อัศวินกั๊กลงชิงผู้ว่าฯกทม. ดร.เอลุ้ยปปช.ให้คุ้ยฐานะ

“อัศวิน” ยังกั๊กจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ บอกให้รอ 3 วันหลังมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง “สุชัชวีร์” จัดเอง ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.คุ้ยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ชี้มีหน้าที่โดยตรงน่าเชื่อถือ ไม่มีรังแกกลั่นแกล้ง!

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกถึงความชัดเจนการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่าต้องรอให้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ออกมาก่อนถึงจะตัดสินใจลาออก ถ้าเห็นว่าลาออกก็หมายความว่าจะลงสมัคร แต่ถ้าไม่ลาออก และอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะมีผู้ว่าฯ คนใหม่ ก็หมายความว่าไม่ลงสมัคร

 “ผมมีเวลาตัดสินใจ 3 วัน และการตัดสินใจง่าย ไม่ยุ่งยากอะไร ตอนนี้ผมเป็นผู้ว่าฯ อยู่ จะประกาศทำไมว่าจะลงสมัครหรือไม่ลง” พล.ต.อ.อัศวินกล่าวตอบข้อถามว่า ถ้าตัดสินใจง่ายแล้วเหตุใดไม่ประกาศให้ชัดว่าจะลงสมัครหรือไม่

ขณะที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นหนังสือเพื่อให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตนเอง และนางสวิตา สุวรรณสวัสดิ์ ภริยา

โดยนายสุชัชวีร์กล่าวว่า นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาให้ข้อมูลกล่าวอ้างว่ามีผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่สามารถระบุชื่อได้ มาร้องเรียนว่าในสมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมกับออกมาให้ข้อมูลชี้นำว่ามีความร่ำรวยผิดปกติ จากข้อมูลการยื่นทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. รู้สึกได้ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และรู้สึกว่าถูกรังแก ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง และมีกระบวนการต้องการบั่นทอนความน่าเชื่อถือ และความตั้งใจในการออกมาทำงาน

 “ผมไม่เคยคิดว่าต้องมาเจอเรื่องความไม่เป็นธรรมแบบนี้ ผมกล้าอาสาออกมาทำงานเพื่อประชาชน ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ และพร้อมให้ตรวจสอบ ผมจึงมาที่ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผมและภรรยา เพราะผมมั่นใจว่า ป.ป.ช.มีกระบวนการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับผมและครอบครัวได้” นายสุชัชวีร์กล่าว

นายสุชัชวีร์ย้ำว่า ขอยืนยันว่าขณะที่ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี สจล. ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ทุจริต ทั้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.นั้น ได้ทำตามความจริง และไม่มีการร่ำรวยผิดปกติแต่อย่างใด เพราะก้าวเดินถึงวันนี้ ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ และยอมรับการตรวจสอบ แต่ต้องเป็นการตรวจสอบโดย ป.ป.ช. ที่เป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจและหน้าที่โดยตรง

"ผมอยากกราบขอบคุณประชาชนไม่เฉพาะที่เป็นคนกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่เป็นประชาชนจากทั่วประเทศที่ส่งกำลังใจให้ผมและครอบครัวผ่านทุกช่องทางจริงๆ และอยากจะบอกว่าผมไม่ท้อ แต่อยากขอความเป็นธรรม และขอกำลังใจ และกำลังใจนี้ไม่ได้ให้เฉพาะผม แต่เป็นกำลังใจให้คนรุ่นผม รุ่นน้องผมที่มีความพร้อม มีความรู้ มีความสามารถ ไม่ให้เขาถูกสกัดกั้นทางการเมืองในการออกมารับใช้บ้านเมือง ผมรู้สึกว่าถูกรังแก ถูกกลั่นแกล้ง และมีกระบวนการในการบั่นทอนความน่าเชื่อถือ บั่นทอนความตั้งใจของผม จึงต้องมายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.ที่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และก็มั่นใจว่าจะได้รับการตรวจสอบด้วยความเป็นธรรม” นายสุชัชวีร์กล่าว

เมื่อถามว่า มองว่า กมธ.ป.ป.ช.มีการถูกแทรกแซงโดยบุคคลบางคนหรือไม่ นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ แต่อยากตั้งคำถามกับผู้ที่ออกมาให้ข่าวมากกว่า เพราะทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย และมีผลกระทบกับตนและครอบครัว และกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความตั้งใจที่กำลังเดินออกมาอาสาเป็นผู้ว่าฯ กทม.

ถามอีกว่า หากท้ายสุด ป.ป.ช.บอกว่าไม่ได้ทำผิดจริง จะดำเนินการอย่างไรบ้าง  นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่คิดถึงขั้นนั้น วันนี้ก็มาด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ มายื่นหนังสืออยากให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ และเห็นว่าระบบของ ป.ป.ช.มีกระบวนการในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้

ด้านนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ปชป. และเลขาฯ คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กทม. ชี้แจงกรณีนายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. ตอบโต้นายสุชัชวีร์ว่าเข้าใจเรื่องงบประมาณอาหารเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.คลาดเคลื่อนว่า ขอขอบคุณ และถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้สังคมได้รับความกระจ่างและลดความคลางแคลงสงสัย แต่อยากสอบถามเพิ่มเติมว่าเด็กที่มาเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนจะใช้เกณฑ์ไหนในการจัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวันต่อวัน เพราะข้อมูลที่ได้รับจากครูผู้ดูแล ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ กทม.ชี้แจง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง