
"เพื่อไทย" ดึง "แพทองธาร-ยศชนัน" นั่งที่ปรึกษา "จุลพันธ์" เมินคนนอกมองพรรควิกฤต "ภท." ประชุมใหญ่ ไม่เปลี่ยน กก.บห. "กกต." เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คนสู้คดีคิวอาร์โค้ด ส่งเอกสาร 8 หมื่นหน้าคดีฮั้วให้ชุดใหญ่สิ้นเม.ย.
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ว่า พรรค พท.เป็นพรรคการเมืองที่อยู่ในระบบการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน เรามีอุดมการณ์แน่วแน่ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ความชัดเจนในวันนี้คือการเดินหน้าเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อนำนโยบายของพรรคไปขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในระบอบรัฐสภา พรรคการเมืองทุกพรรคต้องถูกตรวจการบ้านโดยประชาชนสม่ำเสมอ และการตรวจการบ้านครั้งใหญ่ที่สุดคือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งอาจไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่เรายังสามารถนำพาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่ได้ถึง 74 คน เป็นจำนวนที่มากพอจะขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และขอยืนยันว่า ด้วยจำนวน สส.และองคาพยพทั้งหมดที่เรามี ทั้งสมาชิกและผู้สมัครที่ยังคงใกล้ชิดพื้นที่ เราพร้อมจะทำงานเพื่อประชาชนด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายที่มีต่อไป
นายจุลพันธ์เปิดเผยว่า ขอนำเสนอโครงสร้างการบริหารพรรคที่จะใช้เดินหน้าในอีก 4 ปีข้างหน้า คือการปรับการบริหารแบบมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ทุกปัญหาต้องมีคนรับผิดชอบ ทุกพื้นที่จะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกัน 3 ส่วนคือ ตัวพรรค สภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายบริหาร
หัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า สำหรับการปรับกระบวนทัศน์การบริหารครั้งนี้ นอกจากคณะกรรมการบริหารพรรคตามกฎหมายแล้ว เราจะใช้กลไกคณะผู้บริหารเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารหรือสมาชิกอีก 5-9 คน
หัวหน้าพรรค พท.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคยังมีอำนาจแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา เพื่อช่วยคิดยุทธศาสตร์และนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยรวบรวมบุคลากรผู้ทรงความรู้และประสบการณ์ เช่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รวมถึงรัฐมนตรีอีกหลายคน เช่น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นต้น
หัวหน้าพรรค พท.ระบุว่า คนนอกอาจมองว่าพรรค พท.อยู่ในภาวะวิกฤตหรือสะดุดติดขัด แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยที่เราต้องกังวล สถาบันการเมืองไม่ใช่เวทีละครที่จะเล่นตามบทที่ใครกำหนด แต่เราคือ องค์กรที่มีชีวิต เราจะเดินหน้าโดยใช้ลมหายใจและความหวังของประชาชนเป็นแรงขับเคลื่อน เมื่อเป้าหมายของประชาชนคือที่ตั้ง ภารกิจของเราจึงไม่มีวันสิ้นสุด
มีรายงานว่า สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรค พท. ที่มีการเลือกเพิ่มเข้าไปในครั้งนี้ มีจำนวน 13 คน ทำให้ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 29 คน
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ภท. วันที่ 25 เม.ย.นี้ เป็นการประชุมทั่วไป เป็นไปตามวาระที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ที่ทุกพรรคต้องประชุมสามัญภายในเดือนเม.ย.ของทุกปี วาระหลักๆ คงจะมีเรื่องข้อบังคับพรรค อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พรรค ภท.ยังมีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคที่ว่างอยู่ แต่อาจจะยังไม่มีการเพิ่ม ขณะนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรทั้งสิ้น ยังเป็นรูปแบบเดิมอยู่ ทุกคนยังอยู่ในตำแหน่งเดิม
โฆษกพรรค ภท.ยังกล่าวถึงความชัดเจนการส่งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า เป็นไปตามที่เลขาธิการพรรคพูดก่อนหน้านี้ เรายังไม่มีนโยบายเรื่องนี้ ส่วนท่าทีของหัวหน้าพรรคนั้น ไปในทางเดียวกันอยู่แล้ว พื้นที่ กทม. หากจะส่งผู้สมัคร สก.และผู้ว่าฯ กทม. เราคงต้องทำงานอีกเยอะ
วันเดียวกัน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.ว่า กกต.ได้ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้จะมีการขอขยายระยะเวลาจากศาลรัฐธรรมนูญออกไปอีก 15 วัน แต่ทาง กกต.สามารถดำเนินการส่งได้ก่อนกำหนด ในส่วนของบัญชีพยานนั้น คาดว่าจะมีการส่งรายชื่ออย่างเป็นทางการต่อศาลในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 11 คน ตามที่เป็นข่าว
นายแสวงยังกล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับพยานรายหนึ่งที่มีประวัติส่วนตัวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทางสำนักงาน กกต.ได้ทาบทามบุคคลดังกล่าวมาเป็นพยานจริง เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ซึ่งให้ความเห็นในทางข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่พยานที่มาให้การเรื่องพฤติกรรม ส่วนกระแสข่าวพยานคนดังกล่าวอาจขอถอนตัวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม พยานสามารถส่งความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับฟังพยานหรือให้มาปรากฏตัวหรือไม่
เลขาธิการ กกต.ยืนยันว่า ในด้านแนวทางการต่อสู้คดี กกต.ไม่มีความกังวลใจ จะมุ่งเน้นการอธิบายถึงโครงสร้างและกระบวนการเลือกตั้งว่ามีความเป็นความลับ ทั้งในระหว่างการลงคะแนนและการเก็บรักษาบัตร ซึ่งไม่สามารถสืบย้อนไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ เพื่อยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นายแสวงยังได้กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง แต่ที่ยืนยันได้คือระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้
รับผิดพลาดตรง กปน.
นายแสวงยอมรับว่า สิ่งที่เกิดข้อผิดพลาดคือ การนำคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เกือบ 1 ล้าน 6 แสนคน มาทำงานเกี่ยวกับระเบียบซึ่งมีความซับซ้อนอยู่พอสมควร จึงทำให้เกิดข้อผิดพลาด แม้ว่าจะมีการตรวจสอบได้ แต่ต้องเห็นว่าจะต้องพัฒนาในส่วนนี้ให้ได้และให้ดีขึ้น และอีกส่วนคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้ดีขึ้นกว่าเดิมในการที่จะให้ประชาชนเสร็จเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาจจะนำเทคโนโลยี เช่น การติดตั้งกล้อง ซึ่งจะทำให้ กปน.และผู้มีสิทธิเลือกตั้งระมัดระวังในการกระทำผิด หากมีเหตุการณ์ใดสามารถดูจากกล้องวงจรปิดได้
เลขาธิการ กกต.ระบุว่า ส่วนการดำเนินคดีนั้น เมื่อเห็นข้อเท็จจริงแล้ว แต่จะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ อยู่ที่ผลการสอบสวนว่าเจตนาหรือผิดพลาด ถ้ามีเจตนาไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือไม่สุจริต จะต้องแจ้งความดำเนินคดี แต่หากผิดหลง ไม่กระทบต่อสาระสำคัญของการเลือกตั้ง ก็จำเป็นจะต้องนำมาปรับปรุงในทางการบริหารต่อไป แต่มีการแจ้งความดำเนินคดีไปบางส่วนแล้ว เช่นเดียวกับกรณีที่ กปน.ในพื้นที่ จ.ลำพูน และจังหวัดสุพรรณบุรี อาจดำเนินการ ทาง กกต.ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ในบางพื้นที่ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และอีกบางส่วนอยู่ในสำนวนก็มี ขณะที่คดีความร้องเรียนจากการเลือกตั้ง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 250 เรื่อง
เขาเปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนคดีการเลือกตั้งของ กปน.ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ต้องยอมรับว่าเกิดความผิดปกติ เพราะมีคะแนนกระโดดเยอะมาก นับหลักร้อยคะแนน ซึ่งจากประสบการณ์ เวลานับคะแนนใหม่ จะไม่เกิน 1 หรือ 2 คะแนน ซึ่งทุกที่คะแนนจะไม่เกินไปมากกว่านี้ แต่ในจังหวัดนี้ผิดปกติ เรื่องนี้ กกต.พิจารณาแล้ว ได้สั่งให้ลงไปสอบสวนเพิ่มเติม จะเป็นแค่ 2 หน่วย หรือยังมีหน่วยอื่นด้วย ต้องดูว่าเกิดจากความผิดพลาดหรือทุจริตเป็นกระบวนการ มีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ จึงต้องมีการลงไปสอบเพิ่มเติม
เลขาธิการ กกต.ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.ว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยได้พิจารณาเสร็จสิ้นไปเมื่อประมาณปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และส่งให้สำนักงาน กกต. เพื่อจัดทำเอกสารจัดเรียงให้เป็นหมวดหมู่ จัดระเบียบแยกเป็นข้อกล่าวหาต่างๆ ให้ทาง กกต.สามารถดูข้อมูลได้สะดวก เนื่องจากมีจำนวนมาก และเตรียมส่งให้ กกต.พิจารณาว่าจะส่งเรื่องไปดำเนินการขั้นตอนต่อไปหรือไม่ เท่าที่ตนได้รับรายงานมา ทราบว่าข้อมูลที่ต้องจัดเรียงนั้นมีมากกว่า 80,000 หน้า และคาดว่าภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้ จะสามารถจัดเตรียมข้อมูลดังกล่าวได้ครบถ้วน แต่มีเอกสารบางส่วนที่ทยอยส่งให้ กกต.ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ไปบ้างแล้ว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ออกมาว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติว่าข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว.จำนวน 229 คน ไม่มีมูลความผิด และทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่ นายแสวงยืนยันว่า ไม่ว่าชั้นอนุกรรมการคณะใดจะมีมติอย่างไร ไม่มีใครทราบข้อเท็จจริง แม้แต่ตนก็ไม่ทราบ มีแต่ข่าวที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อย และปล่อยเพื่ออะไร ซึ่งแน่นอนคือต้องดูว่าข้อเท็จจริงหลังจาก กกต.พิจารณาแล้วมีมติเป็นอย่างไร
“วันนี้มีแต่การพูดไปต่างๆ นานา ทั้งที่จริงๆ มันคือความลับ คนที่คิดว่ารู้ก็ไม่รู้ว่าเอาข้อมูลมาจากไหน ขนาดตนยังรู้จากหนังสือพิมพ์ ยังบอกได้เพียงความคืบหน้าตอนนี้ว่าสำนักงานเตรียมส่งเอกสารทั้งหมดให้ กกต.ภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้ หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต.ว่าจะพิจารณาอย่างไร” นายแสวงย้ำ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จีนปูด ‘เขมร’ ไม่อยากรบ ‘หนู-กห.’ ชิ่งคุยเปิดด่าน!
“อนุทิน” ยันไม่มีการหารือ “หวัง อี้” เรื่องเลิกเอ็มโอยู 2544 บอกเป็นเรื่องไทย-กัมพูชา จีนเผยเขมรไม่อยากสู้รบแล้ว นายกฯ รับความสัมพันธ์รื้อฟื้นได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืน “รมว.กห.”
วิโรจน์ขอโทษ ยิง‘กมลศักดิ์’ ปัดทหารเอี่ยว
เบิกตัว "ร.อ.วิโรจน์" ผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติสอบปากคำเพิ่ม ก่อนฝากขังศาล เจ้าตัวเอ่ยขอโทษ ยืนยันไม่มีหน่วยทหารเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ กอ.รมน. ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลหาผู้บงการ
อนุทินถก ‘หวังอี้’ อ้อนช่วยขายปุ๋ย ชวน‘ หลี่เฉียง’ มา
“อนุทิน-สีหศักดิ์” ให้การต้อนรับ “หวัง อี้” ชมเปาะ “นายกฯ หล่อ” หารือกว่า 1 ชม. ก่อนเป็นโชเฟอร์พาขึ้นรถไฟฟ้าส่วนตัวไปกินข้าวกลางวัน อนุทินฝากอย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ พร้อมขอให้ขายปุ๋ยช่วยไทย เล็งเชิญ “นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง” มาไทย
ใจปํ้าแจก1 พันบาท 4 เดือนติด
เตรียมเฮ! ไทยช่วยไทยพลัสแจก 1,000 บาท 4 เดือน “เอกนิติ” เผยไทม์ไลน์ลงทะเบียน พ.ค. เริ่มใช้ มิ.ย. เคาะสัดส่วน 60:40 แย้มกลุ่มเปราะบางอาจไม่ต้องสมทบ
10 สส.ส้มได้ไปต่อ! ‘เท้ง’ คึกโวเมินลดเพดาน ‘วาโย’ หวังลากยาวไป 2 ปี
ศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112 ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง แต่ไม่สั่งให้ "10 สส.ปชน." หยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ไม่ได้กระทำซ้ำ ต้องปฏิบัติหน้าที่ในสภา
จวก‘ป.ป.ช.’เละ ฟอกศักดิ์สยาม เชื่อเจอกฐินไล่
“ป.ป.ช.” เจอกฐินชุดใหญ่ ปมฟอกขาว “ศักดิ์สยาม” วิโรจน์กังขาเมินหลักฐาน-คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อเจอเข้าชื่อยื่นถอดถอนตามรัฐธรรมนูญแน่ “ปริญญา” มั่นใจเรื่องไม่จบง่ายๆ

