ภท.ทิ้งแลนด์บริดจ์ หากคนพื้นที่ไม่เอา

สว.จี้ถามรัฐบาลเดินหน้า "แลนด์บริดจ์" ส่อเอื้อนายทุน แนะให้ทำประชามติเชิงพื้นที่ ด้าน รมช.คมนาคมแจงไม่ได้เร่งรัด แต่ต้องทำเพราะสถานการณ์เปลี่ยน พร้อมเดินตามขั้นตอน-เงื่อนไข กม. "ภูมิใจไทย" แจงผ่านเพจ "แลนด์บริดจ์" ไม่เกี่ยว พ.ร.บ.SEC ที่ตกไปแล้ว ยันหากศึกษาพบไม่คุ้มค่า ปชช.ในพื้นที่ไม่ต้องการ โครงการจะไม่เกิด ขู่ดำเนินคดีคนบิดเบือน เครือข่าย ปชช.กระบี่ยื่นจดหมายบี้ สส.ภท.ยกเลิก นัดบุกทำเนียบฯ ทวงคำตอบ 22 มิ.ย.

ที่รัฐสภา วันที่ 11 พฤษภาคม ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ช่วงกระทู้ถามเป็นหนังสือ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.)  ตั้งถามถึงการทบทวนนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พร้อมกับแสดงความกังวลต่อผลการศึกษาที่ไม่รอบด้าน ต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่พบว่าสอบตกทุกตัวชี้วัด ทั้งนี้มี 2 รายงานของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีผลการศึกษาที่ขัดแย้งกัน ทำไมรัฐบาลถึงเร่งรัดดำเนินการดังกล่าว โดยนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้กับโครงการในฝัน นอกจากนั้นการผลักดันร่างกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งเป็นกฎหมายรวบอำนาจ ทั้งนี้นักลงทุนที่สนใจในโครงการแลนด์บริดจ์เชื่อว่าไม่ใช่ผลตอบแทน แต่คือสิทธิที่อยู่ในกฎหมาย SEC คือ การถือครองที่ดินได้ยาว 99 ปี ทั้งที่ดินของ ส.ป.ก., ราชพัสดุ

 “รัฐบาลประเมินหรือไม่ว่า หากระนองหมดโอกาสเป็นมรดกโลก จะสูญเสียมูลค่าและโอกาสเท่าใด ทั้งนี้พื้นที่ที่ถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือฝั่งระนอง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าเป็นมดลูกของทะเล มีการชี้ว่าจะทำให้กระทบต่อระบบนิเวศน์ที่ไม่สามาถเรียกคืนได้ หากศึกษาทางเลือกอย่างเป็นกลาง แลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่โครงการที่ดีที่สุด ขณะที่ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมีความขัดแย้งกันอย่างชัดเจนของ สนข. ทั้งที่พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดพลาดหรือลดทอนทรัพยากรเพื่อให้โครงการดังกล่าวเดินหน้า ขณะที่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นพบว่าบางแห่งเป็นเวทีเพื่อรับทราบเท่านั้น หากรัฐบาลคิดว่าโครงการดีจริงทำไมรัฐบาลไม่ทำประชามติเชิงพื้นที่” นายนรเศรษฐ์ตั้งคำถาม

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า เหตุที่ต้องพูดคุยเรื่องแลนด์บริดจ์ขณะนี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมมีคำถามว่าโครงการดังกล่าวล่าช้าหรือไม่ เพราะประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เตรียมเปิดใช้โครงการแลนด์บริดจ์แล้ว ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ แต่มีสิ่งที่ต้องตามมาคือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

นายสิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับประเด็นการเช่า ปัจจุบันรัฐบาลถูกกล่าวหาว่าให้เช่า 99 ปี แต่ความจริงเช่าได้ไม่เกิน 99 ปี ทั้งนี้การเช่ามีระยะเวลาเริ่มต้น เช่น 50 ปี เพื่อให้คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะรัฐบาลไม่ใช่ผู้ลงทุน รัฐบาลจะใช้วิธีพีพีพี ให้เอกชนลงทุน ดังนั้นต้องมีเวลาให้ดำเนินการ หากผ่านไป 50 ปีพบว่าเป็นไปไม่ได้ ผู้ดำเนินการดูแลประชาชนไม่ได้เต็มที่ รัฐบาลไม่ต่อสัญญาได้ หากโครงการเป็นไปได้ด้วยดี ประชาชนปกติสุข ชีวิตดีขึ้น สิทธิการเช่าจะได้ต่อก่อน ไม่ใช่ว่าจะเช่าต่อ แต่เป็นสิทธิพึงได้

 “ที่บอกว่าเป็นกฎหมายรวบอำนาจ อยากรวมอำนาจ เหมือนอีอีซี ขอให้พิจารณาดูว่ากฎหมายแต่ละฉบับที่บังคับใช้ เช่น กฎหมายผังเมือง หากจะปรับผังสี 1 สีต้องใช้เวลาหลายปี เพราะมีระเบียบราชการที่ไม่สามารถเร่งรัดได้ ทั้งนี้มีบทบทเรียนจากอีอีซี ที่จะนำมาใช้ในเอสอีซี คือ มีกองทุน กำหนดอาชีพสงวน การบริหารจัดการ ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนั้นยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่มีผลกระทบ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องการทำคือ ทำทุกอย่างให้ครบถ้วนตามกฎหมาย และเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อลดผลกระทบ หรือเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ดังนั้นรัฐบาลยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้รีบร้อน หรือ เร่งรัดเกินไป แต่ทำภายใต้สถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนข้อกังวลต่างๆ ในร่าง พ.ร.บ.เอสอีซีนั้น จะคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนมากกว่านายทุน” นายสิริพงศ์ กล่าว

วันเดียวกันเพจเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า "เคลียร์ชัด!    แลนด์บริดจ์" ฉบับภูมิใจไทย สยบข่าวลือ บิดเบือนความจริง สยบข่าวลือ: พ.ร.บ. SEC vs แลนด์บริดจ์  ความเข้าใจผิด:โครงการแลนด์บริดจ์ คือโครงการเดียวกับ พ.ร.บ. SEC ความจริง : ร่าง พ.ร.บ. SEC ตกไปตั้งแต่ 2 สมัยที่แล้ว และคณะรัฐมนตรีไม่ได้พิจารณาต่อ ปัจจุบันไม่มีผลทางกฎหมายและไม่เกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ที่เป็นโครงการใหม่

สถานะปัจจุบันของโครงการ  อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) และศึกษาผลดี-ผลเสียอย่างถี่ถ้วน ยังไม่ได้มีการเริ่มก่อสร้างหรือลงทุนจริง

เป้าหมายหากโครงการเกิดขึ้น 1.ดันไทยเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค 2.ลดระยะเวลาการขนส่งทางทะเล  3.เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว 4.เกิดการจ้างงาน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศ

คณะกรรมการศึกษาผลกระทบ (กรอบเวลา 90 วัน) สั่งการโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล นำทีมศึกษาโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (รองนายกฯ และ รมว.คลัง) เงื่อนไขสำคัญ หากศึกษาแล้วพบว่า "ไม่คุ้มค่า" หรือ "ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการ" โครงการจะไม่เกิดขึ้น (ตัดสินใจโดยประชาชนเป็นหลัก)

3 ข้อเท็จจริง สยบข่าวบิดเบือน 1.ไม่มีการให้สิทธิ์ชาวต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี 2.ไม่มีการอนุญาตให้ทำกาสิโน หรือธุรกิจที่ขัดต่อกฎหมายโดยเด็ดขาด 3.ไม่ได้ตั้งงบลงทุน 1 ล้านล้านบาท  (มีเพียงงบสำหรับการศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น)

จุดยืนและบทสรุปจากพรรคภูมิใจไทย ทำโครงการด้วยเจตนาที่ดี มุ่งพัฒนาพื้นที่ภาคใต้โดยสุจริต เคารพและรับฟังเสียงของประชาชนภาคใต้และคนไทยทั้งประเทศเป็นสำคัญ

"คำเตือน ขอสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีทางกฎหมาย กับผู้ที่บิดเบือนข้อมูลหรือใส่ร้ายพรรคด้วยความเท็จจนเกิดความเสียหาย" เพจพรรคภูมิใจไทยระบุทิ้งท้าย

ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่  เวลา 11.00 น. นายพิศิษฎ์ เป็ดทอง ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องภาคใต้จากกฎหมาย SEC (พื้นที่จังหวัดกระบี่) และประชาชนกระบี่กว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สส.เขต 3 จ.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้พรรคภูมิใจไทยดำเนินการ 3 ประการคือ 1.ยุติการดำเนินการผลักดัน พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ 2.ยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร และ 3.จัดทำร่างพระราชบัญญัติใหม่ที่จะไม่ทำให้ทรัพยากรภาคใต้ไปอยู่ในมือต่างชาติ 

โดยเครือข่ายประชาชนปกป้องภาคใต้จากกฎหมาย SEC จะขอทวงคำตอบทั้ง 3 ประการ ณ ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 มิ.ย. 2569 โดยจะปักหลักจนกว่ารัฐบาลจะยุติ พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้และโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง