อึ้ง!จนท.51%เคยถูกหลอก มุกใหม่โจรสวมบท‘ทนาย’

ภัยไซเบอร์ลุกลาม!     ซูเปอร์โพลเผยขนาดเจ้าหน้าที่เกินครึ่งยังตกเป็นเหยื่อ อึ้งเกือบทั้งหมดไม่รู้จักวิธีรับมือ เตือนผู้มีอำนาจอย่านิ่งนอนใจ  ก่อนลามไปถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานเหมือนต่างประเทศ “บช.สอท.”   เผยเล่ห์มิจฉาชีพใหม่ อ้างตัวเป็นทนายความช่วย แท้จริงหลอกเหยื่อเข้าเว็บพนัน

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2566 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง   ความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์ต่อความมั่นคงของชาติและประชาชน กรณีศึกษาเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์   จำนวน 223 ราย

โดยพบประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ เจ้าหน้าที่รัฐด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เกินครึ่ง หรือ 51.2% เคยตกเป็นเหยื่อ ได้แก่ คลิกลิงก์ล่อเหยื่อ, เข้าใช้งานบริการออนไลน์ไม่ได้, ถูกหลอกดูดเงิน, ถูกขโมยชื่อผู้ใช้งานและรหัส เป็นต้น ในขณะที่ 48.8% ไม่เคย

ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเช่นกัน คือ เจ้าหน้าที่รัฐด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงความไม่ปลอดภัย พบว่าเกือบ 98.9% ไม่ทราบแผนรับมือที่ชัดเจนครบถ้วนในภาวะฉุกเฉิน จากการถูกโจมตีระบบไอที นอกจากนี้ ส่วนใหญ่เกือบ 96.3% ไม่ทราบว่าตนเองอาจตกเป็นตัวกลางในการโจมตีระบบไอทีของหน่วยงานได้ และส่วนใหญ่หรือ 95.6% ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ครบถ้วน, 87.6% ระบุระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) เคยถูกโจมตี และ 84.6% ระบุใช้รหัสผ่านที่ถูกกำหนดจากผู้ให้บริการในอุปกรณ์ไอที ซึ่งถือว่าเจ้าหน้าที่รัฐด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ส่วนใหญ่ตกอยู่ในความเสี่ยงสูงต่อความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์ ขณะที่ความพร้อมของเจ้าหน้าที่รัฐในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์มีต่ำ กล่าวคือมีเพียง 10.4% เท่านั้นที่ใช้ระบบความปลอดภัยแบบยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอนเป็นประจำมากที่สุด, 8.1% ระบุยึดหลักธรรมาภิบาลมากที่สุด ในความโปร่งใส ความรับผิดชอบ, 6% ระบุในการอบรมด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ผ่านมามีผลดีนำมาประยุกต์ใช้ต่อยอดได้ดีมากที่สุด ในขณะที่ 2.2% ระบุบุคลากรในหน่วยงานของรัฐที่ท่านปฏิบัติงานอยู่ ให้ความร่วมมือในการตอบสนองต่อเหตุความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์มากที่สุด และ 1.1% เท่านั้นที่ระบุได้รับการอบรมทันสมัยอยู่เสมอมากที่สุดในเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์

ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า ผลการศึกษาชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงสูงต่อความไม่ปลอดภัย ความไม่มั่นคงของชาติและประชาชน  เพราะตัวชี้วัดหลายตัวที่สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นตกอยู่ในความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่โตมาก เพราะความเสียหายทางการเงินของประชาชนคนไทยในช่วงสามปีที่เป็นผลมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นยอดภูเขาน้ำแข็งของความไม่ปลอดภัย  การปั่นกระแสในโลกโซเชียล การล้างสมอง ปลูกฝังทัศนคติในทางลบให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ การต้มตุ๋นหลอกลวงให้หลงเชื่อ เป็นวิวัฒนาการใหม่และสัญญาณเตือนของการมุ่งร้ายต่อความมั่นคงของชาติและการโจมตีทางไซเบอร์โดยขบวนการมิจฉาชีพและกลุ่มคนที่ทำงานเป็นเครือข่าย

ผศ.ดร.นพดลกล่าวอีกว่า ปัจจุบันอาจกำลังมีขบวนการพยายามโจมตีเครือข่ายการเงิน ระบบควบคุมการจราจร การผลิตไฟฟ้า น้ำประปา ระบบข้อมูลความมั่นคงของประเทศที่เรียกรวมว่า โครงสร้างพื้นฐานหลัก แต่ยังไม่ปรากฏให้เห็นความสำเร็จชัดเจนหรือว่าเราจะรอให้เกิดวันแห่งมหาวิบัติต่อความไม่มั่นคงของชาติและวิกฤตต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนบนโลกไซเบอร์ก่อน จึงจะหันมาปฏิรูปความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างจริงจัง

“ขอให้ผู้มีอำนาจรัฐหาอ่านกรณีข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานความมั่นคงของรัฐสหรัฐอเมริกา ที่ปฏิเสธการลงโปรแกรมความปลอดภัยทางไซเบอร์จากบริษัทต่างชาติที่มีความเสี่ยงสูงในการโจรกรรมข้อมูลของรัฐและประชาชนเพื่อยึดครองประเทศไทยได้ทั้งโลกกายภาพและโลกไซเบอร์ที่คนไทยกว่า 30 ล้านคนอยู่ในโลกใบนั้น” ผศ.ดร.นพดลกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากระบบศูนย์บริหารการแจ้งความออนไลน์ พบผู้เสียหายหลายรายแจ้งความออนไลน์ว่าเกิดเหตุผู้เสียหายได้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ การถูกหลอกลวงให้กู้เงิน การถูกหลอกลวงให้ลงทุน หรือการถูกหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์ ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ผู้เสียหายจึงได้ใช้คำว่าแจ้งความออนไลน์เป็นคีย์เวิร์ดในการสืบค้นข้อมูลผ่านเว็บไซต์ค้นหายอดนิยมต่างๆ เช่น Google.com, Bing.com เป็นต้น ทำให้พบเว็บไซต์รับแจ้งความออนไลน์ที่ถูกยิงโฆษณาขึ้นมาเป็นลำดับแรกๆ ซึ่งภายหลังทราบว่าเว็บไซต์เหล่านี้มิจฉาชีพสร้างปลอมขึ้นมา เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ปลอมดังกล่าวแล้ว มิจฉาชีพจะให้เพิ่มเพื่อนหรือแอดไลน์ไปยังบัญชีไลน์ ซึ่งแอบอ้างเป็นที่ปรึกษากฎหมาย หรือทนายความชื่อบัญชีต่างๆ จากนั้นจะถูกสอบถามข้อมูลต่างๆ เริ่มตั้งแต่ขอทราบข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดการถูกฉ้อโกงหรือหลอกลวง มูลค่าความเสียหาย และขอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อแพลตฟอร์ม หลักฐานการโอนเงิน ประวัติการสนทนากับมิจฉาชีพ เป็นต้น รวมถึงทำหนังสือมอบอำนาจปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยให้ทนายปลอมดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการทางคดีที่เกี่ยวข้องแทนผู้เสียหาย มีค่าดำเนินการ 10% จากมูลค่าความเสียหายทั้งหมด

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า ต่อมาทนายความปลอมจะให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายไอทีปลอม ซึ่งอ้างว่าสามารถติดตามกู้คืนทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไปกลับคืนมาได้ โดยแจ้งผู้เสียหายว่าจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเงินของผู้เสียหายถูกนำไปฟอกเงินผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ต่างประเทศ แต่ทีมไอทีสามารถกู้ความเสียหายและนำเงินคืนกลับมาได้ โดยวิธีการโจมตีแพลตฟอร์มดังกล่าวทำให้ข้อมูลผันผวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีปลอมจะอธิบายให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอน เริ่มจากการเข้าไปสมัครสมาชิกเว็บไซต์พนัน ผูกบัญชีธนาคาร และเติมเงินเข้าไปในบัญชี โดยมิจฉาชีพจะให้ผู้เสียหายเล่นพนันในเวลาที่เจ้าหน้าที่โจมตีระบบ เพื่อทำให้เล่นการพนันชนะได้ทรัพย์สินกลับคืนมา

 “ผู้เสียหายยังถูกชวนให้เข้ากลุ่มผู้เสียหายหน้าม้าอีกประมาณ 5-10 คน ทำหน้าที่สนทนาโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ไอทีปลอม มีการพูดหรือแสดงในลักษณะว่าได้รับเงินคืนจริง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเติมลงไปในเว็บไซต์พนันดังกล่าว เริ่มแรกเมื่อเดิมพันชนะจะได้เงินคืน และสามารถถอนออกมาได้จริง แต่เมื่อมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินไปเดิมพันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วทำให้ต่อมาผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินออกมาจากระบบได้ เจ้าหน้าที่ไอทีปลอมจะอ้างเหตุผลต่างๆ ที่ไม่สามารถถอนเงินได้ เนื่องจากเป็นความผิดของเว็บไซต์พนันออนไลน์ หรือถูกเว็บไซต์พนันนั้นหลอกลวง” พ.ต.อ.กฤษณะระบุ

โฆษก บช.สอท.กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการใช้งาน หรือเข้าถึงบริการต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ ควรตรวจสอบช่องทางเหล่านั้นให้ดีเสียก่อนว่าเป็นของหน่วยงานนั้นจริงหรือไม่ ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี นอกจากมิจฉาชีพอาจใช้โอกาสหลอกเอาข้อมูลไปเเสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแล้ว ยังอาจถูกหลอกลวงให้โอนเงินในลักษณะดังกล่าวอีกด้วย รวมถึงไม่หลงเชื่อเพียงเพราะมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงาน แอบอ้างสัญลักษณ์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือมีการยิงโฆษณา หรือมีชื่อเพจ หรือเว็บไซต์ที่ตั้งชื่อคล้ายกับของหน่วยงานนั้นจริงเท่านั้น โดยประชาชนที่ได้รับความเสียหายในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com เท่านั้น และสามารถโทร.สอบถามได้ที่ สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือ 08-1866-3000 ไม่มีช่องทางไลน์ทางการ มีเพียงแชตบอต @police1441 ไว้ปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งคอยให้บริการตอบคำถามประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง

ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเรื่องนี้ว่า ระเบียบเรื่องการตรวจสอบทนายความน่าจะมีการลงนามในเร็วๆ นี้ ซึ่งในฐานะนายกสภาทนายความฯ ขอเตือนภัยมิจฉาชีพดังกล่าว คือถ้าหากสงสัยว่าบุคคลที่เเสดงตัวเป็นทนายความเเละพยายามขอข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนเป็นทนายความจริงหรือไม่ สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่ฝ่ายทะเบียนสภาทนายความ โดยให้ทำเป็นคำร้องขอตรวจสอบ หรือจะยื่นตรวจสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถทำได้ โดยผู้ร้องต้องยื่นชื่อนามสกุลผู้ขอตรวจสอบ พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องว่าถูกบุคคลที่อ้างเป็นทนายความ ส่งผ่านอีเมลหรือไลน์ที่เป็นทางการของสภาทนายความฯ

“ก่อนที่จะตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวนั้นเป็นทนายความหรือไม่ เราไม่ควรให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือโอนเงินค่าปรึกษาค่าว่าจ้างทนาย ยิ่งถ้ามีพฤติการณ์ที่น่าสงสัย ประชาชนต้องควรตรวจสอบก่อน โดยขอย้ำว่าวิธีการรตรวจสอบอย่าไปฟังคนที่เเอบอ้างว่าเป็นทนายความ ในปัจจุบันนี้บัตรทนายความก็ปลอมกันเยอะมาก จึงขอให้ตรวจสอบมาที่สภาทนายความฯ เท่านั้น” ดร.วิเชียรกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย

“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน