เขย่าขวัญพรรคส้ม! สิบโมงครึ่งรู้ผล "เท้ง-ไหม-โรม" กับพวกรวม 10 คน ต้องพักข้างสนามหรือไม่ ศาลฎีกาเปิดห้องให้สื่อเข้าฟังพร้อมคุมเข้ม "ปชน." ปักหลักย่านบางนา รอแถลงใหญ่ไฟกะพริบบ่ายสามครึ่ง หากไม่รอด ดัน “ต้น-วีระยุทธ” ขึ้นหัวหน้านั่งผู้นำฝ่ายค้านฯ "ปกรณ์วุฒิ" ลั่นมีกำลังใจเต็มเปี่ยม ไม่ว่าผลเป็นอย่างไรยังเดินหน้าต่อ "ไอติม" ปลุก ปชช.จับตา หวั่นยุติธรรมสองมาตรฐาน ทำประเทศไร้ที่พึ่ง
เมื่อวันที่ 23 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. องค์คณะตุลาการศาลฎีกา ผู้พิจารณาสำนวนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการกระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กับอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
สำหรับคำร้องของ ป.ป.ช. ชี้ว่าทั้งหมดมีเจตนากระทำการโดยไม่สมควรที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐ ที่แก้มาตรา 112 ให้มีบทบัญญัติที่เป็นการลดทอนสถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่พ.ร.บ.ที่เสนอจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป.ป.ช.จึงเห็นว่าอดีต สส.ทั้ง 44 คนของพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ
โดยองค์คณะของศาลฎีกาได้นัดประชุมสำนวนคำร้องดังกล่าวในช่วงเช้า และนัดฟังคำสั่งในเวลา 10.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกา สนามหลวง ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 11.00 น. จะรู้ผลใน 2 ประเด็นสำคัญคือ
1.ศาลฎีกาจะรับคำร้องดังกล่าวไว้ไต่สวนหรือไม่ โดยหากไม่รับคำร้อง เท่ากับคดีไม่เข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลฎีกา อดีต 44 สส.ก้าวไกลจะไม่ตกเป็นผู้ถูกร้อง หรือผู้คัดค้าน 2.หากศาลฎีการับคำร้องไว้ไต่สวน ตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 ทางองค์คณะจะมีคำสั่งให้ 10 สส.พรรคประชาชนที่อยู่ในกลุ่มอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล หยุดการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เท่ากับ 10 สส.พรรคประชาชน ที่นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) รวมถึง สส.และแกนนำพรรคคนอื่น เช่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม ยังทำหน้าที่ สส.ในสภาได้ต่อไป
นอกจากนี้ สุดท้ายต้องดูว่าศาลฎีกาอาจมีคำสั่งออกมาอย่างอื่นหรือไม่ เพราะในระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ยังเขียนกระบวนการไต่สวนไว้อีก เช่น ศาลอาจมีคําสั่งให้คู่ความ (ป.ป.ช.) ที่ดําเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้องดําเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่ศาลเห็นสมควรกําหนด เช่น ศาลให้ ป.ป.ช.ไปพิจารณาเขียนคำร้องมาใหม่ หากเห็นว่าสำนวนคำร้องยังมีปัญหาไม่ครบถ้วนตามข้อกฎหมาย ซึ่งกรณีดังกล่าว เป็นหนึ่งในสามข้อต่อสู้ที่พรรคประชาชนเคยประกาศไว้ว่า จะโต้แย้ง ป.ป.ช.ว่าคำร้องและการไต่สวนของ ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ป.ป.ช.ไปไต่สวนพิจารณาคดีใหม่ หรือให้แก้ไขคำร้องแล้วยื่นใหม่ต่อศาลฎีกา
ทั้งนี้ การนัดฟังคำสั่งของศาลฎีกา พบว่ามีการเปิดห้องพิจารณาไต่สวน โดยให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย แต่ต้องเป็นสื่อที่ลงทะเบียนกับศาลฎีกาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น ซึ่งศาลฎีกาจะปฏิบัติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา คือห้ามไม่ให้มีการพกพาโทรศัพท์มือถือเข้าไปอัดเสียงและถ่ายภาพในห้องไต่สวนโดยเด็ดขาด โดยมีตัวแทนจากสำนักงาน ป.ป.ช. และตัวแทนพรรคประชาชน ซึ่งส่งทีมทนายความไปร่วมรับฟังคำสั่งแทน
สำหรับการไต่สวน ดำเนินไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ที่กำหนดไว้ว่า ให้ไต่สวนคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามปกติคำร้องไต่สวนคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ จะใช้เวลาราวๆ 9-12 เดือน แต่อาจช้าหรือเร็วกว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปคดี-กระบวนการสู้คดี-พยานหลักฐานมีมากน้อยแค่ไหน
โดยหากศาลฎีกาสั่งให้ 10 สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จะทำให้เสียงฝ่ายค้านในสภาหายไป 10 เสียง และทำให้พรรคประชาชนต้องมีการปรับทัพเพื่อรองรับสถานการณ์ ซึ่งพรรคประชาชนจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคและการสัมมนาพรรค 3 วันติดต่อกัน ระหว่างวันที่ 24-26 เม.ย. ที่โรงแรมเมเปิล ย่านบางนา ทั้งนี้ พรรคนัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการโดยแกนนำพรรค ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.นี้ เวลา 15.30 น. หลังทราบผลการพิจารณาของศาลฎีกาอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่าพรรคประชาชนได้เตรียมแผนรองรับหากศาลสั่งให้นายณัฐพงษ์และ 9 สส.ของพรรคหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะในการประชุมครั้งนี้จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว เนื่องจากหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีที่พรรคประชาชนไม่ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคจะดันให้นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและหนึ่งในสามแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคตอนเลือกตั้ง ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน เพื่อให้นายวีระยุทธถูกเสนอชื่อเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ตำแหน่งที่ต้องมีการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย แล้วให้นายณัฐพงษ์ขยับลงมาเป็นเลขาธิการพรรคแทน รวมถึงปรับเปลี่ยนในอีกบางตำแหน่ง เช่น ให้นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร แทนนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นต้น
อนึ่ง 10 สส.พรรคประชาชนที่มีชื่ออยู่ในกลุ่ม 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล, นายรังสิมันต์ โรม, นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส.กทม. 2 คน คือ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
โดยคำร้องของ ป.ป.ช.ที่ยื่นต่อศาลฎีการะบุว่า ขอให้ผู้คัดค้าน 10 คน ที่เป็น สส.พรรคประชาชนในปัจจุบัน พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่, ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้ง 44 และห้ามมิให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป (ตลอดชีวิต) และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้ง 44 มีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปี
ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ สส.บัญชีรายชื่อ หนึ่งในกลุ่ม 44 อดีต สส. เปิดเผยว่า วันที่ 24 เม.ย. เตรียมตัวไปประชุมพรรค ตอนนี้กำลังใจเต็มเปี่ยมสบายมาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะเดินหน้า เราทำงานได้อยู่แล้ว
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค หลังจากศาลมีคำสั่งว่า เป็นอนาคตที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น เราต้องยืนยันว่าสิ่งที่ 44 คน ทั้ง สส.ปัจจุบันและอดีต สส.ได้ดำเนินการ ไม่มีอะไรที่จะนำไปสู่การถูกตีความว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ถูกตัดสิทธิทางการเมือง หรือถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
"จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้จับตาดูผลลัพธ์ของคำสั่งและคดีดังกล่าว เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับ 44 คน หรือพรรคประชาชน แต่จะส่งผลกระทบต่อมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมในประเทศเรา สิ่งที่ประชาชนทุกคนอยากเห็น ไม่ว่าจะเห็นต่างกันอย่างไร ในประเด็นไหน ไม่ว่าจะชื่นชอบหรือไม่ชื่นชอบพรรคการเมืองใด เราต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมที่มีมาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย ถ้าเมื่อไรก็ตามที่ประชาชนมีข้อกังวลว่ามีกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน ประเทศนี้ก็จะไร้มาตรฐาน" โฆษกพรรคประชาชนระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งผอ.สขช.‘คุยสันติสุข’ ส่ง‘วันนอร์’เคลียร์ปัญหา
สมช.เคาะ 5 ข้อเดินหน้า “ดับไฟใต้” ตั้ง “ผอ.สำนักข่าวกรองฯ” นั่งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข ดึงมาเลเซียร่วมมือ
เลิกMOU44ใช้UNCLOS ไม่แจ้งกัมพูชา/43ลุยต่อ
"อนุทิน" เผย สมช.รับทราบยกเลิก MOU 44 จ่อชง ครม.เร็วที่สุด ใช้ UNCLOS แทน ยันไม่ต้องแจ้งกัมพูชา
ขยี้พรก.กู้เงิน-ดีเซลลด1.5บ.
"นายกฯ" ถก "ก.น.บ." ตั้ง 6 รองนายกฯ คุมพื้นที่ กำชับทำงบ 70 ยึดหลักลดความซ้ำซ้อน
ปปช.งัดข้อศาลรธน. ฟอกขาว‘ศักดิ์สยาม’รอดซุกหุ้น/‘อั๋น’ย้ำเส้นเงินเข้าข่ายปกปิด
ป.ป.ช.ร่อนเอกสารแจงยิบ “ศักดิ์สยาม” รอดคดีซุกหุ้นตั้งแต่ 8 ก.ย.2568
อิหร่านเมินทรัมป์ยืดหยุดยิง
"ทรัมป์" ประกาศขยายเวลาการหยุดยิงออกไปจนกว่าจะมีการยื่นข้อเสนอของเตหะราน
อัจฉริยะรอดคุก ศาลให้ประกัน ตบทรัพย์‘ตม.’
"อัจฉริยะ" รอดคุก! ศาลเมตตาปล่อยชั่วคราว เงื่อนไขห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย-ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

