สะพัด‘ป้อม’สั่งวิป หนุนร่างพรบ.ตร. เบิกทางรัฐตำรวจ

จับตา กมธ.วิสามัญร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติโหวตรับรายงานอนุ กมธ.สะพัด! “บิ๊กป้อม” สั่งวิปรัฐบาล หนุน ก.ตร.ตัดฝ่ายบริหารและคนนอกออก เหลือแต่อดีตนาย ตร.ชั้นผู้ใหญ่ ชี้เป็นการเปิดทาง "รัฐตำรวจ" ผงาดอยู่เหนือการควบคุม ขัดต่อ รธน.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน แหล่งข่าวในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ…. เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 พ.ย. เวลา 10.00 น. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ จะมีการโหวตรับรองรายงานของคณะอนุกรรมาธิการฯ ที่มี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ เป็นประธาน โดยมีประเด็นสำคัญคือการแต่งตั้งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่จะมีบทบาทในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เนื้อหาตามร่างเดิมที่ผ่านหลักการวาระ 1 ยึดจากการศึกษาของคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ที่กำหนดโครงสร้างประกอบด้วยบุคคลจากหลายฝ่าย เพิ่มหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นเพื่อให้มีการปฏิรูปองค์กรตำรวจอย่างจริงจังตามรัฐธรรมนูญ

โดยเฉพาะการให้คนนอกเข้ามาร่วมนั่ง ก.ตร.ด้วย แต่ปรากฏว่าในรายงานของอนุกรรมาธิการฯ มีการแก้ไข โดยตัดเอาฝ่ายบริหารและคนนอกออกไป เหลือแต่ระดับอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาเป็นก.ตร.ทั้งหมด

“การทำเช่นนี้ไม่ใช่การปฏิรูป แต่เป็นความพยายามให้เกิดองค์กรรัฐอิสระ อยู่เหนือการควบคุมดูแลจากฝ่ายใด ที่สำคัญมีความพยายามวิ่งเต้นผ่านคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยล่าสุดมีกระแสข่าว พล.อ.ประวิตรได้มีคำสั่งผ่านประธานวิปฯ ให้โหวตตามรายงานของอนุกรรมาธิการฯ ในวันพรุ่งนี้ด้วย”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เรื่องนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับกรรมาธิการฯหลายคน เพราะต่างเห็นว่าเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการปฏิรูปตำรวจ และคณะกรรมการปฏิรูปก็ได้เสนอแนวทางที่ผ่านการพิจารณามาอย่างรอบด้าน ที่เชื่อว่าจะทำให้การปฏิรูปวงการสีกากีของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง แต่หากเอาตามที่อนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญ และยิ่งเปิดโอกาสให้รัฐตำรวจผงาดมากขึ้น ดังนั้นต้องจับตาดูว่าผลโหวตที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ จะออกอย่างไร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดรีมแมตช์ ‘ญี่ปุ่น’ บู๊‘บราซิล’ คนไทยทำใจเลือกเชียร์ยาก

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 29 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่ วันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย มีเกมฟาดแข้ง 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์สำคัญเป็นการดวลกันระหว่าง บราซิล ปะทะ ญี่ปุ่น