
สลด! เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์โดยสารทางตัดใต้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง ไฟลุกท่วมเสียชีวิต 8 ราย รมช.คมนาคมพบมีความผิดปกติ สั่งสอบ "กล่องดำ" ทำไมไม้กั้นไม่ลงขณะรถไฟวิ่งผ่าน ทั้งที่ตามมาตรฐานความปลอดภัยต้องลง นายกฯ บินกลับจากเพชรบูรณ์ด่วนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลา 15.51 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้จากสาเหตุรถไฟชนรถเมล์ ใต้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง ทำให้มีผู้เสียชีวิตในรถถึง 8 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไทถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้และมีเสียงระเบิดเป็นระยะ และยังพบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ถูกชนได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายรายด้วย
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 25 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในรถเมล์ โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ขณะที่พนักงานขับรถไฟได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก และกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ตามมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว ไม้กั้นทางรถไฟจะต้องตกลงมาก่อน จึงจะสามารถส่งสัญญาณ (ไฟ ธงเขียว หรือวิทยุแจ้ง) ให้รถไฟวิ่งผ่านได้ แต่ในกรณีนี้พบความผิดปกติ คือไม้กั้นไม่ตกลงมาและไม่มีการให้สัญญาณ แต่รถไฟกลับพุ่งเข้ามาชนรถเมล์ เราไม่สามารถตั้งสมมติฐานกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงขนาดนี้ได้เพียงแค่ความรู้สึก แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้มีคนผิดแน่นอน
เขาเผยว่า ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นำ “กล่องดำ” ของรถไฟขบวนดังกล่าวไปตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค เพื่อดูพฤติกรรมการขับขี่ ความเร็ว และระยะการเบรกอย่างละเอียด รวมทั้งได้ประสานส่งมอบหลักฐานสำคัญ ทั้งกล้องวงจรปิดจาก กทม. และตู้ควบคุมอุปกรณ์ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว เพื่อรอข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน
สำหรับการเยียวยาผู้สูญเสีย ยืนยันว่า ทางกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลอย่างเต็มที่ โดย ขสมก.มีการทำประกันภัยเอาไว้ ซึ่งคาดว่าครอบครัวของพนักงานขับรถเมล์ที่เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยามากกว่า 1 ล้านบาท รวมถึงจะเร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บทุกรายให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเดินรถไฟบริเวณแยกมักกะสัน ทำให้มีขบวนรถตกค้าง 4 เที่ยว ซึ่ง รฟท.จำเป็นต้องประกาศยกเลิกเที่ยวเดินรถในเส้นทางนี้ชั่วคราว และอยู่ระหว่างพิจารณาจัดหารถโดยสารมาทดแทนให้ประชาชน โดย รมช.คมนาคมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จ เพื่อเคลื่อนย้ายขบวนรถและคืนพื้นที่การจราจรให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดภายในวันนี้
ขณะที่ นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เปิดเผยถึงสาเหตุของอุบัติเหตุสลดในครั้งนี้ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเกิดจากกรณีที่รถเมล์สาย 206 จอดติดสัญญาณไฟจราจรในลักษณะจอดคร่อมทางรถไฟ เนื่องจากในขณะนั้นมีปริมาณรถสะสมและติดขัดต่อเนื่องเป็นระยะทางยาว
ผอ.ขสมก.ระบุต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้รถเมล์ไม่สามารถเคลื่อนตัวออกจากบริเวณทางรถไฟได้ทันเวลา ในขณะที่ขบวนรถไฟพุ่งผ่านเข้ามาในจุดตัดพอดี จึงเกิดการชนเข้าอย่างรุนแรงจนนำมาสู่อุบัติเหตุร้ายแรงในที่สุด โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดยืนยันอยู่ที่ 8 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้โดยสารที่อยู่บนรถเมล์คันดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 15 ราย รวมถึงทรัพย์สินและรถยนต์ของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย
ขสมก.ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตบนรถเมล์อย่างเต็มที่ เบื้องต้นได้มีการจัดทำประกันภัยและประกันอุบัติเหตุรองรับไว้ โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุดรายละ 1.5 ล้านบาท และทาง ขสมก.จะจ่ายเงินสมทบช่วยเหลือเพิ่มเติมให้อีกรายละ 30,000-50,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ขสมก.จะรับผิดชอบดูแลและพิจารณาตามค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริง
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานเหตุดังกล่าวแล้ว และได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต อำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาล และตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ น.ส.ลลิดาระบุว่า เบื้องต้นโรงพยาบาลราชวิถีรับผู้บาดเจ็บอาการสีแดง 2 ราย และสีเหลือง 5 ราย ส่วนกรมสุขภาพจิตขอความร่วมมือประชาชน งดเผยแพร่หรือแชร์ภาพผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ด้วย
ขณะที่นายอนุทิน ไปเป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประจำปี 2569 ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังเสร็จสิ้นเวลา 18.30 น. นายกฯ เดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที และเดินทางไปตรวจดูจุดเกิดเหตุในช่วงค่ำวันเดียวกัน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โปรตุเกส’ ไม่ง่ายบู๊‘โครแอต’ ‘โรนัลโด’ พร้อมลงล่าตาข่าย
เดินทางมาถึงวันที่ 5 ของการแข่งขันในรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากโซนอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ไฮไลต์ในค่ำคืนวันที่ 2 กรกฎาคม หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่วันที่ 3 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย "ฝอยทอง" ทีมชาติโปรตุเกส พบกับ "ตาหมากรุก" ทีมชาติโครเอเชีย ฟาดแข้งในเวลา 06.00 น.
ใกล้สรุปโกงสอบ มท.สาวยกแก๊ง กฤตขอโทษรมต.
“วรศิษฎ์” เผยคณะ กก.ตรวจสอบฯ เตรียมสรุปผลปมทุจริตสอบท้องถิ่น
หนูเดือด!ไทยฉาวขนยา สางเองถก‘ปปส.-AOT’
"อนุทิน” เดือดปุดแอร์สาวขนแป้งฉาวโลก สั่งข้ามทวีปเรียกประชุม ป.ป.ส.-AOT
3ก.ค.ประเมิน‘แลนด์บริดจ์’
“สศช.” นัดประชุมอนุ กก. ประเมินความคุ้มค่า "แลนด์บริดจ์"
งบ70‘ปรุงจืด’ฉลุย มติ288ต่อ119เสียงตั้งกมธ.72คนรบ.ขอช่วยกันพลิกวิกฤต
ฉลุย! สภามีมติ 288 ต่อ 119 รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 วาระแรก
‘อังกฤษ’เร่งปรับเกมรุก หวังพิชิต ‘ดีอาร์ คองโก’
ลงสนามฟาดแข้งในรอบ 32 ทีมสุดท้ายกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดาเป็นเจ้าภาพ

