ตัดตอนโกงท้องถิ่น ‘อนุทิน’ยันทำเต็มที่จบแล้ว ‘ส้ม’แบะท่าคุย‘แดง-เขียว’

“อนุทิน” ไม่หวั่นถูกซักฟอกหลายปมร้อน ลั่นรัฐบาลไม่จำเป็นต้องแจงปม สว. เพราะเหตุการณ์เกิดก่อนเข้ามาทำงาน ส่วนทุจริตสอบท้องถิ่นทำเต็มที่เรื่องจบแล้ว “วรศิษฎ์” คาด ส.ค.ไล่พวกโกงจบ “พริษฐ์” ไม่สน “ทรงศักดิ์” ฟ้องหมิ่น เดินหน้าแฉต่อแต่แสลงคำว่า “ฮั้ว” เข้าตัว ใช้คำว่าโกงแทนทุกเม็ด “เจ๊ไหม” โวเปิดสภาเจอแน่อภิปรายทั้งมาตรา 151-152 บอกไม่ต้องมีดีลลับรัฐบาลก็สั่นคลอนอยู่แล้ว พร้อมแบะท่าพร้อมคุย “พท.-กธ.”

เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาชน (ปชน.) เตรียมเปิดข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมคดีฮั้ว สว.ภาคพิเศษในวันที่ 4 ส.ค.ว่า เขาทำหน้าที่ของเขาไป ส่วนจะชี้แจงอย่างไรนั้นก็ให้คนมีหน้าที่ชี้แจงไป รัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับ สว. ไม่ใช่พวกตนที่ต้องชี้แจง

เมื่อถามว่า ได้ไปแจ้งความเอาผิดนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) แล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ดำเนินการอยู่ ทนายความชื่อนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

ถามถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือน ส.ค. นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว มีตรงไหนที่น่าแปลกใจ ฝ่ายค้านทำหน้าที่ของเขาต้องชื่นชม เขาต้องทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่ รัฐบาลอย่าไปทำชั่วทำเลวก็ไม่มีอะไรต้องกังวล รัฐบาลนี้ไม่มีทำชั่วทำเลว

เมื่อถามว่า เพิ่งทำงานไม่นานแต่ก็โดนซักฟอกแล้ว รัฐบาลพร้อมใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ก็ 3 เดือน 4 เดือน โดนตั้งแต่สมัยแรกเหมือนกัน ก็ไม่เคยพลาดสักรอบ

 “ถามประชาชนครับ ถ้าถามตัวเราก็ต้องเข้าข้างตัวเอง” นายอนุทินตอบข้อถามที่ว่า พอใจผลงานของรัฐมนตรีในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่

เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านหยิบประเด็นฮั้ว สว.มาอภิปราย จะทำให้บรรยากาศการประชุมเสียหายหรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า ฮั้ว สว.จะอภิปรายรัฐบาลอย่างไร ยังไม่เห็นความเกี่ยวข้อง สว.เลือกปี 2567 รัฐบาลนี้เข้ามาทำงาน 1 เม.ย. 2569 หลังการแถลงนโยบาย

เมื่อถามว่า เช่นนั้นจะมีข้อจำกัดหรือไม่ เพราะโยงรัฐมนตรีบางคนที่ถูกกล่าวหามาก่อนหน้านี้ นายอนุทินย้อนถามว่า “ใคร เอ่ยชื่อสิ แล้วเป็นอย่างไรล่ะ อย่าฟ้องนะ ฟ้องต้องใช้งบตัวเองนะใช่ไหม มีที่ไหนจำเลยมาขอโจทก์ห้ามฟ้อง อย่าฟ้องหลายจังหวัดนะ อย่าโน่นอย่านี่ แล้วไง"

“ใครจะพูดอะไรก็พูดได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลไม่เกี่ยว รัฐบาลจะเกี่ยวจะตอบในเรื่องที่ชี้แจงการทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องการเมือง รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้บริหารการเมือง”

เมื่อถามว่า จะมีองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี อย่างนี้ต้องพิทักษ์หรือไม่ พร้อมหันไปชี้ที่ รมช.มหาดไทย 3 คน

เมื่อถามว่า ไม่กลัวฝ่ายค้านนำเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นมาอภิปรายใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ทุกอย่างมันเห็นๆ กันอยู่ไม่ใช่หรือ ผู้สื่อข่าวก็เห็นว่าอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้เข้าคุกไปกี่คนแล้ว ดำเนินการไปกี่คนแล้ว  ประกาศยกเลิกการสอบก็ดำเนินการแล้ว เดี๋ยวก็จะประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) และแจ้งไปยังจังหวัด จังหวัดแจ้งไปยังท้องถิ่น คนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดก็ต้องถูกเลิกจ้างถูกดำเนินคดีต่อไป มันเป็นขั้นตอน ถามว่าตรงนี้ช้าหรือไม่ มันไม่ช้าและมีประสิทธิภาพสูงด้วย คนที่ถูกสงสัยว่ามีส่วนร่วมก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีห้ามประกันตัวด้วย และมีหน่วยงานสำคัญๆ เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เป็นองค์กรอิสระ ใครจะไปกำกับสั่งการได้ น่าจะเป็นที่สบายใจของประชาชนว่าไม่มีมวยล้มแน่นอน

นายอนุทินกล่าวอีกว่า รัฐบาลก็ให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าทีมหาข้อเท็จจริง เรื่องการทุจริตท้องถิ่นมองว่าจบแล้ว การดำเนินคดีเดินแล้ว การกล่าวหาเดินแล้ว การตั้งสอบวินัยร้ายแรงอยู่ในขั้นตอนหมดแล้ว การยกเลิกประกาศผลการสอบดำเนินการแล้ว  การดำเนินคดีขยายผลผู้เกี่ยวข้องก็ต้องตามมาเป็นลำดับ เรื่องนี้ต้องถือว่าเรียบร้อย เหลืออย่างเดียวคือศาลยังไม่ตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด หน่วยงานต่างๆ ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีส่งอัยการและฟ้องศาลต่อไป ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว

เมื่อถามว่า หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วพรรคฝ่ายค้านโหวตให้รัฐบาล จะเป็นสัญญาณว่าเขาอยากร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ให้มันเกิดขึ้นก่อนค่อยมาถาม

เมื่อถามว่า เห็นชุดที่นายกฯ ใส่ไปเดินตลาดวันที่ 2 ส.ค.ดูสบายๆ ไปสอดคล้องกับดรามาของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ที่ใส่กางเกงขาสั้นไหว้พระมหาธาตุวรวิหารที่นครศรีธรรมราช นายอนุทินยิ้มก่อนกล่าวว่า “ก็ลมมันเย็น ทา Prickly Heat”

คาดโกงท้องถิ่นจบ ส.ค.

ขณะเดียวกัน นายปกรณ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าพบนายอนุทินที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าเป็นการหารือการแก้ปัญหาข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่น

ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ในวันที่ 5 ส.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และวันที่ 6 ส.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการกลาง แล้วจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการจังหวัด วาระเร่งด่วนแบบนี้คงใช้เวลาประชุมไม่กี่วันหลังจากได้รับเรื่องจากคณะกรรมการกลาง จากนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นที่ต้องไปจัดการต่อว่าจะถอดถอนผู้ทุจริตสอบได้เมื่อไหร่ คงใช้เวลาไม่นาน เชื่อว่าภาย ส.ค.นี้จะได้เห็นการถอดถอนผู้ทุจริตสอบแล้วได้เข้าไปเป็นข้าราชการได้

“จะเปิดเผยรายชื่อผู้ทุจริตสอบต่อสาธารณชนได้หรือไม่นั้น คงต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ แต่สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องทำให้เห็นว่าแต่ละพื้นที่ใครมีปัญหาบ้าง และใครที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมดต้องโดนโทษอาญา เพราะที่มาคุณผิดและเป็นความผิดแบบไม่สมควรเกิดขึ้น มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกิดจากกระบวนการ แต่เกิดจากความตั้งใจ” นายวรศิษฎ์กล่าว

ส่วนนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง และกรรมการบริหารพรรค ภท. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพว่า ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินคดีที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งหากเป็นเรื่องส่วนตัวคงไม่ติดใจอะไร แต่มีการกล่าวหามาถึงพรรคและตนก็เป็นกรรมการบริหารพรรค จำเป็นต้องดำเนินคดี

 “เรายืนยันความบริสุทธิ์ว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็ถูกสังคมบางส่วนตัดสินไปแล้ว จึงอยากขอความเป็นธรรมตรงนี้ด้วย แต่แน่นอนว่าเมื่อมีประเด็นเราก็พร้อมให้ความร่วมมือ กกต. ไม่มีความกังวลอะไร แต่อยากจะเห็น กกต. ตัดสินอย่างตรงไปตรงมา”

นายกรวีร์กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำจิตวิญญาณของพรรค ภท. ที่ได้ใส่กางเกงขาสั้นไปร่วมพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ว่าเป็นการจัดกิจกรรมของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นเรื่องงานพิธีการทางราชการ ก็อยากให้สังคมได้มองระหว่างเรื่องของการเมืองกับเรื่องของกีฬา นายเนวิน ชิดชอบ ก็ไปในฐานะประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้วไม่ได้อยู่ในส่วนของพรรค ภท.ด้วย จึงอยากให้แยกประเด็นกัน

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ  สส.สระบุรี พรรค ภท.โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า ใส่กางเกงขาสั้นที่ขาตัวเอง แต่ไปหนักหัวคนอื่น ดีกว่าพวกที่ใส่ชุดข้าราชการ แล้วปล้นเงินลูกหลานชาวนาเพื่อมาโกงสอบท้องถิ่นอีก

พริษฐ์เดินหน้าแฉต่อ

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีทนายความของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ไปแจ้งความที่ จ.บึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาทว่า จะไม่ทำให้หยุดเดินหน้าตรวจสอบคดีโกง สว.ต่อไป และขอเดินหน้าต่อด้วยการเปิดข้อมูลใหม่ ให้เห็นว่าทำไมจึงเห็นว่าคำพูดของนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ขาดความน่าเชื่อถือคงเส้นคงวา และทำไมจึงมีเหตุที่ทำให้สังคมสงสัยได้ว่านายทรงศักดิ์อาจรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการโกง สว.ที่ถูกกล่าวหา

นายพริษฐ์ระบุว่า จากบัตรเลือก สว.ระดับประเทศชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างนายสรชาติ กับนายพรเพิ่ม ทองศรี สว. ซึ่งเป็นพี่ชายของนายทรงศักดิ์ โดยในการเลือก สว.ที่ผ่านมา นายสรชาติกับนายพรเพิ่มได้สมัครเป็น สว.กลุ่ม 13 ซึ่งในการเลือกระดับประเทศรอบสุดท้าย นายสรชาติหมายเลข 111 ได้รับเลือกเป็น สว.ด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม 13 ขณะที่นายพรเพิ่ม หมายเลข 65 ได้รับเลือกเป็น สว.ด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม 13 คำถามสำคัญคือ สว. 2 คนนี้ต่างคนต่างถูกรับเลือกมาเป็น สว. หรือ สว. 2 คนนี้มีการจับมือกันวางแผนกัน หรือแม้กระทั่งร่วมมือกันในขบวนการโกง สว.ที่ถูกกล่าวหาตั้งแต่ก่อนวันเลือก สว. ซึ่งหากเราเจาะลึกหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เราจะค้นพบว่า 1.ในบรรดาโพยใบสั่งต่างๆ ที่ถูกรวบรวมมาได้ในคดีนี้ ตัวเลขในกลุ่ม 13 ของแทบทุกโพย จะปรากฏหมายเลขผู้สมัครของทั้งนายสรชาติและนายพรเพิ่มอยู่คู่กันเสมอ

นายพริษฐ์ระบุอีกว่า 2.นายสรชาติและนายพรเพิ่ม ได้คะแนนส่วนใหญ่ จากผู้สมัครที่ลงคะแนนให้แก่ทั้งนายสรชาติและนายพรเพิ่ม มากกว่าผู้สมัครที่ลงคะแนนให้แค่คนใดคนหนึ่ง คือนายสรชาติได้ทั้งหมด 66 คะแนน และนายพรเพิ่มได้ทั้งหมด 60 คะแนน และ 3.ตัวเลขที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งจำนวนมาก เป็นตัวเลขที่ตรงตามโพยใบสั่งอย่างชัดเจน

 “ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีขบวนการโกง สว.แล้วหรือไม่ กกต. เพราะหากใช่ผมต้องย้ำว่า กกต.ไม่ได้มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงจนสิ้นข้อสงสัย แต่มีหน้าที่ตาม พ.ร.ป.เลือก สว. มาตรา 62 ที่จะต้องส่งเรื่องต่อไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่" นายพริษฐ์ระบุ

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงกระแสข่าวการดีลทางการเมืองระหว่างฝั่งสีแดงกับฝั่งสีเขียว จนทำให้รัฐบาลสั่นคลอนว่า จริงๆ แล้วถึงไม่มีการดีลระหว่างเขียวกับแดง รัฐบาลก็มีความสั่นคลอนอยู่แล้วจากปัญหาร้อยแปดพันประการ ตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลมา 3 เดือน แต่ข่าวฉาวข่าวไม่ดีต่างๆ ตั้งแต่การทุจริตคอร์รัปชัน การโกง สว. หรือการบริหารจัดการภายในที่นำไปสู่ปัญหาอื่นที่เป็นปรากฏการณ์ เช่น พ่อทิพย์ อาจทำให้พรรคร่วมรัฐบาลคิดหนักอยู่เหมือนกันว่าจะตัดสินใจอย่างไร จะแบกไปด้วยกันอย่างนี้หรือไม่ ก็ไม่แปลกใจที่มีดีลลับ ซึ่งก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเขาไปดีลอะไรกัน เพราะไม่ได้มาคุยกับสีส้มด้วย แต่ถึงมีดีลหรือไม่มีดีล เราก็ต้องนำมาเปิดเผยเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลให้ปรากฏสภา ผ่านการอภิปรายตามมาตรา 151 และมาตรา152 โดยจะแถลงต่อสื่อมวลชนในช่วงเปิดสมัยประชุมสภา

ส้มพร้อมคุย 'แดง-เขียว'

เมื่อถามว่า ช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจพอจะเปิดเผยได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า คงต้องมีคุยกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย ซึ่งถ้าจะอภิปรายทั้งมาตรา 151 และมาตรา 152 ที่ลงมติและไม่ลงมติ ก็ต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสม อาจต้องเริ่มจากการอภิปรายมาตรา 152 ก่อนแล้วค่อยไปที่มาตรา 151 หรือไม่ เพราะหากอภิปรายตามมาตรา 151 แล้วก็ไม่สามารถยื่นอภิปรายในมาตรา 152 ต่อได้หรือไม่ ต้องพูดคุยกัน แต่ในสมัยหน้าคิดว่าน่าจะมีขึ้นแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอนุทินระบุว่าไม่กลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ศิริกัญญาจึงกล่าวว่า "อ๋อเหรอคะ ก็คงต้องมีการตัดไม้ข่มนามกันอยู่แล้ว ถ้าบอกว่ากลัวก็คงดูไม่ดี แต่อย่าประมาทแล้วกัน ว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านถืออยู่ในมือจะสามารถโค่นล้มรัฐบาลได้หรือไม่ และแน่นอนว่าวิธีการที่ทำให้รัฐบาลล่มได้ คือการไม่สามารถรวบรวมเสียงของฝ่ายรัฐบาลได้ ถึงแม้ท้ายที่สุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่เกิดผล เพราะเสถียรภาพยังไม่สั่นคลอนมากพอ อย่างน้อยก็เป็นการเช็กเสียงว่าพรรคร่วมรัฐบาลยินดีที่จะแบกกันอยู่หรือไม่"

เมื่อถามว่า แดงกับน้ำเงินรวมกันยังไม่ได้เสียงเพียงพอ ตามสมการต้องเอาพรรคส้มมารวมด้วย น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ก็จริง ถ้าเฉพาะแดงกับเขียวก็อาจไม่มีผล อาจเป็นไปได้สองทางว่าเขียวกับแดงอาจเจรจาให้ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หรือเจรจาเพื่อตั้งรัฐบาลใหม่ แต่คงต้องมาคุยกับฝั่งเราด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสมการทางการเมืองอาจจะไม่ครบถ้วน เรื่องพวกนี้ก็สามารถพูดคุยกันได้

เมื่อถามอีกว่า ไม่ปิดทางแดงกับเขียว แต่ถ้าเป็นน้ำเงินมาคุยปิดทางแน่นอนแล้วใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ใช่ เขาคงไม่มาคุยกับเรา ถ้าเป็นกรณีนี้ จุดยืนเราก็ชัดเจนในจุดนี้ ในฐานะที่เราก็กำลังทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ได้เห็นข้อบกพร่องของการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเยอะมาก ท้ายที่สุดการเปลี่ยนเข้าไปร่วมเราไม่สามารถทำได้

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการที่คนยังวิเคราะห์กันอยู่ ว่า รัฐบาลมาถึงจุดนี้ได้เพราะพรรค ปชน.ไปโหวตให้นายอนุทิน น.ส.ศิริกัญญาระบุว่า ห้ามไม่ได้ที่จะมีคนคิดแบบนั้น ก็ต้องขออภัยด้วยที่ในอดีตเราเคยมีการตัดสินใจ ที่ไม่ได้ล่วงรู้ว่าจะถูกบิดข้อตกลงที่เคยตกลงกันเอาไว้ ท้ายที่สุดก็เป็นบทเรียนที่ทำให้เราหลาบจำเหมือนกันว่า การจะไปทำข้อตกลงอะไรกับใครจะถือว่ามีสัจจะกัน ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนมากจริงๆ ที่ในวันนั้นทำให้ผิดหวัง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยมาถึงทุกวันนี้ สุดแต่ว่าจะมีใครวิเคราะห์ไปทางไหน แต่เราก็ขออภัย แล้วเราก็จำแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจรใต้ป่วนยะลา-ปัตตานี

โจรใต้ป่วนอีก! ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มด้านหลัง สภ.ลำใหม่ ยะลา ตรงข้ามกับโรงเรียนบ้านพร่อน สั่งอพยพนักเรียนกลับบ้านทันทีเพื่อความปลอดภัย

กต.กระทุ้งUN นายกฯโต้เขมร ไม่ให้ใครบังคับ

นายกฯ ชี้ปมเขมรลากเอ็มโอยู 43 อ้างยูเอ็นเจรจาไทย ลั่นไทยมีหลักการไม่ให้ใครบังคับได้ กต.ส่ง จ.ม.ถึง “เจนีวา” แจงรายงาน “ทอม แอนดรูว์ส” กระทบ "ความเป็นกลาง-เที่ยงธรรม" คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ “สีหศักดิ์” ซัด “กัมพูชา” ใช้ปมพาดพิงไทยโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง

‘กต.-ทร.’จัดหนัก รายงานUNเอียง เลือกฟัง‘กัมพูชา’

“กต.-ทร.” ประสานเสียง ซัดรายงานผู้แทนยูเอ็นฟังความข้างเดียว ทำให้ไม่เป็นกลาง-ขาดความน่าเชื่อถือ โต้ยิบทั้งเรื่องผู้พลัดถิ่น-แรงงาน