
ทบ.-กอ.รมน. ประสานเสียง "อนุทิน" ไม่ได้แอบอ้างสถาบันฯ ชี้เอกสารถูกแอบนำไปเผยแพร่ ตีความหมายแบบผิดๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวบุคคลและองค์กร กอ.รมน. เผยเนื้อความที่แท้จริง "อนุทิน" จะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองหรือสนับสนุนบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่มีนโยบายแก้ไข ม.112
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงกรณีเอกสารประมาณการภัยคุกคามด้านความมั่นคงในราชอาณาจักรฯ ที่ปรากฏชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ในรายงาน และมีการหยิบยกนำไปเสนอในลักษณะที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างและแสวงหาผลประโยชน์กับสถาบันฯ กอ.รมน.ขอเรียนว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งข้อมูลที่มีการนำเสนอไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อตัวบุคคลและหน่วยงานได้
"กอ.รมน.ขอยืนยันว่า ท่านอนุทินไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการบ่อนทำลายหรือดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนไม่เคยมีประวัติหรือข้อกล่าวหาใดเกี่ยวข้องกับความผิดตามมาตรา 112 แต่อย่างใด"
เขาเผยว่า เนื้อหาในรายงานระบุเพียงคำให้สัมภาษณ์ของนายอนุทินเกี่ยวกับจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ว่าทุกพรรคร่วมรัฐบาลเห็นพ้องต้องกันว่าไม่แตะและไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 รวมถึงไม่สนับสนุนพรรคการเมืองหรือบุคคลใดที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ตามเจตนารมณ์ของพรรค โดยไม่ได้มีข้อความใดที่กล่าวหานายอนุทินว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างสถาบันฯ หรือกระทำความผิดตามมาตรา 112 แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ปรากฏดังกล่าวเป็นการรวบรวมข่าวสารจากแหล่งข้อมูลสาธารณะเปิดเพื่อประโยชน์ด้านการติดตามสถานการณ์ มิใช่เอกสารกล่าวหา หรือเอกสารที่แสดงข้อสรุปใดๆ ทางกฎหมาย และที่สำคัญไม่มีข้อความหรือเนื้อหาส่วนใดในเอกสารที่ระบุว่าบุคคลดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 แต่ประการใด
ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. กล่าวถึงรายละเอียดจากการที่ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ทาง กอ.รมน.ได้ยืนยันถึงการที่มีบางคนไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการมีชื่อของนายอนุทินไปปรากฏอยู่ในรายงานข่าวว่าเป็นผู้ที่มีการแอบอ้างสถาบันฯ นั้น ไม่เป็นความจริง กรณีเรื่องของเอกสารการรายงานข่าวที่ได้จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนโดยสำนักการข่าว กอ.รมน.นั้น พบว่ามีบางบุคคลแอบนำไปเผยแพร่ ตีความหมายแบบผิดๆ ไม่ครบถ้วน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวบุคคลและองค์กรนั้น
ขอยืนยันว่า ในเอกสารดังกล่าว ไม่ได้มีการระบุว่านายอนุทินเป็นบุคคลที่แอบอ้างสถาบันฯ แต่อย่างใด โดยในข้อเท็จจริงในเอกสาร ที่มีระบุถึงนายอนุทินนั้น มีเนื้อหาที่เป็นลักษณะเชิงบวกต่อสถาบันฯ กล่าวคือ ในรายงานนั้นได้กล่าวถึงสื่อมวลชนนำเสนอว่า นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าจะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองหรือสนับสนุนบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่มีนโยบายแก้ไข ม.112 ซึ่งให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 18 ส.ค.67
โดยจากเนื้อหาตามข้างต้นนี้ จะไปตีความหมายว่าเป็นการแอบอ้างสถาบันฯ ได้อย่างไร พร้อมขอผู้ที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน พยายามอย่านำไปปะติดปะต่อเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวบุคคลและองค์กร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป.เปิดตัว ‘อนุชา’ เลือกตั้งไทม์ไลน์เดิม
ผอ.กกต.กทม.เผยหาก “ชัชชาติ” ลาออก ต้องเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ภายใน 60 วัน ยันจัดตามไทม์ไลน์เดิม 28 มิ.ย.69 ย้ำบัตรเลือกตั้งไม่มี QR Code
เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’
“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”
กกต.ได้ ‘5นักกม.’ สู้คดีคิวอาร์โค้ด
เลขาฯ กกต.เผยได้ 5 นักกฎหมาย เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ 4 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 1 คน เป็นพยานในคดีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด
รถไฟชนรถเมล์! อุบัติเหตุใหญ่กลางกรุงเสียชีวิต8รายแฉเหตุไม้กั้นไม่ลง
สลด! เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์โดยสารทางตัดใต้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง ไฟลุกท่วมเสียชีวิต 8 ราย รมช.คมนาคมพบมีความผิดปกติ สั่งสอบ "กล่องดำ" ทำไมไม้กั้นไม่ลงขณะรถไฟวิ่งผ่าน ทั้งที่ตามมาตรฐานความปลอดภัยต้องลง นายกฯ บินกลับจากเพชรบูรณ์ด่วนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมิน‘โพลรู้สึกโกง’!
ประเด็นหน่วยงานรัฐคอร์รัปชันร้อนเป็นไฟ นายกฯ ยันเอาความจริง ไม่เอาโพล ไม่เอาความรู้สึก หากกล้าบอกใครทำผิดก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับด้วย ยืนยันรัฐบาลนี้ปราบทุจริตเข้มงวด
ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

