“ประชาชาติ” ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 “ทวี” ฟันธงคดียิงลูกพรรคมีมากกว่า 5 คน “กมลศักดิ์” เผยแจ้งความ 2 นายทหารประจำการไว้แล้ว ญาติวีรชนพฤษภา ’35 จี้รัฐบาล-รัฐสภาฟื้นร่าง พ.ร.บ.สันติสุขภายใน 60 วัน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.2569 ที่หอประชุมอัล-อิหม่าม อัลนาวาวีย์ คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) ประชุมใหญ่สามัญพรรคประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค อดีต สส.และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน
พ.ต.อ.ทวีกล่าวถึงทิศทางและการทำงานของพรรคว่า พรรคต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม ประชาธิปไตยต้องกินได้ และส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกวัน การทำงานของพรรคประชาชาติให้ความสำคัญทั้งงานในรัฐสภาและงานมวลชนนอกสภา โดยเฉพาะการรับฟังเสียงของประชาชนเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด แม้พรรคจะมีจำนวน สส.ไม่มาก แต่ยืนยันว่าจะใช้กลไกทางการเมืองที่มีอยู่ต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันนโยบายที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง
พ.ต.อ.ทวียังให้สัมภาษณ์ถึงคดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 ว่าตำรวจจับแล้ว 5 คน เหลือในเรื่องคดีของการจ้างวาน แต่ประสบการณ์ส่วนตัวการใช้จ้างวาน คนที่รู้มากที่สุด คือจะไม่พยายามหาหลักฐาน เพราะมันเป็นเรื่องเร้นลับ เป็นเรื่องที่ต้องการไม่ให้ใครรู้ ซึ่งที่ปรึกษากฎหมายที่เขารู้จักได้เล่าความจริงว่ามีผู้กระทำผิดมากกว่าที่ปรากฏ 5 คน
“ยังมีผู้บงการที่ใหญ่กว่า 5 คน ที่สำคัญอย่างยิ่งคือมันเป็นเรื่องผลกระทบต่อการแก้ปัญหาภาคใต้ และผลกระทบต่อมิติทางการเมือง” พ.ต.อ.ทวีกล่าว และว่า อาจต้องใช้การตรวจสอบทางการเงินในระบบมือถือ ซึ่งพรรค ปช.อยากจะขอผู้ที่ต้องการแจ้งเบาะแส หรือให้ข่าวสามารถแจ้งไปทางตำรวจหรือถ้าไม่ไว้ใจ สามารถแจ้งทางตนเองก็ได้ ถ้ากลัวความปลอดภัยและจะส่งไปให้ตำรวจ
ถามอีกว่า ในคืนที่เกิดเหตุมีคนตั้งข้อสังเกตนายกมลศักดิ์อาจไม่อยู่ในรถ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การจะพูดจะพูดอย่างไรก็ได้ นายกมลศักดิ์อยู่ในรถอยู่แล้ว อันนี้เป็นจุดเสียของคนพูดเอง ทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ อาจจะมีความร้อนตัวอันนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งเอี่ยวในผู้กระทำผิดด้วยหรือเปล่า เราก็ต้องช่วยกันเช็ก
ด้านนายกมลศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเราไม่ได้นิ่งเฉย ได้ทำงานควบคู่ขนานกับการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกัน เราได้นำมาได้ข้อมูลมาวิเคราะห์ เกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ ของผู้ที่ก่อเหตุ หลายๆ อย่างน่าสงสัยว่าผิดไม่ใช่เพียง 5 คนนี้ สำคัญที่สุดคือไม่ได้ต้องการที่จะกล่าวหาใครถ้าไม่มีพยานหลักฐาน คดีนี้เป็นเรื่องของการว่าจ้าง สรุปคือมีการแจ้งความร้องเรียนด้วยตนเองแล้ว 2 คน เป็นทหารที่กำลังประจำการอยู่ ส่วนจะเป็นใครให้ไปถามพนักงานสอบสวนเอง
"เหตุลอบยิงไม่ได้เกิดผลกระทบกับผมคนเดียว แต่เกิดขึ้นกับความรู้สึกสมาชิกของพรรคประชาชาติทุกคน เรื่องนี้ถ้าเราถอย และไปไม่สุด พรรคประชาชาติไปต่อลำบาก ต้องขอขอบคุณท่านผู้ใหญ่ของพรรค ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์วันนอร์ และหัวหน้าพรรค ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำคดีสืบสวนสอบสวน ช่วยให้สังคมบ้านเราได้คำตอบ ได้ความกระจ่างในสิ่งที่อยู่ใต้พรมมา 20 กว่าปี พรรคประชาชาติจะเป็นผู้ให้คำตอบกับสังคมที่นี่ อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนความคิดและระบบที่ซ่อนอยู่ใต้พรมมานาน" นายกลมศักดิ์ระบุ
วันเดียวกัน นายอดุลย์ เขียวบริบูณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’35 ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล-รัฐสภา ร่วมใจเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสังคมสันติสุข ระบุว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เสริมสร้างสังคมสันติสุข พ.ศ..... ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และการพูดคุยหารือกันในหมู่ประชาชนมาอย่างต่อเนื่องด้วยมติเป็นเอกฉันท์ และอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาในรายละเอียดเหลือเพียงบางมาตรา แต่ต้องชะงักลงจากการยุบสภา คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’35 จึงเรียกร้องทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง เร่งรัดการนำร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข กลับเข้าสู่การพิจารณาในกรอบ 60 วันตามรัฐธรรมนูญ นับแต่วันเปิดสมัยประชุมสภา (ภายใน 12 พ.ค.2569)
“ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวมีความสำคัญในฐานะเครื่องมือเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเมื่อร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยมติเป็นเอกฉันท์ อันสะท้อนถึงฉันทามติร่วมของตัวแทนประชาชนจากทุกฝ่าย เพื่อรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการนิติบัญญัติ และแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของประเทศ ยืนยันหลักการ ความสามัคคีสมานฉันท์บนพื้นฐานความยุติธรรม ไม่ใช่การลืมความผิด โดยปราศจากเงื่อนไข”
นายอดุลย์ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข เป็นร่างกฎหมายที่มีความชัดเจนทั้งในด้านที่มาและความชอบธรรมทางการเมืองของทุกพรรคการเมือง เพราะเป็นร่างที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย และมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามเสนอร่างในนามฝ่ายบริหารด้วยตัวท่านเอง อีกทั้งร่างดังกล่าวได้รับการยอมรับให้เป็นร่างหลักในกระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และได้ผ่านการลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ในทุกมาตรา ซึ่งสะท้อนฉันทามติร่วมกันของทุกพรรคการเมืองในสภาอย่างแท้จริง ดังนั้น การเร่งนำร่างกฎหมายฉบับนี้กลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง จึงเป็นการเดินหน้าต่อจากฉันทามติเดิมของรัฐสภา มิใช่การเริ่มต้นใหม่ โดยคณะกรรมการญาติวีรชนฯ จะไปยื่นหนังสือต่อนายกฯ และประธานรัฐสภาในวันอังคารที่ 28 เม.ย.นี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

