นายกฯ สั่งลุยต่อหลังคุยเจ้าสัว ถึงคิวเอสเอ็มอี จ่อเซ็นตั้ง 'กรอ.' ชุดใหม่

นายกฯ สั่งลุยเปิดเวทีรับฟังปัญหาเอกชนรายสาขาอย่างต่อเนื่อง เตรียมถกกลุ่ม SMEs คิวต่อไป ‘เอกนิติ’ ชงรูปแบบ ‘บอร์ด กรอ.’ ชุดใหม่ เน้นขนาดเล็กคล่องตัว คาด ‘อนุทิน’ ลงนามจัดตั้งเร็วๆ นี้

22 พ.ค. 2569 – แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนข้อเสนอของภาคเอกชนภายหลังจากที่รัฐบาลได้มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับฟังข้อเสนอจากตัวแทนภาคเอกชนทั้ง 10 กลุ่ม เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีแนวคิดให้มีการจัดเวทีหารือระหว่างรัฐบาลและเอกชนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบต่อไปจะเป็นการหารือกับตัวแทนเอกชนในแต่ละสาขาตาม 10 กลุ่มธุรกิจ และอุตสาหกรรม ที่ได้มีการแบ่งไว้ โดยกลุ่มธุรกิจและภาคเอกชนกลุ่มต่อไปที่รัฐบาลจะเชิญตัวแทนมาหารือคือกลุ่มธุรกิจ และอุตสาหกรรมรายย่อย (SMEs) เพื่อรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน รวมทั้งรับฟังความต้องการที่เอกชนจะขอให้รัฐบาลช่วยเหลือต่อไป

ส่วนความคืบหน้าของการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ “กรอ.” ขณะนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้มีการนำเสนอรูปแบบของคณะกรรมการ กรอ.ชุดใหม่ เพื่อเป็นกลไกการทำงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชนให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว คาดว่านายกรัฐมนตรีจะมีการลงนามในคำสั่งการจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ในเร็วๆ นี้ ก่อนจะมีการกำหนดวันและเวลาในการประชุมนัดแรกต่อไป

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ กรอ.ชุดใหม่ที่จะมีการจัดตั้งขึ้นในครั้งนี้ จะเป็นคณะกรรมการที่ไม่ได้มีองค์ประกอบของคณะกรรมการจำนวนมากเหมือนคณะกรรมการระดับชาติชุดอื่นๆ แต่จะมีตัวแทนของหน่วยงานราชการที่มีความจำเป็นในการขับเคลื่อนข้อเสนอของภาคเอกชนไปสู่แนวทางปฏิบัติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนที่มาจากคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และสมาคมธนาคารไทย

ทั้งนี้รูปแบบของคณะกรรมการจะมีการนำเอากลไกของคณะกรรมการการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในโครงการ “Reinvent Thailand” ที่เคยมีการจัดทำไว้มาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ เนื่องจากเป็นรูปแบบการทำงานที่จัดทำขึ้นในลักษณะแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจเติบโตช้า ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง และความเหลื่อมล้ำ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถนำรูปแบบมาใช้ในการขับเคลื่อนข้อเสนอของเอกชนให้เป็นรูปธรรมได้เช่นกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตีปี๊บ 'กม.อำนวยความสะดวก' ฉบับใหม่ เอื้อปชช.-ผู้ประกอบการ เปิดทาง Super License

กฎหมายอำนวยความสะดวกฉบับใหม่ผ่านสภาแล้ว หนุนประชาชนยื่นขออนุญาตง่าย รู้ผลเร็ว ลดเรียกเอกสารซ้ำ ดันระบบซูเปอร์ไลเซนส์ ลดขั้นตอนและต้นทุนผู้ประกอบการ

'ไชยันต์' ออกโรง! อบรมพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี'

'อ.ไชยันต์' สอนพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี' กางโมเดลเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ พร้อมย้ำ รธน.มาตรา 10 ทำให้ต้องรับฟังข้อมูลจากหน่วยราชการ

รัฐบาลย้ำเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ใช้สิทธิ UCEP รักษา รพ. ได้ทุกแห่ง

รัฐบาลย้ำผู้บาดเจ็บรถไฟชนรถเมล์ ใช้สิทธิ UCEP รักษา รพ.ทุกแห่ง ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมประสานให้ได้รับการรักษาต่อเนื่อง หรือจนกว่าพ้นวิกฤต