“จุลพันธ์” อุบไต๋แจกเงินเฟส 2 ปูดออกมารูปดิจิทัล แพลมอาจเก็บเป็นไม้เด็ดช่วงโลว์ซีซัน แต่ต้องไม่ทอดระยะเวลาจากเฟสแรกเกินไป “เผ่าภูมิ” สอนแบงก์ชาติเรื่องดูแลค่าบาท บอกแทรกแซงอย่างเดียวไม่พอต้องหั่นดอกเบี้ยนโยบายด้วย อัดต้องชั่งน้ำหนักเรื่องศักยภาพ-เสถียรภาพให้สมดุล
เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการโอนเงิน 10,000 บาท ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะแรก 14.5 ล้านคนว่า เม็ดเงินที่เข้าไปในระบบทั้งหมดประมาณ 141,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ 3.35% ส่วนในเฟสถัดไปก็จะพยายามทำให้เป็นรูปแบบดิจิทัล แต่ยังไม่มีกำหนดว่าจะจ่ายเพียง 5,000 บาท ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ คณะกรรมการทุกอย่างต้องมีกลไก โดยรอผลการประชุมจากคณะกรรมการ
เมื่อถามถึงกรณีประชาชนนำเงินไปซื้อเหล้า ซื้อหวย อาจไม่ตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น นายจุลพันธ์ยอมรับว่า รัฐบาลต้องคิดให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว เพราะหากรออีก 3 เดือน จะยิ่งส่งผลกระทบทางลบด้านเศรษฐกิจ และตรงกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาจจะมีตังค์ใช้ที่นอกเหนือความคาดหวังของรัฐบาลบ้าง แต่เป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด
เมื่อถามถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นไปตามเป้าเดิมของรัฐบาลหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจลดไปตามสัดส่วน แต่เม็ดเงินที่เติมลงไปไม่ได้หายไปไหน ยังมีสภาพคล่องในระบบหมุนเวียน แต่อาจรั่วไหลบ้าง แต่เม็ดเงินจะเป็นตัวหมุนในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน ถัดจากนั้นต้องดูเวลาที่เหมาะสมเติมเม็ดเงินลงไปอีกรอบ เพื่อเป็นแรงบวกกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ส่วนต้องเป็นช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ หรือเก็บไว้เป็นไพ่เด็ดช่วงโลว์ซีซัน ยังไม่สามารถกำหนดได้หรือให้คำตอบได้ แต่จะห่างจากเฟสแรกไปก็ไม่ดี เพราะจะให้เกิดแรงเฉื่อย ดังนั้นต้องเติมเข้าไปในจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วิจารณ์ว่าพายุหมุนทางเศรษฐกิจไม่เกิดขึ้นแล้ว นายจุลพันธ์กล่าวว่า ดูง่ายๆ ช่วงหนึ่งถึงสองวันนี้ ตั้งแต่เริ่มโอนเงินก็เกิดการจับจ่ายใช้สอยคึกคักแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ได้คือการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นของรัฐบาล
ถามถึงการฟื้นโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน นายจุลพันธ์กล่าวว่า กำลังคุยอยู่ แต่จะเป็นคนละครึ่งหรือเที่ยวด้วยกันยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าเคยตำหนิสองโครงการนั้น ต้องดูตามสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ จะเอาเรื่องพวกนั้นมาเป็นตัวตั้งไม่ได้ และไม่เอาเรื่องนี้มาเป็นอุปสรรค แต่จะดูสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด การจะเอาศักดิ์ศรีมาคงไม่ใช่ ต้องเอาประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการโอนเงิน 10,000 บาทวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ว่า มีการโอนเงินไม่สำเร็จ 61,469 ราย ทำให้มียอดสะสมของการโอนเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมายสำเร็จแล้ว 14.05 ล้านราย และโอนเงินไม่สำเร็จ 381,287 ราย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน หรือติดต่อธนาคาร เพื่อแก้ไขบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีปัญหา ส่วนผู้พิการขอแนะนำให้ต่ออายุบัตร หรือแก้ไขข้อมูล เพราะเมื่อพ้นกำหนดการจ่ายซ้ำครั้งที่ 3 แล้ว จะยุติการจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และถือว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการ
“ขณะนี้มีเม็ดเงินจากโครงการหมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว 140,573.41 ล้านบาท ขอให้ประชาชนที่ได้รับเงินส่วนนี้แล้ว วางแผนการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวเองและครอบครัว”
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงผู้ได้รับเงินหมื่นไปซื้อเครื่องดื่มมึนเมาว่า ขอย้ำเตือนว่า เงิน 10,000 บาทนี้ นายกฯ เล็งเห็นถึงความจำเป็น อยากให้พี่น้องกลุ่มเปราะบางใช้อย่างคุ้มค่า ในการซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพ พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย ขอให้ใช้ให้เกิดประโยชน์ให้เต็มที่ เพราะเงินเหล่านี้คือภาษีของพี่น้องประชาชน
วันเดียวกัน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีการนัดหารือกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ใกล้แล้ว โดยจะมีการหารือหลายเรื่อง
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่ ธปท.ระบุว่าได้มีการเข้าไปดูแลค่าเงินบาทที่ผันผวนและแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ความผันผวนของค่าเงินบาทขณะนี้แก้ไขด้วยการแทรกแซงค่าเงินบาทอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะหากไปดูที่ต้นตอ จะพบว่าการแข็งค่าของเงินบาทเกิดจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายการเงินของชาติมหาอำนาจ จนส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลเข้าจนทำให้เกิดการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งแนวทางการแก้ไขเรื่องดังกล่าวต้องทำใน 2 ส่วนสำคัญ โดยการแก้ไขที่แนวหลักคืออัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะเป็นการดูแลในระยะยาว ส่วนการดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวนในระยะสั้น ต้องแก้ไขด้วยการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน
“การแก้ไขความผันผวนของค่าเงินบาทด้วยการแทรกแซงค่าเงิน เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และไม่เพียงพอ เพราะต้นตอที่เป็นปัญหาระยะยาว คืออัตราดอกเบี้ยนโยบายของเรายังมีความแตกต่างกับนโยบายทางการเงินของโลกอยู่พอสมควร” นายเผ่าภูมิกล่าว
นายเผ่าภูมิกล่าวอีกว่า ปัจจุบันเงินบาทไทยแข็งค่าเป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค เรียกว่าอยู่ในเกณฑ์แข็งค่ามากเกินไป โดยค่าเงินบาทที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ควรอยู่ที่ระดับ 34 บาทกว่าๆ ต่อดอลลาร์สหรัฐ และอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบชั่งน้ำหนักใน 2 มิติเสมอคือ น้ำหนักด้านศักยภาพของเศรษฐกิจ และน้ำหนักด้านเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งตอนนี้ไทยมีเสถียรภาพทางการเงินในระดับที่สูงมาก ขณะที่ศักยภาพทางเศรษฐกิจนั้นยังไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นทั้ง 2 ส่วนต้องจุนเจือให้เกิดความสมดุล การที่เศรษฐกิจจะมีศักยภาพสูงจนไม่สนใจเสถียรภาพทางการเงินเลยก็ไม่ดี ขณะเดียวกันการที่มีเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งจนเกินไป โดยไม่สนใจศักยภาพทางเศรษฐกิจ แบบนี้ก็จะเดินไปไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องสร้างสมดุล โดยหากถามว่าปัจจุบันทั้ง 2 มิติสมดุลหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่สมดุล
“เรื่องส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากนั้น ก็เป็นอีกปัญหาที่มองว่าเป็นหน้าที่ของ ธปท.ที่จะต้องเร่งแก้ไข เพราะว่าเป็นภาวะความเดือดร้อนของประชาชน และสามารถมองได้ว่าเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันการเงินที่ก็เข้มแข็งอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรจะพิจารณาในมิติของการเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อเพื่อให้สภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ในอัตราที่ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจได้ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์มากกว่า”
นายเผ่าภูมิกล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงการคลังสามารถทำได้ในส่วนนี้ คือการหารือกับ ธปท.และธนาคารพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนในมุมของสถาบันการเงินของรัฐนั้น คลังสามารถดำเนินการให้เข้าไปช่วยเหลือจุนเจือประชาชนได้ด้วยส่วนอัตราอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ก็จะเป็นจุดสปาร์กให้ตลาดมีการปรับตัวมากขึ้น แต่คลังก็อาจทำได้ไม่เต็มไม้เต็มมือ และคงต้องขอความร่วมมือไปยัง ธปท.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทว่า ภาวะปัจจุบันการจะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็เห็นใจกับคณะกรรมการไตรภาคีที่ยังเกิดเหตุขัดข้อง ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง จึงจำเป็นต้องเลื่อนการประกาศขึ้นค่าแรง และปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งมาก สภาวะการส่งออกเป็นไปได้ยาก จึงต้องนำเรื่องไปหารือกับนายกฯ อีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท และต้องทันภายในปีนี้ เมื่อกรรมการมีความพร้อมทุกอย่างจะต้องดำเนินการอีกครั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน

