นายกฯตีปี๊บประกันข้าว เยียวยาชาวนาสุพรรณ

นายกฯ ลงพื้นที่มอบเงินชาวนาสุพรรณฯ ตีปี๊บประกันรายได้เกษตรกร “จุรินทร์” ยันดีเดย์ 9 ธ.ค.จ่ายเงินส่วนต่างข้าว-ยาง 87,000 ล้านบาท “โฆษกรัฐบาล” ซัดกลับจำนำข้าวเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการนโยบายยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกำหนดการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมลงพื้นที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เป็นประธานกิจกรรมส่งมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนานปีการผลิต 2564-65 ในวันที่ 9 ธ.ค.ว่า การที่นายกฯ ไปถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญความเดือดร้อนและเยียวยาเกษตรกร ตนในฐานะ ส.ส.สุพรรณบุรีและเป็นรัฐมนตรีด้วยต้องไปต้อนรับ ร่วมกับสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา จ.สุพรรณบุรี

เมื่อถามว่า มีบางส่วนมองว่ามีนัยทางการเมือง นายวราวุธกล่าวว่า ถ้าเป็นนัยทางการเมืองและประชาชนได้ประโยชน์ก็คือเป็นสิ่งที่ดี วินๆ ทั้งคู่ และการที่นายกฯ เดินทางไปหลายพื้นที่ทำให้ได้สัมผัสกับประชาชนทุกภาค ได้รับฟังเสียง ซึ่งแน่นอนมีคนทั้งชอบและไม่ชอบนายกฯ แต่เมื่อได้ลงพื้นที่ทำให้ได้เห็นความเดือดร้อนประชาชนด้วยตัวเอง และทำให้ประชาชนได้มีโอกาสใกล้ชิดตัวนายกฯ มากขึ้น ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี

​ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปยัง จ.สุพรรณบุรี ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยมองว่านโยบายจำนำข้าวมีประโยชน์กับชาวนามากกว่า​นั้น สุดแล้วแต่นโยบายของแต่ละพรรคการเมือง หากเป็นจำนำข้าวต้องระมัดระวังอย่าให้มีการทุจริตเหมือนที่ผ่านมาอีก​ เพราะเป็นประเด็นใหญ่สำคัญ ถ้าทั้งหมดไปตกอยู่ในมือของพ่อค้าหรือคนที่ทุจริตไม่คุ้มกับการเอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปจ่าย

นายจุรินทร์กล่าวถึงการจ่ายเงินส่วนต่างประกันรายได้ข้าวและยางพาราว่า​ เงินส่วนต่างของนโยบายประกันรายได้ข้าวจ่ายก่อนหน้านี้แล้ว 3 งวด เป็นเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท โดยงวดที่ 1 งวดที่ 2 เต็มงวด และงวดที่ 3 จ่ายไปครึ่งงวด งวดที่จะจ่ายจากนี้ไปจะเป็นงวดที่ 3 ส่วนที่เหลือ และงวดที่ 4-7 รวม 5 งวดเป็นเงินประมาณ 64,000 ล้านบาท จะจ่ายวันที่ 9-13 ธ.ค. ส่วนงวดที่เหลือคือ งวดที่ 8 เป็นเงิน ประมาณ 3,720 ล้านบาท และสุดท้ายงวดที่ 9-33 ซึ่งข้าวจะออกน้อย จ่ายรวมทั้งหมดที่เหลือประมาณ 3,200 ล้านบาท รวมทั้งหมดเป็นเงินประมาณ 87,000 ล้านบาท

ส่วนยางพาราเช่นเดียวกัน​ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจะมีการโอนเงินส่วนต่างยางพาราวันที่​ 9 ธ.ค. พร้อมกันกับข้าว​ เป็นเงิน 2 งวด ประมาณ 1,400 ล้านบาท ช่วงหลังยางราคาดี โดยเฉพาะน้ำยางไปกิโลกรัมละ 60 บาทแล้ว จากที่ประกันรายได้ไว้ที่กิโลกรัมละ 57 บาท ส่วนยางก้อนถ้วยราคาดีมากเป็นปีแล้ว ตอนนี้เกินรายได้ที่ประกัน ที่จ่ายเป็นหลักใหญ่คือยางแผ่น​ อย่างไรก็ตาม​ ประกันรายได้ช่วงนี้จ่ายข้าวเป็นหลัก เพราะทั้งยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน ราคาสูงกว่ารายได้ที่ประกันเกือบทุกตัว มีข้าวเท่านั้นที่ราคาอ่อนลงมาเพราะน้ำท่วมและข้าวเปียก ขณะเดียวกัน​ ส่งออกได้น้อยในช่วงต้นปีแรก แต่ครึ่งปีหลังส่งออกได้เยอะมาก เดือนละ 700,000-800,000 ตัน จากก่อนหน้านี้เดือนละ 300,000-500,000 ตัน ส่วนราคาข้าวกระเตื้องขึ้นมา ราคาข้าวแห้งมาตรฐานแตะ 8,000-8,100 บาทต่อตัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าชาวนาไทยทุกข์ยากลำบาก แต่รัฐบาลไม่เคยใส่ใจ พรรคเพื่อไทยจะฟื้นศักดิ์ศรีให้ชาวนาไทยกลับมายืนตรงมองฟ้าอย่างองอาจอีกครั้งว่า ขอให้ นพ.ชลน่านยึดข้อเท็จจริง อย่าใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดูแลคนไทยทุกอาชีพ โดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ หากฝ่ายค้านติดตามผลงานรัฐบาลด้วยใจที่ไม่อคติ จะทราบว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ดูแลแค่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเท่านั้น แต่ยังมีการช่วยเหลือพี่น้องพืชเกษตรชนิดอื่นๆ รวมทั้งมาตรการประกันรายได้ให้กับเกษตรในพืชอีก 4 ชนิด ทั้งปาล์ม มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งในรอบ 3 ปีนี้ (2562-2564) คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบงบประมาณอุดหนุนประกันรายได้ จ่ายส่วนต่างราคาสินค้าพืชเกษตร 5 ชนิด รวมยอดไปแล้วกว่า 276,193 ล้านบาท

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุโครงการประกันรายได้ไม่ส่งเสริมการลดต้นทุน การผลิตและการตลาด เป็นเพียงการชดเชยส่วนต่าง ซึ่งแตกต่างกับโครงการรับจำนำข้าว ที่เป็นการเข้าจัดการกลไกราคาตลาด ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น ชาวนาขายข้าวได้มากขึ้นนั้น นายธนกรกล่าวว่า ทุกมาตรการของรัฐบาลอยู่บนความเป็นไปได้ของงบประมาณ ไม่บิดเบือนกลไกตลาด เป้าหมายสำคัญคือพัฒนาศักยภาพชาวนา ลดต้นทุนการปลูกข้าว ส่งเสริมความหลากหลายพันธุ์ข้าว สร้างความเข้มแข็งให้ข้าวไทยกลับมามีความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก

“นายกฯ อยากเห็นพี่น้องชาวนาไทยสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวด้วยการทำการเกษตรที่ยั่งยืน รวมทั้งต้องการยกย่องให้ชาวนาไทยมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพื่อไม่ให้ชาวนาและข้าวถูกนักการเมืองเกาะกิน นำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง การจะให้ข้อมูลอะไรนั้นต้องครบและรอบด้านด้วย ซึ่งพรรคเพื่อไทยควรจะบอกกับประชาชนด้วยว่าผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวนั้นได้สร้างความเสียให้กับประเทศไว้อย่างไรด้วย ถึงขนาดที่อดีตนายกฯ ยังต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ แล้วใจจืดใจดำปล่อยให้อดีตรัฐมนตรีต้องติดคุกอยู่คนเดียว ไม่ใช่เอาแต่สร้างโลกสวยสร้างความสับสนให้ประชาชนไปวันๆ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง