"อดุลย์” สยบดรามาแม่ทัพภาค 4 มั่นใจจบเรียบร้อยแล้ว "ประเสริฐ" เชิญผู้บริหารสถาบันปอเนาะ-ตาดีกา หารือการทำงานในอนาคตที่ ศธ. 29 เม.ย.นี้ ชายแดนใต้เดือดอีก! ลอบยิง อส.กะพ้อ วัย 59 ดับคาถนน ดักบึ้ม! หน้า รร.บันนังสะตา ทหารพรานชุด รปภ.ผบ.หน่วยเจ็บ 7 นาย ยะลาคุมเข้มหลังโจรใต้ปรับแผนเตรียมก่อเหตุระลอกใหม่ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อวันที่ 20 เมษายน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีดรามาคำพูด พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีแรงกดดันให้ย้ายออกจากตำแหน่ง เรื่องนี้จบแล้วใช่หรือไม่ โดย พล.ท.อดุลย์พยักหน้ารับ พร้อมกล่าวว่า "จบเรียบร้อยแล้ว"
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างแม่ทัพภาคที่ 4 กับสถาบันการศึกษาปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาว่า ในวันที่ 29 เม.ย.นี้จะเชิญผู้บริหารสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกามาพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น ซึ่งจริงๆ แล้วมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำกับดูแลอยู่แล้ว โดยต้องทำงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องของการสร้างความรู้ความเข้าใจ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก เป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันในอนาคต
เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจอย่างไร เพราะที่ผ่านมาคนมักจะมองโรงเรียนลักษณะนี้ไปในทางลบ นายประเสริฐ กล่าวว่า จริงๆ ไม่มีอะไรเลย สช.กำกับดูแลอยู่ ที่ผ่านมาก็ทำงานบูรณาการร่วมกันมาโดยตลอด ก็ไม่มีปัญหาอะไร และการมาพูดคุยกันครั้งนี้ ก็พูดถึงแนวทางในอนาคตที่จะต้องทำงานร่วมกัน รวมถึงประเด็นทั่วไปอีกหลายเรื่อง ที่โรงเรียนเอกชนต้องการเป็นการแลกเปลี่ยนกัน
วันเดียวกัน เวลา 08.40 น. พ.ต.อ.สินชัย พาบับพา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่ที่ 6 บ้านคอลอกาปะ ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่ริมถนนในหมู่บ้าน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายเดชอุดม สาและ อายุ 59 ปี เป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำพื้นที่อำเภอกะพ้อ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าบริเวณลำตัวหลายแห่งจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนตกอยู่ในจุดเกิดเหตุหลายรายการ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตมักใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำในการเดินทางไปกลับระหว่างที่พัก กระทั่งช่วงเกิดเหตุขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดดังกล่าว ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ทำให้รถมอเตอร์ไซค์ล้มลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุตั้งไว้ทั้งเรื่องความไม่สงบในพื้นที่และปมขัดแย้งส่วนตัว
ต่อมาเวลา 10.47 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มลอบวางระเบิดแสวงเครื่องโจมตีรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหารพราน บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 410 (ยะลา-เบตง) หมู่ที่ 4 บ้านตาเนาะปูเต๊ะ ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หน้าทางเข้าโรงเรียนแสงทิพย์วิทยา ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป้าหมายของการโจมตีคือชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) คณะผู้บังคับบัญชา ผบ.ฉก.ทพ.33 ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ใช้รถยนต์หุ้มเกราะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีดำ เป็นพาหนะ แรงระเบิดส่งผลให้ตัวรถได้รับความเสียหาย โดยคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ใต้ท่อลอดผิวการจราจร และใช้วิธีลากสายไฟเพื่อจุดชนวนระเบิดในจังหวะที่รถเจ้าหน้าที่เคลื่อนผ่าน
สำหรับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 นาย มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อจากแรงอัดระเบิด ประกอบด้วย ร.ต.สุพัฒน์ ทรงเดช, จ.ส.อ.กันต์ศักดิ์ เตชะฤทธิ์, อส.ทพ.นฤดล บุญสุวรรณ์, อส.ทพ.อภิสิทธิ์ ตันกาบ, อส.ทพ.อำไพพงษ์ อุ่นถิ่น, อส.ทพ.หญิง รินรดา ทองขวัญ, อส.ทพ.หญิง วริยา เจียมประสิทธิ์ โดยทั้งหมดถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษา ณ ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลบันนังสตา ขณะนี้อาการปลอดภัย
ที่จุดตรวจศูนย์อำนวยการร่วม ทหาร ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครอง ได้ทำการตรวจเข้มยานพาหนะทุกชนิดที่เข้าออกพื้นที่ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้า รร.แสงทิพย์วิทยา อ.บันนังสะตา โดย พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ดูดิง ผกก.สภ.เบตง เปิดเผยว่า ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความเข้มงวดเส้นทางเข้าออกพรมแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันการแอบแฝงเดินทางเข้ามาพร้อมสิ่งผิดกฎหมายของกลุ่มผู้ไม่หวังดีและในย่านชุมชน รวมทั้งการเข้าตรวจจุดเกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ทุกกรณีให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น หลังกลุ่มก่อความไม่สงบปรับแผนหลอกล่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจจุดเกิดเหตุแล้วกดระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
นอกจากนี้แหล่งข่าวความมั่นคงเปิดเผยว่า แกนนำระดับปฏิบัติการได้ร่วมประชุมแผนงานในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการสั่งการให้เพิ่มความถี่และความรุนแรงของการก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อผู้ที่ให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และยังกำชับให้ฝ่ายปฏิบัติการเร่งสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการคัดเลือกสมาชิกรุ่นใหม่ตามหมู่บ้านที่จัดตั้งไว้ เพื่อเข้ารับการฝึกทางทหารจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ โดยได้เน้นย้ำให้สมาชิกทุกระดับปฏิบัติตามคำสั่งของผู้นำอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับการปฏิบัติการในพื้นที่และเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐไทยด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบรกพรก. กู้5แสนล. ‘เอกนิติ’แจงยังมีช่องทางหนี้สาธารณะต่ำพร้อมถก‘ปกรณ์’
นายกฯ มอบนโยบายงบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ย้ำทุกบาททุกสตางค์ต้องตรงเป้าแม่นยำ ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส
นายกฯลุยไฟป่า จ่อตั้ง‘ทรงศักดิ์’ ปธ.ป้องภัยพิบัติ
นายกฯ บินเชียงใหม่ ติดตามแก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 รับเป็นปัญหาหนักหน่วง
สว.จวกยับ‘ครม.’หนีตอบ6กระทู้
“นายกฯ-รมต.” เบี้ยวตอบกระทู้ สว.ครั้งแรก 6 กระทู้ ทั้ง "พง.-กห.-พณ.-มท.-สธ.-ศธ."
อิหร่านไม่คุยสหรัฐ ซัดทรยศวิถีการทูต
อิหร่านไม่มีแผนเข้าร่วมการเจรจากับสหรัฐฯ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
'ครม.อนุทิน 2' ประเดิมเบี้ยว! 6 กระทู้ สว. รอเก้อ
'นายกฯ-รมต.' เบี้ยวตอบกระทู้ สว. ครั้งแรก ทั้งพลังงาน-กลาโหม -พณ.-มท.-สธ.-ศธ. อ้างติดภารกิจกันหมด
'อดุลย์' พยักหน้าดรามา 'มทภ.4' จบแล้ว ลั่นปมเขมรสร้างบังเกอร์ชิดชายแดนสระแก้ว รอฟังรายงาน
รมว.กลาโหม ตอบคำถามกรณีดรามาคำพูดพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และมีแรงกดดันให้ย้ายออกจากตำแหน่งเรื่องนี้จบแล้ว

