืบสวนดำเนินคดี ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่กลายเป็นว่าพอมีข่าวรัฐบาลกลับถูกกล่าวหาว่าทุจริต ขอให้ย้อนกลับไปดูก่อนหน้าที่ตนเองเข้ามา ว่าเคยมีการดำเนินคดีหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังด้วยว่ามีการทำกันมายาวนานหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมทุกอย่าง ส่วนจะเป็นการซ้ำรอยกับทัวร์ศูนย์เหรียญหรือไม่ ได้ย้ำว่าก็กำลังทำให้ดีที่สุด ไม่ให้ซ้ำรอย ไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศและการท่องเที่ยว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดอย่างไรที่มีคนบอกว่าแค่มีเงินก็สามารถซื้อและทำอะไรก็ได้ในประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า แล้วมันใช่มั้ยล่ะ มันใช่มั้ย เธอเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มันใช่มั้ย  ถ้าพูดอย่างนั้นมันใช่มั้ย แล้วแทนที่คุณจะทำความเข้าใจเขา กลายเป็นว่าคุณไปเห็นด้วยกับเขาไปด้วย มันก็มีทุกประเทศนั่นแหละ

วันเดียวกัน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวว่า การประชุม ก.ตร.ในครั้งนี้ เป็นการรายงานผลของอนุ ก.ตร.ด้านต่างๆ สำหรับการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเดือนม.ค. มีการไล่ออกจากราชการ 9 นาย ปลดออกจากราชการ 3 นาย ส่วนผลสรุปการลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำปี 2565 เริ่มต้นตั้งแต่เดือน ม.ค.- ธ.ค.2565 มีการไล่ออกจากราชการ 201 นาย ปลดออกจากราชการ 58 นาย รวมทั้งสิ้น 259 นาย

ขณะที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีเพจดังระบุว่า ตำรวจไทยรับจ้างบริการนักท่องเที่ยวมากว่า 10 ปีว่า หากมีหลักฐานชัดเจนจะลงโทษทั้งทางอาญาและทางวินัย แต่ตอนนี้ขอเวลาให้ชุดเจ้าหน้าที่สอบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากภาพที่ปรากฏตามสื่อ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวส่วนหนึ่ง และเป็นตำรวจจราจรส่วนหนึ่ง และอาจจะมีบุคคลอื่นร่วมกระทำผิดทั้งในส่วนของไกด์นำเที่ยว ซึ่งก็จะต้องไปสอบสวนให้ครบทุกด้าน ซึ่งตอนนี้ได้สั่งการกำชับให้ทางจเรตำรวจลงไปตรวจสอบในทุกประเด็นแล้ว และจากนี้จะไม่ให้โฆษกของแต่ละ บช.ออกมาชี้แจงแล้ว เพราะอาจจะทำให้คำตอบและข้อมูลมีความสับสนไม่ตรงกัน

ผบ.ตร.กล่าวยืนยันว่า บริการพิเศษนี้ไม่มีบริการให้แก่กลุ่มก่อการร้าย เพราะจะต้องมีการตรวจสอบก่อนอยู่แล้ว และไม่ได้เป็นไปตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีแนวทางไปแล้วว่าการจะนำขบวนใครก็ตาม ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งการนำขบวนในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เป็นการกระทำโดยพลการ ซึ่งมีความผิดที่จะต้องลงโทษ ทั้งนี้ต้องขอเวลาให้ตำรวจได้มีการตรวจสอบก่อนว่ามีใครที่เข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ จะกี่ปีย้อนหลังก็สามารถตรวจสอบได้ อยู่ที่หลักฐานเป็นหลัก ถ้าหากออกมาพูดปากเปล่า หรือพูดลอยๆ ก็คงตรวจสอบไม่ได้ แต่ถ้าหากผู้ใดมีข้อมูล ขอให้ส่งมาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ตรวจสอบ ยืนยันว่าพร้อมที่จะดำเนินการต่อ

 “ตำรวจสวมเครื่องแบบไปรับจ้างนอกเวลา จะใช้รถส่วนตัวหรือรถหลวงก็ผิดทั้งนั้น เพราะเป็นการกระทำโดยพลการ และไม่ได้ทำตามคำสั่ง ดังนั้นจึงไม่มีหน้าที่การจะนำรถไปใช้กิจใดๆ ต้องมีเหตุและผล และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และก่อนหน้านั้นก็มีคำสั่งชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งนี้ พร้อมลงโทษอย่างหนักหากตรวจสอบพบว่าผิดจริง เพื่อให้เกิดความเกรงกลัว และไม่เป็นเยี่ยงอย่างต่อเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ”  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ระบุ

 ส่วนจะเรียกสาวจีนที่โพสต์คลิปมาสอบถามเพิ่มเติมหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า หากจเรตำรวจพิจารณาแล้วว่าจำเป็น ก็จะประสานให้เข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ แต่ตอนนี้ผู้โพสต์อาจไม่อยู่ในประเทศไทยเเล้ว

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวด้วยว่า ผู้ต้องหาในคดีนายตู้ห่าวคือ พ.ต.อ.หญิงวัทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ ภรรยาของนายตู้ห่าว และพวกอีกสองคน มีพฤติการณ์ข่มขู่พยานเป็นความจริง จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนทำเรื่องพร้อมนำหลักฐานยื่นต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหาแล้ว แต่ทางศาลยังให้โอกาสไม่เพิกถอนประกันตัวชั่วคราว จากนี้พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบพฤติการณ์ผู้ต้องหาทุกคนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบการข่มขู่ยุ่งเหยิงพยาน ก็จะยื่นเพิกถอนประกันทันที ส่วนความคืบหน้าของคดีเมื่อวันที่ 24 ม.ค. มีการสอบพยานล่วงหน้าหนึ่งปากเป็นพยานชาวจีน ซึ่งระหว่างนี้จะทยอยเรียกสอบพยานล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบเว็บพนันออนไลน์ "มาเก๊า 888" อย่างต่อเนื่อง โดยการตรวจสอบจะต้องให้มีความครอบคลุม โดยเฉพาะประเด็นที่มีดาราสาวท่านหนึ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีตำรวจอักษร บ.4 นายเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ส่วนที่มีข้อมูลว่าคนที่ทำงานในเว็บพนันแฝงตัวเป็นตำรวจไปอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า หลังจากได้รับรายงานข่าวก็ได้สั่งเร่งให้มีการตรวจสอบ ถ้าหากพบว่ามีจริงก็ต้องถูกลงโทษ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ขอให้ 'ตะวัน-แบม' ปลอดภัย ห่วงเยาวชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มบิดเบือนสร้างขัดแย้งในสังคม

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความห่วงใยกรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน) นางสาวอรวรรณ ภู่พงษ์ (แบม)