ราชทัณฑ์แจง “ทักษิณ” ไม่เข้าเงื่อนไขออกไปลอกท่อเหมือนที่ “อิ๊งค์” โม้ ต้องรอเลื่อนชั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดีก่อน จบข่าว! มติอัยการ 8:2 ไม่ยื่นอุทธรณ์คดี 112 ของแม้ว ชง อสส.ชี้ขาดก่อน 1 ต.ค.
เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ก.ย.2568 พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้สัมภาษณ์ ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้ต้องขังเด็ดขาด แล้วออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรือนจำจะให้บิดาออกไปคุมการลอกท่อว่า ไม่เป็นความจริง แม้ครบหลักเกณฑ์ความประพฤติดี เหลือโทษน้อย แต่ยังติดเงื่อนไขเรื่องชั้นของนักโทษ เพราะเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง แต่ผู้ที่จะออกไปทำสาธารณประโยชน์ได้ ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดี ส่วนการจะปรับเป็นนักโทษชั้นดี ยังต้องใช้เวลาพิจารณา 3-4 เดือน
“ไม่ได้ออกหรอกครับ ต้องอยู่ไป 3-4 เดือนไปก่อน แล้วก็จะปรับเป็นชั้นดีแล้วค่อยออก การปรับเป็นชั้นดีไม่ใช่ได้ทุกคน ต้องไม่เกเร ไม่ใช่มาถึงให้ทำแล้วก็ไม่ได้ทำ ก็ไม่ได้ปรับหรอกครับ” พ.ต.ท.เชนกล่าว
พ.ต.ท.เชนยังกล่าวถึงกรณีนายทักษิณเทียบกับกรณีของนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ที่ไปเล่นดนตรีปลอบขวัญชายแดนว่า เป็นการทำโครงการเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ของบุคคล และไม่ใช่ว่าจะทำโครงการใดก็ได้เพื่อขอออกไปข้างนอก เพราะการออกไปทำสาธารณประโยชน์มีผลต่อการลดโทษ แต่เหตุการณ์ชายแดนไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้บ่อย จึงเป็นข้อยกเว้นให้เสนอโครงการ แต่หลักการสำคัญคือ ออกนอกเรือนจำไม่ได้ แม้มีข้อยกเว้นทำโครงการ แต่ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะยกมาเป็นเงื่อนไข ดังนั้นนายทักษิณจึงยังไม่ได้ออกจากเรือนจำในขณะนี้
วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการพิจารณาคดี 112 ของอัยการ มีการพิจารณาเเละมีมติไม่ยื่นอุทธรณ์คดีที่นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด (อสส.) โดยพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 ยื่นฟ้องนายทักษิณ ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 กรณีเมื่อปี 2558 นายทักษิณเคยให้สัมภาษณ์สื่อทีวีประเทศเกาหลีใต้มีเนื้อหากระทบสถาบันฯ ซึ่งศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 22 ส.ค.
มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อสส. มีคำสั่งให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการคดี 112 ของอัยการ ที่มีนายอิทธิพร แก้วทิพย์ รอง อสส. ว่าที่ อสส. 1 ต.ค.2568 นี้เป็นประธาน โดยที่ประชุมมีมติ 8 ต่อ 2 เห็นควรไม่อุทธรณ์ ก่อนส่งให้นายไพรัชพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ซึ่งนายไพรัชยังมีเวลาพิจารณาก่อนพ้นวาระก่อน 1 ต.ค.นี้
สำหรับคณะกรรมการพิจารณาคดี 112 คือคณะกรรมการที่ อสส.ตั้งขึ้นมาพิจารณาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั่วราชอาณาจักร ประกอบไปด้วย รอง อสส. ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ปัจจุบันคือ นายอิทธิพร ส่วนเลขาฯ คณะกรรมการคือ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาโดยตำเเหน่ง ในส่วนคณะกรรมการ จะมาจากอัยการที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้, อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี เเละอธิบดีอัยการสำนักงานอาญาอื่นๆ เพราะถือว่าเป็นสำนักงานที่ต้องรับคดีประเภทนี้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนด้วย เนื่องจากบางคดีมีสำนวนที่เป็นคดีนอกราชอาณาจักร รวมถึงผู้ตรวจการอัยการบางคน เเละมีระดับรองอธิบดีอัยการบางสำนักงาน รวมกันกว่า 10 คน ขึ้นอยู่กับ อสส.ในขณะนั้นตั้งขึ้น
สำหรับคดีนี้ ตามขั้นตอนคดี 112 ของนายทักษิณ เป็นคดีนอกราชอาณาจักร อำนาจพิจารณายื่นอุทธรณ์เป็นของ อสส. การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาคดี 112 จึงเป็นการกลั่นกรองให้ อสส. ไม่ใช่การสั่งคดีเหมือนในชั้นพิจารณาคดี 112 ทั่วไป ซึ่งหาก อสส.ไม่ยื่นอุทธรณ์ตามความเห็นของคณะกรรมการคดี 112 จะส่งผลให้คดีของนายทักษิณสิ้นสุดลงในศาลชั้นต้น เเต่หากยื่นอุทธรณ์คดีจะเข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’
"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ
ทรงบำเพ็ญพระกุศลกงเต๊ก‘พระพันปีหลวง’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก)
เร่งกู้ชงสภา14พ.ค. 4แสนล.สู้วิกฤตปากท้อง ‘ปชป.’ขวาง!ส่งศาลรธน.
“อนุทิน” นำ ครม.แถลงเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังหยุดความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
ขยี้‘ปชน.’รับผิด โยง‘กน.-ผญบ.’ เอี่ยวยาเสพติด
รุมสกรัม "สส.พรรคส้ม" ปากเปราะ "ผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน" เอี่ยวยาเสพติด “สส.ภท.” จี้แสดงความรับผิดชอบมากกว่าโปรยแถลงการณ์ขอโทษ

