รบ.ชงแน่พรก.กู้เงิน4แสนล้าน

โฆษกรัฐบาลยัน ครม.สัปดาห์นี้เคาะแค่เรื่องเงินกู้ 4 แสนล้านบาท บอกสาเหตุเพื่อใช้ในโครงการคนละครึ่ง-เปลี่ยนผ่านพลังงาน  “ไทยคู่ฟ้า-พม.-ดีอี” พาเหรดยันไม่มีปรับเบี้ยผู้สูงอายุ ยังสตาร์ทที่ 600 บาท/เดือนตามเดิม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส (คนละครึ่ง) ที่จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์นี้ว่า มาตรการการดูแลประชาชนทั้งโครงการไทยช่วยไทยพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่นๆ ที่จะตามมานั้น เมื่อมีมาตรการแล้ว ก็จะมีเรื่องกรอบวงเงินงบประมาณก่อน ซึ่งที่ประชุม ครม.ครั้งนี้จะพิจารณากรอบวงเงินกู้เงินก่อน  ส่วนโครงการที่จะเข้ามาขอใช้เงินตรงนี้จะทยอยให้ ครม.พิจารณาต่อไป ยืนยันว่าจะพิจารณาให้เร็ว เพราะจะให้เงินเข้าถึงมือพี่น้องประชาชนในเดือน มิ.ย.นี้ โดยทุกกระบวนการจากนี้จะรวดเร็ว  สำหรับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินนั้น มีการพูดถึงว่าจะมีการกู้เงินประมาณ 5 แสนล้านบาท  แต่ความจริงแล้วงบประมาณ 4 แสนล้านบาทก็เพียงพอ

 “รัฐบาลวางไว้ 2 หลักในการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่ใช้ขับเคลื่อนประเทศในระยะกลางและยาว ดูแลประชาชนประคับประคองค่าครองชีพในเวลานี้ และอีกส่วนหนึ่งจะใช้ในการส่งเสริมให้ประเทศเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานฟอสซิล หรือน้ำมันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ให้มาใช้พลังงานสะอาดและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านต้องมีมาตรการจูงใจ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า-รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สนับสนุนให้ประชาชนติดโซลาร์รูฟมากขึ้น จึงต้องมีแรงจูงใจทั้งเรื่องเงินกู้และดอกเบี้ย จึงต้องใช้งบประมาณเยอะ รัฐบาลจึงเห็นถึงความจำเป็นในการกู้เงิน  แต่ทุกอย่างดำเนินการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้” น.ส.รัชดากล่าว

น.ส.รัชดายังกล่าวถึงการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 3,000 บาท ว่าเป็นข่าวปลอม รัฐบาลตั้งใจนำนโยบายออกมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการปรับขึ้นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งยังจ่ายอัตราเดิมไปก่อน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2566 โดยจ่ายเป็นรายเดือน ตามช่วงอายุ ดังนี้ อายุ 60-69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพอัตรา 600 บาท/เดือน/คน, อายุ 70-79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพอัตรา 700 บาท/เดือน/คน, อายุ 80-89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพอัตรา 800 บาท/เดือน/คน, อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพอัตรา 1,000 บาท/เดือน/คน

ขณะที่เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความพร้อมภาพระบุเช่นกันว่า อย่าเชื่อข่าวบิดเบือน! ยืนยันชัด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยกล่าวว่า “การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์…” ตามที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นการตัดต่อหรือบิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม

เพจกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โพสต์ข้อความถึงเรื่องการปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 3,000 บาท ว่ากรมกิจการผู้สูงอายุได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566

ด้านนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,364 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องตรวจสอบ 368 ข้อความ และมีข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่องปรับเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 3,000 บาท, อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่องการต้มน้ำประปา ไม่สามารถกำจัดโลหะหนักหรือสารตะกั่วที่ปนเปื้อนได้, อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่องสูดดมดอกแตรนางฟ้า จะถูกลบความทรงจำใน 5 นาที, อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง รมว.ต่างประเทศใช้ถ้อยคำรุนแรงในการประชุมกับกัมพูชาเพื่อเปลี่ยนมาใช้กลไก UNCLOS-1982, อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่องยิงช้างป่า โทษจำคุก 3-15 ปี ปรับ 300,000-1,500,000 บาท, อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่องเพจ Tone Chen ของกระทรวงแรงงาน เปิดรับแรงงานไปทำงานที่ออสเตรเลีย รับรายได้เดือนละ 100,000 บาท และอันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่องทหารไทยใช้ M79 และ M16 ขณะทหารกัมพูชาสังเกตการณ์บริเวณชายแดน.ฃ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เกินคาด! ปชน.รุมอัดเงินกู้ 4 แสนล้านเหวี่ยงแห-แจกสร้างความนิยมทางการเมือง

'ศิริกัญญา' มอง รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มตกหล่น แต่กลับเทหมดหน้าตักโปะคนละครึ่ง แย้ม จ่อถกในพรรค-ฝ่ายค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้าน 'วีระยุทธ' แนะ ใช้เงินอย่างระมัดระวัง