ปลื้มนโยบายค่าครองชีพ!

"นิด้าโพล" ชี้คนไทยพอใจมาตรการรัฐบาล ช่วยค่าครองชีพเรื่อง "น้ำมัน-สินเชื่อ" ยกเว้น "เติมเงินบัตรคนจน" ให้ร้อยเดียวน้อยเกินไป "นร.-ผู้ปกครอง" เฮ! "ยศชนัน" ตรึงค่าสมัครสอบ TCAS ฟรี A-Level สูงสุด 7 วิชา พร้อมลดค่าสอบรอบพอร์ตฯ "อนุสรณ์" แนะทำงบประมาณแบบรวมยอด ไม่ต้องกู้ก่อหนี้เพิ่ม

เมื่อวันที่ 26 เมษายน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20-21 เม.ย.2569 รวมทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล พบว่า 1.โครงการสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” สำหรับภาคการเกษตร ไม่เกิน 100,000 บาท โดยประชาชนจ่ายดอกเบี้ย 3% และรัฐจ่ายให้ 3% ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.30 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.43 ระบุว่าน้อยเกินไป, ร้อยละ 8.09 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 6.18 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ

2.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส รถตู้โดยสาร และรถสองแถว ใน กทม./รถมินิบัส รถตู้โดยสารใน กทม. และจังหวัดต่อเนื่องเหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.78 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.27 ระบุว่าน้อยเกินไป, ร้อยละ 10.92 ระบุว่ามากเกินไป และร้อยละ 6.03 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ

3.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทมินิบัสหรือรถตู้โดยสาร เหมาจ่าย 3,600 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 66.87 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 16.49 ระบุว่าน้อยเกินไป, ร้อยละ 8.78 ระบุว่ามากเกินไป และร้อยละ 7.86 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ

4.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทรถบัสเหมาจ่าย 5,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 65.50 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.12 ระบุว่ามากเกินไป, ร้อยละ 12.44 ระบุว่าน้อยเกินไป และร้อยละ 7.94 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ

5.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถบรรทุก น้อยกว่า 10 ล้อ (รวมรถกระบะ) เหมาจ่าย 3,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 65.26 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 22.37 ระบุว่าน้อยเกินไป, ร้อยละ 7.18 ระบุว่ามากเกินไป และร้อยละ 5.19 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ

6.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 64.12 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 15.73 ระบุว่า มากเกินไป, ร้อยละ 13.20 ระบุว่าน้อยเกินไป และร้อยละ 6.95 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ

7.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส/รถตู้โดยสาร เส้นทางระหว่างจังหวัด (กทม.-จังหวัดในภูมิภาค) 2 บาท/กม. สูงสุด 700 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.89 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 22.98 ระบุว่าน้อยเกินไป, ร้อยละ 6.87 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 6.26 ระบุว่ามากเกินไป

8.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถบรรทุก ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป เหมาจ่าย 6,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 62.51 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 18.17 ระบุว่า น้อยเกินไป, ร้อยละ 11.76 ระบุว่ามากเกินไป และร้อยละ 7.56 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ

9.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะเหมาจ่าย 842 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 62.14 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 27.79 ระบุว่าน้อยเกินไป, ร้อยละ 6.02 ระบุว่ามากเกินไป และร้อยละ 4.05 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ

10.อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส/รถตู้โดยสาร เส้นทางข้ามจังหวัด (ระหว่างจังหวัดในภูมิภาค) 2 บาท/กม. สูงสุด 500 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.- 31 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 59.85 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 27.63 ระบุว่าน้อยเกินไป, ร้อยละ 6.72 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 5.80 ระบุว่ามากเกินไป

11.ธนาคารออมสิน ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV ส่วนใหญ่ร้อยละ 56.49 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 19.92 ระบุว่ามากเกินไป, ร้อยละ 14.35 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 9.24 ระบุว่าน้อยเกินไป

เติมร้อยเดียวน้อยไป

12.เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 300 บาท เป็น 400 บาท ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.-12 พ.ค.2569 ส่วนใหญ่ร้อยละ 54.27 ระบุว่าน้อยเกินไป รองลงมา ร้อยละ 39.09 ระบุว่าเหมาะสมดีแล้ว, ร้อยละ 5.04 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 1.60 ระบุว่ามากเกินไป

ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงภายหลังมอบนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แก่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พร้อมหารือแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของกระทรวงว่า จากการหารือร่วมกับ ทปอ. ได้ข้อสรุปร่วมกันในการสร้าง "TCAS เท่าเทียม" ใน 3 ประเด็นหลัก คือ

1.ให้คงอัตราค่าสมัครสอบ TCAS ไว้ในอัตราเดิมต่อไปอีก 1 ปี แม้เดิมจะมีแผนปรับขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้ผู้สมัครสามารถสอบ TGAT/TPAT1-5 ได้ฟรี รวมถึงเพิ่มเติมสิทธิการสอบ A-Level ฟรีสูงสุด 7 รายวิชา วิชาละ 100 บาทสูงสุด 7 วิชา หรือ 700 บาท และสมัครคัดเลือกรอบที่ 3 (Admission) ได้ฟรี 7 อันดับตามเดิม นอกจากนี้ ยังลดค่าสมัครสอบรอบพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) ร้อยละ 25 สำหรับนักเรียนในระบบกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อขยายโอกาสให้เข้าสู่ระบบการคัดเลือกได้อย่างเท่าเทียมยิ่งขึ้น 

2.ปรับปรุงระบบการคัดเลือกในรอบ Portfolio ให้เป็นกลไกที่สะท้อนศักยภาพจริง และลดความเหลื่อมล้ำผ่านรูปแบบ "TCASFolio" ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางในการจัดทำและยื่นแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อลดภาระการทำพอร์ตที่เกินความจำเป็นและลดค่านิยมการจ้างทำในเชิงพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบ "TCAS Verified" เพื่อให้หน่วยงานต้นทางรับรองข้อมูลกิจกรรมได้โดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลและป้องกันการแสดงข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

รวมทั้งได้ขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยบริหารสมดุลจำนวนรับในรอบ Portfolio โดยตั้งเป้าเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 30 เพื่อรักษาโอกาสของผู้สมัครทุกกลุ่ม พร้อมทั้งให้ทบทวนเกณฑ์การคัดเลือกที่สร้างภาระหรือความเหลื่อมล้ำเกินสมควร เช่น การบังคับผลงานวิจัยตีพิมพ์หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ต้นทุนสูง โดยให้เปลี่ยนมาเน้นการวัดศักยภาพที่สอดคล้องกับสาขาวิชาแทน

และ 3.ให้มีการกำกับกลไกการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกข้อสอบ การตรวจสอบคุณภาพ การประมวลผล ไปจนถึงการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม

นอกจากนี้ ยังคงแนวปฏิบัติในการรับฟังและพิจารณาข้อทักท้วงภายหลังการสอบให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกำกับคุณภาพ โดยข้อมูลและข้อสังเกตที่ได้รับจะนำไปพิจารณาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทบทวนความถูกต้องของข้อสอบ แนวคำตอบ และเกณฑ์การให้คะแนนอย่างรอบด้าน ก่อนจะมีการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้มั่นใจว่าการวัดผลจะสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของนักเรียนอย่างเป็นธรรมที่สุด

ด้าน ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้ ทปอ.กำลังรวบรวมข้อมูลสัดส่วนการรับรอบ Portfolio ของแต่ละคณะ เพื่อกำหนดนโยบายร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการปรับลำดับขั้นตอน โดยอาจจัดให้มีการสอบส่วนกลางให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงพิจารณา Portfolio ในภายหลัง เพื่อเป็นแรงจูงใจและเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มุ่งเน้นการสอบข้อเขียนได้มีทางเลือกที่เป็นธรรม

ทำงบรวมยอดไม่ต้องกู้

สำหรับ TCAS 70 จะเปิดระบบวันที่ 15 ก.ค.2569 รอบพอร์ตฟอลิโอรับสมัคร วันที่ 15 ส.ค.2569 รอบโควตา วันที่ 13 มี.ค.2570 รอบแอดมิชชัน วันที่ 7-11 พ.ค. และเพิ่มเติมวันที่ 12-13 พ.ค.2570 รอบรับตรง วันที่ 29 พ.ค.-15 มิ.ย.2570 ส่วนการสอบ TGAT/TPAT เลื่อนไปสอบในเดือน ม.ค.2570 เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้เข้าสอบจะได้สอบพร้อมกันทั้งประเทศ

วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ฐานะทางการคลังของประเทศจะมีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ จากการไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะมีการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าพุ่งสูงจากวิกฤตการณ์พลังงาน รัฐบาลควรจัดทำงบประมาณแบบรวมยอด (Consolidated Budget) เพื่อนำเอาเงินนอกงบประมาณและกองทุนหมุนเวียนทั้งหลายเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณและการพิจารณาของรัฐสภา

ทั้งนี้ สามารถมีมาตการหรือนโยบายที่ไม่ต้องใช้งบประมาณหรือต้องกู้เงินก่อหนี้สาธารณะเพิ่มเพื่อดูแลเศรษฐกิจได้ คือ การลดการใช้ดุลยพินิจเพื่อลดการทุจริตรั่วไหล ลดและยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น การผ่องถ่ายอำนาจบางส่วนจากรัฐสู่กลไกตลาดและภาคเอกชนจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น การทบทวนและยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัยจะช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากและต้นทุนต่อภาคธุรกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน จะช่วยเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน หากกิจกรรมใดของเอกชนมีความเสี่ยงต่ำอาจเลือกใช้วิธีจดแจ้งแทนที่การขออนุญาต ใช้การอนุมัติหรืออนุญาตแบบอัตโนมัติในกรณีกิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลาง  ส่วนการขออนุญาตอย่างเต็มรูปแบบจะจำกัดไว้ใช้เฉพาะกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง

นายอนุสรณ์ยังได้เสนอให้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระเพื่อแก้ปัญหา 5 ประการ ที่แรงงานอิสระเผชิญ ได้แก่ 1.ค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม 2.เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ 3.ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน 4.ขาดสวัสดิการพื้นฐาน และ 5.ขาดการสนับสนุนการรวมกลุ่ม หรืออาจใช้วิธีแก้ไขคำนิยาม “แรงงาน” ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุม “แรงงานอิสระแพลตฟอร์ม” และ “แรงงานนอกระบบ” ทั้งหมด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลงMOU15ฉบับร่วมมือรอบด้าน

จัดเต็ม! "อนุทิน" เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ "หลี่ เฉียง" นายกฯ จีน ร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ