
“กัญจนา” เปิดใจ ชาติไทยไม่ได้เป็นของเตี่ย แต่กลุ่มผู้ใหญ่กลุ่มซอยราชครูเป็นผู้สร้างขึ้นมา ยัน ชทพ.-ภท.เป็นเนื้อเดียวกัน ยอมรับหาก "ท็อป" ไม่ย้ายพรรค วันนี้อย่าว่าแต่เป็นรัฐมนตรีเลย จะได้เป็น สส.หรือไม่ก็ไม่รู้
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่โรงแรมสองพันบุรี อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติไทยพัฒนา ครั้งที่ 2/2569 โดยมี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธาน ขณะที่บรรยากาศการประชุมครั้งนี้ มีแกนนำพรรคและสมาชิกพรรคคนสำคัญเข้าร่วมหลายคน ประกอบด้วย นายจองชัย เที่ยงธรรม สมาชิกพรรค, นายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาและประธานคณะกรรมการดำเนินกิจการของพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด, นายสมชาย สุจิตต์ หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา
โดย น.ส.กัญจนากล่าวในที่ประชุมว่า การเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว มีการตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีต สส.พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เป็น สส.ของพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ที่น่ายินดีคือ นายนิกร จำนง ซึ่งเป็นสมาชิกเก่าแก่ของพรรค ได้มีโอกาสเป็น สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทยด้วย อยากบอกคนสุพรรณบุรีว่า ณ ตอนที่นายวราวุธและอดีต สส.ของพรรคย้ายไปพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อาจจะเกิดความไม่เข้าใจและตำหนิว่าย้ายพรรค ถ้าวันนั้นนายวราวุธและน้องๆ สมาชิกพรรคไม่ย้ายไป ในวันนี้อย่าว่าแต่เป็นรัฐมนตรีเลย นายวราวุธจะได้เป็น สส.หรือไม่ สส.คงไม่ได้เป็น
เธอกล่าวว่า พื้นที่และตำแหน่งที่จะรับใช้ประชาชน โอกาสตรงนั้นคงน้อยลง คนพูดสวยหรูว่าอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ แต่นั่นเป็นแค่คำพูด ความเป็นจริงการมีตำแหน่งทางการเมือง มีศักยภาพในการรับใช้พี่น้องประชาชนสูงกว่ามาก ยิ่งนายวราวุธได้เป็นรัฐมนตรี จะดูแลพี่น้องได้มากกว่าเป็น สส. ถ้านายวราวุธไม่ได้เป็นอะไรจะดูแลพี่น้องประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน การที่พวกเขาไปพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคใหญ่และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้มีเครือข่ายประสานงานในกระทรวงต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บางคนพูดว่า นายวราวุธทิ้งพรรคที่พ่อสร้าง อยากชี้แจงอีกครั้งว่า พรรคชาติไทยในอดีต นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ก็ไม่ได้ก่อตั้ง พรรคชาติไทยก่อตั้งปี 2517 โดยผู้ใหญ่กลุ่มซอยราชครู คือ พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร (ยศขณะนั้น) พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศขณะนั้น) และ พล.ต.ศิริ สิริโยธิน โดยผู้ใหญ่ทั้ง 3 คนเป็นผู้ก่อตั้งพรรคขึ้นมาในปี 2519 ตอนนั้นมีข่าวว่า นายบรรหารจะลงพรรคการเมือง ก็มีพรรคต่างๆ มาทาบทาม แต่นายบรรหารเลือกมาอยู่กับพรรคชาติไทยและเติบโตในพรรคชาติไทยมาตลอด
"ย้ำว่าคุณพ่อไม่ได้เป็นคนตั้งพรรคชาติไทย พรรคเขามีของเขาอยู่ คุณพ่อแค่ต้องการหาพื้นที่ทำงานให้กับคนสุพรรณบุรีและคนไทยทั้งประเทศ จึงหาพรรคที่ให้โอกาสได้ วันนี้ก็เช่นเดียวกัน คุณวราวุธถ้าอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาคงไม่มีศักยภาพรับใช้พี่น้องประชาชนได้เต็มที่ การย้ายไปพรรคภูมิใจไทยก็เหมือนกับคุณพ่อมาอยู่กับพรรคชาติไทยในตอนต้น"
น.ส.กัญจนากล่าวต่อว่า ใส่เสื้อสีอะไรไม่สำคัญ มันสำคัญว่าใส่สีนั้นแล้วมีโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ถ้านายวราวุธและอดีต สส.ใส่เสื้อสีชมพูคงไม่มีศักยภาพทำงานได้เต็มที่ วันนี้ใส่สีน้ำเงินก็มีศักยภาพในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น ดังนั้น ใครมาต่อว่า ฝากสมาชิกช่วยชี้แจงว่า พ่อบรรหารไม่ได้เป็นคนตั้งพรรคชาติไทย แต่อาศัยพรรคชาติไทยเพื่อมีพื้นที่ทำงาน เหมือนวันนี้ที่นายวราวุธไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งที่ผ่านมาเขาให้เกียรติมาก ตอนไปเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยก็ให้อยู่ลำดับที่ 3 และให้เกียรติอดีตสมาชิกพรรคทุกคน
จากนั้นที่ประชุมรับทราบการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี 2569, การดำเนินการตามแผนงานและโครงการที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง ประจำปี 2568, แผนหรือโครงการที่จะดำเนินกิจกรรมตามมาตรา 23 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ประจำปี 2569, แผนงานและโครงการที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง ประจำปี 2569 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบงบการเงินประจำปี 2568 และเห็นชอบรายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2568
น.ส.กัญจนากล่าวตอนท้ายว่า เรายังเป็นพรรคการเมือง มีหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และสาขาพรรคในภาคต่างๆ มีสมาชิกพรรค แต่แน่นอนว่ากิจกรรมทางการเมืองคงไม่ได้มากอย่างในอดีต เพราะเราไม่มี สส. เรายังมีสถานะเป็นเสมือนหนึ่งตัวแทนพี่น้องประชาชนที่จะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนหรือข้อชี้แนะต่างๆ ได้อยู่ เราจะประสานให้กับอดีต สส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ไปเป็น สส.และรัฐมนตรีภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเขามีศักยภาพในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไม่ได้แตกต่างจากตอนสวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา
น.ส.กัญจนาระบุว่า ไม่ต้องไปคิดถึงสีเสื้อ ในเขต 1 สุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เขาคือคนเดิม เป็นลูกชายนายสมชาย สุจิตต์ ทำงานรับใช้คนสุพรรณบุรีเหมือนเดิม เขต 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย รับใช้พี่น้องประชาชนในเขต 2 เหมือนเดิม เป็นคนเดิมแต่ในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย เขต 3 นายนพดล มาตรศรี ครั้งนี้เราพ่ายแพ้ให้กับพรรคกล้าธรรมไป แต่ไม่ได้ทิ้งพี่น้องประชาชน นายนพดลยังอยู่ จะช่วยงานของเรา เราจะลงพื้นที่นายนพดลทั้งหมด ครั้งหน้าหวังว่าเราจะสามารถเอาพื้นที่ของเราคืนมาได้ เราจะยังทำงาน แม้เราไม่ได้ สส.เขตนี้ เราไม่ทิ้งประชาชน ประชาชนยังฝากทุกข์สุขกับ สส.พรรคภูมิใจไทยได้ เขต 4 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นลูกของนายจองชัย เที่ยงธรรม เหมือนเดิม ยังดูแลพื้นที่เหมือนเดิม เขต 5 ไม่ต้องกังวล นายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย อยู่พรรคชาติไทยมาก่อนนายบรรหาร อยู่ตั้งแต่ปี 2518 ดังนั้นทั้ง 5 เขตของสุพรรณบุรี แม้ว่าจะเป็นสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย หรือในเขตที่เราไม่ได้ สส. พรรคภูมิใจไทยก็ยังดูแลประชาชน ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ยินดีที่จะเป็นจุดบอกเล่าทุกข์สุข เราจะประสานให้ สส.ในเขตเป็นอย่างดี เรายังมีสถานะเป็นพรรคการเมืองอยู่เช่นนี้
น.ส.กัญจนากล่าวถึงความเป็นพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ในความเป็นจริงไม่ได้มี สส. หากพูดถึงฐานมวลชน ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทยขณะนี้หรือพรรคชาติไทยพัฒนาขณะนี้ก็คือฐานเดียวกัน เพราะในความเป็นจริงต้องยอมรับว่า คือฐานเดียวกัน ทำงานส่งทอดด้วยกัน มาจากที่เดียวกัน
เมื่อถามว่า เงื่อนไขของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในครั้งหน้าจะต้องมีการส่งผู้สมัคร สส. น.ส.กัญจนากล่าวว่า เดี๋ยวจะพิจารณาอีกทีหนึ่ง เพราะยังไม่ถึงวันนั้น
ถามอีกว่า ในอนาคตมีการพูดถึงพรรคชาติไทยพัฒนายุบรวมกับพรรคภูมิใจไทย น.ส.กัญจนากล่าวว่า นั่นเป็นเรื่องของอนาคต ยังไม่พูดวันนี้ อย่างที่บอก คือฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้นจะทำทุกทาง เพื่อให้ทุกคนที่ไปจากพรรคชาติไทยพัฒนาได้ยังคงอยู่ทำงานให้กับประชาชนได้อย่างเต็มที่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนูจี้เคลียร์สินบน ลั่นล้าง‘ตราบาป’
ผลสำรวจ กกร. 10 หน่วยงานรัฐมีมูลค่าสินบนสูง ทำหลายองค์กรเต้นแจง “อนุทิน” ลั่นต้องล้างตราบาป “พิพัฒน์” สั่งปลัดคมนาคมสอบข้อเท็จจริง
จับมือรวยไม่ไหวแล้ว อนุทินชี้‘รัฐ-เอกชน’ต้องไปด้วยกัน/จ่อเชิญภาคการเงิน!
“รัฐบาล” เปิดทำเนียบฯ คุย 35 เจ้าสัว “เอกนิติ” บอกหวังเอกชนเป็นหัวหอกพลิกโฉมเศรษฐกิจระยะยาว
ถกกก.แลนด์บริดจ์นัดแรก ผุดอนุฯ3คณะ/กสม.หนุน
คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์นัดแรก ผุดอนุฯ ศึกษา 3 ชุด ดูความเป็นไปได้ของโครงการ-สิ่งแวดล้อม
ลุงโยชน์กลับถิ่น ‘กลาโหม’รีบปัด ขอแลกเปิดด่าน
"ลุงโยชน์" ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา
หึ่ง!ชัชชาติไขก๊อกชิงสมัย2
“แสวง” ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา จะไม่ให้เกิดความผิดพลาด
มติ611ลุยร่างกม.34ฉบับค้างท่อ
มติรัฐสภาเอกฉันท์ 611 ต่อ 3 เสียง เดินหน้าร่าง กม. 34 ฉบับค้างท่อต่อในสภา

