กกต.งานชุก!แห่ร้องกันวุ่น

"สนธิญา" ร้อง กกต.ยุบพรรคเพื่อไทยปม "ชลน่าน" โว "วีรศักดิ์-อบจ.โคราช" ผนึกกำลังแลนด์สไลด์ พร้อมสอบ "ณัฐวุฒิ" ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองแต่ได้ร่วมกิจกรรมในพรรค "ชูศักดิ์" โต้กลับไม่เข้าข่ายความผิด เชื่อมีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง จ่อยื่นยุบพรรคคืน    "ปชป." โดนด้วย “เรืองไกร" ร้องสอบเอ็มวี เพลงเช้าวันใหม่ ส่อฝ่าฝืนระเบียบหรือไม่ อธิการฯ ม.ทักษิณให้อภัย "ชัยชนะ" แล้ว หลังขอขมาปราศรัยด้อยค่า

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 7 มีนาคม นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน   สภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องต่อ กกต.กรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แต่งตั้งให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ในคดีปิดล้อมบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้าดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในพรรคเพื่อไทย

โดยนายสนธิญากล่าวว่า นายณัฐวุฒิ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ได้มีการขึ้นปราศรัยในเวทีของพรรค พท. สนับสนุนผู้สมัคร และเปิดเผยนโยบายของพรรค  ด้อยค่าบุคคลอื่น แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไม่สบาย ก็นำขึ้นไปกล่าวบนเวที ซึ่งการที่พรรค พท. นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ให้นายณัฐวุฒิมีส่วนร่วมในเวทีต่างๆ ของพรรค จึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 258 (2) ที่ระบุว่า การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองต้องมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและการคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรมเข้ามาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะฉะนั้นกรณีการที่นายณัฐวุฒิ ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง มีสิทธิ์อะไรขึ้นไปเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง

นายสนธิญากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้ยื่นคำร้องกรณีที่ นพ.ชลน่านให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในการปราศรัยใหญ่ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2566 โดยระบุว่า "นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ของการเมือง ที่มีอดีตรัฐมนตรีช่วยวีรศักดิ์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรมช.คมนาคม) มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และมีพรรคเพื่อไทย รวมเป็นแกนเดียวกัน จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์" ซึ่งนายวีรศักดิ์และ อบจ.นครราชสีมา เป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 ระบุว่าห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมือง และมาตรา 29 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ดังนั้นการกระทำดังกล่าวสามารถนำไปสู่การดำเนินการสั่งยุบพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 (3) ได้

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ตอบโต้นายสนธิญาว่ากรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเพียงการพูดว่านายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต รมช. ตลอดจนกลุ่ม อบจ.นครราชสีมา และพรรค พท.เป็นกลุ่มเดียวกัน มีความหมายเพียงว่า บุคคลตามที่กล่าวมาเป็นผู้สนับสนุน พท. เพื่อนำไปสู่การแลนด์สไลด์เท่านั้น ไม่ได้มีการกระทำใดที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของ พท. ในลักษณะที่จะทำให้ พท.และสมาชิกพรรคขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแต่อย่างใด ซึ่งการที่บุคคลใดจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดนั้น ย่อมเป็นสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นที่จะพึงกระทำได้ อันถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในทางการเมือง และ พท.ก็ไม่ได้มีการกระทำใดที่จะถือเป็นการยินยอมให้บุคคลเหล่านั้น กระทำการในลักษณะเช่นนั้นแต่อย่างใดเช่นกัน

นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า พท.ได้แต่งตั้งให้นายณัฐวุฒิเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรค และยื่นเอกสารดังกล่าวต่อเลขาธิการ กกต.ไปก่อนหน้านั้นแล้ว แม้นายณัฐวุฒิจะมีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัคร ส.ส. หรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นสมาชิกพรรค แต่ยังคงเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายที่จะเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคและผู้สมัครของพท.ได้ ตามระเบียบของ กกต. ซึ่งกำหนดคุณสมบัติของผู้ช่วยหาเสียงไว้ว่า เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น และ กกต.ก็ประกาศรับรองการเลือกตั้งที่ผ่านมา การที่กล่าวอ้างรัฐธรรมนูญ ม.258 (2) ซึ่งเป็นเรื่องการปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่บทบัญญัติที่ห้ามบุคคลกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด จึงเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่เป็นสาระ

"ข้อกล่าวอ้างของนายสนธิญาจึงไม่เข้าองค์ประกอบใดๆ ที่จะถือว่า พท.กระทำการอันฝ่าฝืนต่อกฎหมายพรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญ และเห็นว่านายสนธิญาได้ยื่นคำร้องให้ยุบ พท.มาแล้วหลายครั้ง โดยมิได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ครบถ้วนและถูกต้องก่อน จึงเห็นว่าอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 101 ของกฎหมายพรรคการเมืองที่บัญญัติว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น พท.จึงจะได้ยื่นคำร้องขอให้ กกต.ดำเนินการสืบสวนไต่สวนและเอาผิดต่อไป นอกจากนี้ทราบว่ามีแกนนำบางคนของบางพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังการดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานยื่นขอให้ กกต.ดำเนินการยุบพรรคการเมืองดังกล่าวตามมาตรา 101 วรรคสองต่อไปด้วย" นายชูศักดิ์กล่าว

ขณะที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ตนได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึง กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบเอ็มวีเพลงเช้าวันใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ข้อ 18 หรือไม่ กรณีดังกล่าว มาจากข่าวที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทย อดีต กกต. ได้ระบุไว้ส่วนหนึ่งว่า เอ็มวีของพรรค ปชป. น่าจะเข้าข่ายผิดระเบียบการหาเสียงของ กกต. จึงควรส่งเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบว่าเอ็มวีเพลงเช้าวันใหม่ที่ ปชป.ได้ทำขึ้นมานั้นเข้าข่ายการฝ่าฝืนระเบียบฯ ข้อ 18 หรือไม่

ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งพบว่าในบางจังหวัดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เป็นไปตามหลักรัฐธรรมนูญ การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ในหลายพื้นสร้างความสับสนให้ประชาชน เพราะแบ่งเขตเลือกตั้งแบบไม่เห็นหัวประชาชน และไม่เป็นไปตามหลักรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้มีกระแสข่าวว่าผู้มีอำนาจและอิทธิพลบางกลุ่มบางคนสั่งการให้แบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.ตามที่ผู้มีอำนาจต้องการเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองบางพรรค

"อยากฝากไปยัง กกต. ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน อย่าให้เป็นเหมือนการเลือกตั้งปี 2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 จัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปตามใจของผู้มีอำนาจและความได้เปรียบทางการเมือง นอกจากนี้ การคิดคะแนนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ควรที่จะโปร่งใสสามารถอธิบายกับสังคมได้ เจ้าหน้าที่ กกต.ต้องระมัดระวัง และกรรมการประจำหน่วยต้องซื่อสัตย์ หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่โปร่งใส จะมีการฟ้องร้องต่อกระบวนการยุติธรรม หาก กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เชื่อว่าจะมีคนไปร้องศาลเอาผิดกับ กกต. ซึ่งสุดท้ายกกต.อาจติดคุกได้” นายสมคิดกล่าว

วันเดียวกัน นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง 2 สมัย บิดาของ น.ส.ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี หรือ ดร.เดย์ ว่าที่ผู้สมัคร ปชป. เขต 2 พัทลุง เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เพื่อมอบพวงมาลัยขอโทษ รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดี ที่ได้กล่าวปราศรัยล่วงเกินเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา  โดยนายชัยชนะกล่าวว่า มาทำหน้าที่ของลูกผู้ชายและนักการเมืองที่ดี ที่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดในคำพูดของตัวเอง โดยได้มอบพวงมาลัยและกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการ รวมทั้งได้ทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณท่านอธิการบดี คณาจารย์ รวมทั้งน้องๆ นักศึกษาของมหาวิทยาลัย ที่ได้เข้าใจ ที่ตนได้พลั้งเผลอพูดออกไปในเชิงด้อยค่าสถาบันการศึกษาอื่นนั้น ก็มีความไม่สบายใจ เนื่องจากมีเจตนาที่จะพูดถึงคุณภาพของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ไม่มีเจตนาก้าวล่วงสถาบันการศึกษาใดๆ

"การปราศรัยของผมที่พัทลุงที่ผ่านมา  ได้ให้บทเรียนแก่ผมมากมาย โดยเฉพาะการคิดก่อนที่จะพูดปราศรัย เพราะผมตระหนักแล้วว่าผมได้รับประสบการณ์และทำให้ผู้ใหญ่และแกนนำพรรคที่ผมสังกัดต่างเข้ามาตักเตือนผม และให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการปราศรัยในครั้งต่อๆ ไปด้วย" นายชัยชนะกล่าว

ด้าน รศ.ดร.ณฐพงศ์กล่าวว่า เมื่อผิดก็ขอโทษ ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าการให้อภัย ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยพิสูจน์ให้สังคมได้เห็นแล้วว่าเข้มแข็งและยิ่งใหญ่ขนาดไหน โดยตนมองว่าการแข่งขันทางการเมืองหลังจากนี้ จะมีนโยบายที่สร้างสรรค์ ขับเคี่ยวกันในเชิงนโยบาย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า นายชัยชนะขอโทษมหาวิทยาลัยทักษิณต่อสาธารณชนแล้ว และไปพบอธิการบดีเพื่อขอโทษอย่างเป็นทางการ คิดว่าเรื่องน่าจะยุติได้ เพราะนายชัยชนะก็พูดชัดแล้วไม่ได้มีเจตนาจะไปด้อยค่ามหาวิทยาลัยทักษิณแต่อย่างใด และการปราศรัยอะไรทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าต้องพูดอะไรแค่ไหน อย่างไร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง