เร่งปิดจ๊อบ‘โกงสอบท้องถิ่น’ป.ป.ช.หวังกู้มือปราบโกง

คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำลังได้รับการจับตาจากสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในมือขององค์กรปราบโกงอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมี นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นประธาน ที่เหมือนเป็นเจ้าภาพหลักในการตรวจสอบครั้งนี้

‘ป.ป.ช.’ เหมือน ‘ตัวเปิด’ หลังเข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องสงสัยในพื้นที่บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พบไฟล์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสอบและเอกสารจำนวนมหาศาล รวมถึงตรวจค้นโกดังในจังหวัดสมุทรปราการ ยึดกระดาษคำตอบฉบับจริงหลายแสนแผ่น เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ขณะที่รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมี ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี เป็น รมว.มหาดไทย รับลูกทันที ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง โดยคดีในมือตำรวจ จะดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการปลอมเอกสาร หรือการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มี นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งครบ 7 วัน ที่จะต้องสรุปและรายงานให้นายกฯ รับทราบ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยกระทรวงมหาดไทยเตรียมจะแถลงใหญ่

อย่างไรก็ดี แม้จะมีการตรวจสอบทั้ง ‘ป.ป.ช’ และ ‘ตำรวจ’ แต่ ‘ป.ป.ช.’ ยังเป็นจุดที่หลายฝ่ายโฟกัส เพราะถือพยานหลักฐานเอาไว้จำนวนมาก ประกอบกับมีอำนาจในการตรวจสอบบุคคลระดับสูง ตั้งแต่รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี รองอธิบดี ฯลฯ

               ขณะที่ ป.ป.ช.เอง พยายามสยบการปรามาสของสังคมในเรื่องความล่าช้า ด้วยการออกมาแสดงตัวว่า จะทำเรื่องนี้ให้จบภายใน 3-6 เดือน ซึ่งหากทำได้สำเร็จ จะถือเป็นอีกหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์ เพราะที่ผ่านมา ป.ป.ช.ใช้เวลาแต่ละคดีกว่าจะชี้มูลความผิดได้ ยาวนานหลายปี

โดย นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบคดีนี้ ยืนยันว่า ป.ป.ช.ดำเนินการได้เร็วพอสมควร เพราะได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไว้หมดแล้ว

ขณะเดียวกัน คนที่อยู่ในข่ายตรวจสอบของ ป.ป.ช.ครั้งนี้ ล้วนน่าสนใจ โดย นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและจะเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนและดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายในสัปดาห์หน้า

ส่วน ‘เจ้าพนักงาน’ ในทีนี้ หมายถึงระดับ อธิบดี ด้วย ดังนั้น อธิบดีส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ที่อยู่ในช่วงเวลาดังกล่าวล้วนถูกตรวจสอบหมด

นอกจากตรวจสอบฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 แล้ว ป.ป.ช.ยังจะลุยตรวจสอบในเรื่องธุรกรรมทางการเงินและการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ ตามขั้นตอนหลังจาก ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนในสัปดาห์หน้าแล้ว จะมีการไต่สวน จากนั้นจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา และเปิดโอกาสให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ก่อนที่จะสรุปสำนวนและส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณาว่าชี้มูลความผิดหรือไม่

ซึ่งการที่ ป.ป.ช.เขียนเดดไลน์บังคับตัวเอง สะท้อนระดับหนึ่งว่า มั่นใจว่าจะเสร็จในกรอบดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นคดีที่ ป.ป.ช. คาดหวังว่าจะเอามาเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตัวเอง หลังเผชิญวิกฤตศรัทธา ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง และมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน

หลายคดีถูกตั้งเครื่องหมายคำถามตัวโต เพราะค้านสายตาประชาชน ขณะเดียวกัน บางคดี ‘ป.ป.ช.’ กลายเป็น ‘จำเลย’ เสียเอง อย่างเช่น คดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีคำพิพากษาจำคุก นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. ร่วมกันปกปิดข้อมูลและไม่ยอมเปิดเผยผลสอบคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งศาลปกครอง

หรือกรณีที่ สส.ฝ่ายค้าน และ สว.บางส่วน เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เพื่อส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา ให้ตั้ง ‘คณะผู้ไต่สวนอิสระ’ ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะ หลังมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมและอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

หลายคนวิพากษ์วิจารณ์แรงถึงขั้นว่า ‘ป.ป.ช.’ ยุคนี้ไม่ต่างจาก ‘ยุคมืด’

ดังนั้น คดีทุจริตสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น ที่มีมูลค่าความเสียหายมหาศาล มีตัวละครเกี่ยวข้องจำนวนมาก และสะท้อนถึงระบบอุปถัมภ์ การซื้อ-ขายตำแหน่ง ที่กัดกินสังคมมายาวนาน จึงเป็นเรื่องที่พอจะกอบกู้เครดิตได้บ้าง

แต่จะกอบกู้ได้หรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบด้วยว่า ท้ายที่สุด ‘ป.ป.ช.’ จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ด้วยหรือไม่เช่นกัน

หากสุดท้ายมีแต่ตัวเล็กตัวน้อย ในขณะที่ตัวใหญ่รอดหมด คดีนี้จะถูกค่อนแคะทันทีว่าเป็นเพียงปาหี่ดึงความสนใจ เพื่อกลบกระแสโครงการ TH-AI Passport ที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กำลังถูกฝ่ายค้านและสังคมไล่บี้และตรวจสอบอย่างหนักเท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”ยังเปราะบาง เช็กการบ้านเตรียมความพร้อมชายแดน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี

สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม

สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง

โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง

ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”